พื้นที่ส่วนกลางมีโต๊ะพูลด้วย อย่างนี้ก็ได้ด้วยเหรอ
วันนี้หัวข้อชวนคุยรับแรงบันดาลใจมาเต็มๆ จากการไปเยี่ยมชมคอนโดมิเนียมยี่ห้อดัง เรื่องราคาเขาแพงสะใจอยู่แล้ว ตอนเปิดตัวมีหลายคนร้องยี้ แพงอ่ะ ตารางเมตรละ 1.6-1.7 แสนบาท
ชื่อยี่ห้อคือ “เดอะไลน์ จตุจักร-หมอชิต” เจ้าของมาจากยักษ์ 2 วงการคือ บริษัทแสนสิริ เข้าใจว่าผู้บริโภครู้จักกันทั้งบ้านทั้งเมืองเพราะเขาดังจริงแพงจริง อีกรายคือบีทีเอสกรุ๊ป เจ้าของสัมปทานรถไฟลอยฟ้า
ตอนแรกเขากำหนดจะสร้างเสร็จใน 2 ปี แปลว่าควรจะโอนต้นปี 2561 แต่เศรษฐกิจเอื่อยเฉื่อยแบบนี้ ไม่รู้ไปโด๊ปผู้รับเหมาก่อสร้างยังไง ปรากฏว่าสร้างเสร็จเร็ว 4 เดือน ก็เลยเริ่มทยอยโอนตั้งแต่กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ทุกๆ ครั้งที่มีโครงการอสังหาฯ สร้างเสร็จ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เข้าไปดูไปอัพเดตว่าวงการธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้เมืองไทยเขาก้าวหน้าไปถึงไหนกันแล้ว
พ่อคุณแม่คุณ พื้นที่ส่วนกลางโครงการนี้เขาสร้างได้สวยบาดใจ ขอย้ำว่าพื้นที่ส่วนกลางนะคะ เพราะตัวห้องทุกวันนี้ตลาดคอนโดมิเนียมไทยเข้าสู่ยุคสมอลล์ สเปซ หรือห้องชุดไซซ์จิ๋วมาหลายปีแล้ว
โทนสีออกเทาทะมึน ไม่ใช่เทาคล้ำ แบบว่าเป็นเทาเข้มสวยๆ (อธิบายอย่างนี้เพราะทางโครงการเขาไม่ยอมรับว่าเป็นตึกสีดำอ่ะค่ะ)
พักหลังๆ ต้องยอมรับว่าผู้บริโภคได้กำไรโดยไม่รู้ตัว เป็นกำไรจากการดีไซน์ล้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านจัดสรรหรือคอนโดมิเนียมก็ตาม อย่างเช่น โครงการทาวน์เฮาส์บางยี่ห้อเดี๋ยวนี้เขานำเสนอฟังก์ชั่นห้องพระจนขายดิบขายดี
ในขณะที่ตลาดคอนโดฯ ในประดาบิ๊กแบรนด์หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ ตอนนี้เขาแข่งขันกันเอาเป็นเอาตายในเรื่องหน้าตาโครงการ กับพื้นที่ส่วนกลาง
เคยชวนคุยไปแล้วว่าบางบริษัททำพื้นที่ส่วนกลาง 3-4 ชั้นบนสุดไปเลย ทั้งๆ ที่คอนโดฯ ยิ่งสูงยิ่งแพง
พอมีคนเริ่มก็ต้องมีคนตาม เพราะอย่างน้อยที่สุดแม้ไม่ใช่ผู้นำ แต่จิตวิทยาผู้บริโภคจะต้องไม่ทำให้รู้สึกว่าโครงการตัวเองด้อยกว่าคู่แข่ง เพราะฉะนั้น ใครมีอะไรฉันก็ต้องมีด้วย อาทิ เพดานสูงๆ ช่อไฟหรือแชนเดอเลียร์มหึมา เคาน์เตอร์เริ่ดๆ
ท้าพิสูจนได้เลย คอนโดฯ เปิดใหม่ทั้งหลาย ไม่ว่าราคาขายจะเริ่มต้น 1 ล้าน หรือ 10 ล้าน เดินเข้าโถงล็อบบี้นึกว่าเข้าผิดสถานที่เพราะหน้าตาเหมือนโรงแรมเปี๊ยบ แถมต้องเป็นโรงแรมระดับ 5-6 ดาวด้วยนะ ไม่ใช่โรงแรมจิ้งหรีดแต่อย่างใด
มีอะไรอีกที่เขาแข่งกัน อ้อ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ตอนนี้เทรนด์ออกกำลังกาย เทรนด์รักสุขภาพ เฮลตี้ ไรงี้ มาแรงมาก สระว่ายน้ำที่ในอดีตเคยสักแต่ว่าทำส่งๆ พอให้ได้ขึ้นชื่อว่ามีสระติดอาคาร
สระว่ายน้ำตอนนี้เน้นทางยาว เพื่อให้ว่ายออกกำลังกายได้จริง (เรื่องความลึกไม่เกิน 1.20 เมตรอยู่แล้วเพราะไม่ต้องจ้างการ์ดข้างสระให้เปลืองตังค์) ฟิตเนสก็แข่งกันเรื่องอุปกรณ์ บางโครงการโฆษณากระทั่งว่าอุปกรณ์ฟิตเนสเป็นยี่ห้อเดียวกับใช้แข่งในกีฬาโอลิมปิก
ถัดมาก็เรื่องสวนสีเขียว นอกจากจะต้องทำตามกฎหมายบังคับไม่ต่ำกว่า 5% ของพื้นที่ทั้งโครงการแล้ว ยังมีลูกเล่นเพิ่มฟังก์ชั่นวางเบาะโยคะไว้ด้วย
แข่งอะไรกันอีก เรื่องยูนิเวอร์แซลดีไซน์ประมาณว่ามีทางลาดให้รถวีลแชร์ใช้สัญจรขึ้น-ลงได้สะดวก ก็เริ่มเห็นหนาตาบ้างแล้ว
อีกจุดขายที่เห็นชอบโชว์กันก็คือพื้นที่ส่วนกลางสไตล์แคมปัส หมายถึงเป็นห้องโถง โล่งๆ วางเก้าอี้หน้าตา
เหมือนอัฒจันทร์ในสนามกีฬา อธิบายได้ว่าเป็นทั้งห้องสมุด ห้องพักผ่อนส่วนกลาง ไปจนถึงโคเวิร์กกิ้งสเปซไปโน่นเลย
แต่ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ยังไม่เคยเห็นที่ไหนเขาวางโต๊ะพูลไว้ในพื้นที่ส่วนกลาง ครั้งแรกที่เห็นก็จี๊ดในใจ
เพราะโดยส่วนตัวเชื่อว่าเป็นกีฬายอดนิยมของคนหลายคน
ในฐานะที่เป็นเจ้าของห้องชุดวิมานรูหนู เคยพยายามนำเสนอให้นิติบุคคลซื้อโต๊ะพูลมาไว้ในพื้นที่ส่วนกลางสักตัว คำตอบตอนนั้นโดนปฏิเสธและ
ต่อต้าน บอกสั้นๆ แต่ว่าไม่ส่งเสริมอบายมุข โห๋ ออกทะเลไปโน่นเลย
เรื่องโต๊ะพูลจึงติดอยู่ในใจเสมอมา พอมาเจอของจริงอีกครั้งในโครงการหรูที่ขายตารางเมตรละเฉียด
2 แสน เขาก็ทำไว้ได้กลมกลืน ดูสวยงาม จนเกือบลืมไปว่าเป็นพื้นที่ส่วนกลางในคอนโดฯ นึกว่าเป็นโรงแรมหรือเรสเตอรองต์ใหญ่ๆ ที่รองรับนักท่องเที่ยว
ความจริงก็เป็นแค่พื้นที่ส่วนกลางธรรมดาๆ ของคอนโดมิเนียมแค่โครงการเดียว แต่ในความรู้สึกบอกว่าเป็นเบาะแสในอนาคต การดีไซน์คอนโดฯ การดีไซน์บ้านจัดสรรไม่ใช่แค่ตัวตึกไม่ใช่เรื่องอิฐเรื่องปูนอีกต่อไป หากแต่เขาดีไซน์การใช้ชีวิตให้ด้วย
ดังนั้น การเลือกซื้อห้องชุดหรือบ้านจัดสรรในยุคนี้ มีเช็กลิสต์ที่ผู้บริโภคคงต้องให้ความสนใจมากขึ้น มากขึ้น อย่าดูแต่โปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว
เพราะอย่าลืมว่าสูตรการซื้ออสังหาฯ หรือการซื้อโครงการจัดสรร ก็คือการซื้อคุณภาพชีวิตนั่นเอง

