หน้าแรก ประชาชื่น คอลัมน์ โลกสอ...

คอลัมน์ โลกสองวัย : 1 ปีสู่ฟ้าเสวยสวรรค์

13.10.17 | 15:55 น.

นับแต่บ่ายวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 ประชาชนชาวไทยถ้วนทั่วทุกตัวคนต่างติดตามข้อมูลข่าวสารจากโซเชียล มีเดีย ผ่านโทรศัพท์มือถือนับชั่วโมง นับนาที นับวินาที ต่างคนต่างจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถืออ่านข้อความที่เผยแพร่ต่อๆ กันมาเป็นระยะถึงพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 จากโรงพยาบาลศิริราช

คนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศติดตามพระอาการประชวรแทบไม่คลาดสายตาและการรับรู้ ความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนโน้มนำถวายพระพรให้พระองค์ทรงปราศจากพระอาการเจ็บปวดจากอาการประชวรนั้น แต่ละคนไม่ว่าจะอยู่หนใด ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ในสำนักงาน ระหว่างเดินทาง หรือที่ใดก็ตามมีอาการอย่างเดียวกัน คือส่งใจถวายพระองค์ให้ทรงพระเจริญ

รอบอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรต่างเฝ้าแหนเต็มบริเวณนั้นเต็มแน่นไปกระทั่งล้นออกมานอกอาคารและเขตโรงพยาบาล

เย็นวันนั้น สำนักพระราชวังประกาศว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต เมื่อเวลา 15.52 นาฬิกา วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช บรรดาแพทย์ พยาบาล และบุคลากรของโรงพยาบาลศิริราชที่ชุมนุมกันอยู่ภายในอาคารนั้น ต่างร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญ พระบารมี ท่ามกลางหยาดน้ำตาและเสียงร่ำไห้จากพสกนิกรด้วยความเศร้าเสียใจทั่วโรงพยาบาล

ประชาชนไทยไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่หนใด แทบว่ามิได้พูดจาส่งเสียงบอกกล่าวถึงกัน หากแต่สายตาและน้ำตาของแต่ละคนบ่งบอกถึงการจากไปของพระผู้อันเป็นที่รักยิ่งเสด็จสู่สรวงสวรรค์แล้ว

Advertisement

นับแต่วันนั้น พฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 ถึงวันนี้ ศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 หนึ่งปีแล้ว ที่ทูลกระหม่อมแก้วเสด็จสู่ฟ้าเสวยสวรรค์ พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างมุ่งไปรวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง เพื่อมีโอกาสเข้าไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง กราบถวายบังคมอาลัยพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทุกวัน วันละหลายรอบ ตั้งแต่เช้าตกดึก ต่างคนต่างรอคอยเข้าแถวนานนับสิบชั่วโมง

สำนักพระราชวังมีหมายกำหนดการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ ระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 21 มกราคม 2560 จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายวันเวลาประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพอีก 2 คราว คือถึงวันที่ 30 กันยายน ครั้งหนึ่งถึงเวลา 24.00 น. และถึงวันที่ 5 ตุลาคม อีกครั้งหนึ่ง ตลอด 24 ชั่วโมง

ยิ่งใกล้วันหมดกำหนดเปิดให้เข้าถวายอาลัยกราบบังคมพระบรมศพในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พสกนิกรยิ่งหลั่งไหลไปร่วมเป็นจำนวนมากนับหลายหมื่นในแต่ละวันแต่ละชั่วโมง จากการเข้าแถวรอคอยวันละไม่กี่ชั่วโมง ถึงวันละนับสิบชั่วโมง ถึงกว่า 15 ชั่วโมง ทั้งไม่ว่าฝนจะตกฟ้าจะร้องแดดจะร้อนเปรี้ยง แต่พี่น้องคนไทยเหล่านั้นยังต่อแถวทั้งร้อนแดด ทั้งเปียกฝน ถึงเวลาที่ต้องถ่ายทุกข์ ก็ขอออกนอกแถวไปรถสุขาของกรุงเทพมหานคร แล้วขอกลับเข้ามาที่เดิมใหม่ ถึงเวลาหิวข้าวหิวน้ำ มีอาสาสมัครทำดีด้วยหัวใจเฉพาะกิจเดินนำอาหารและน้ำดื่มมาบริการ

วันที่ 6 ตุลาคม 2560 เวลา 02.18 น. สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวม 337 วัน มีทั้งสิ้น 12,739,531 คน ประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลทั้งสิ้น 889,545,100.01 บาท เฉพาะวันที่ 5 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้าย เวลา 00.01 น. ถึงเวลา 02.18 น. วันที่ 6 ตุลาคม มีประชาชนทั้งสิ้น 110,889 คน ถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 7,016,818 บาท

เวลา 01.55 น. ประชาชนพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาและแพทย์พยาบาลซึ่งปฏิบัติงานรอบสนามหลวงได้เข้ากราบถวายสักการะ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นกลุ่มสุดท้าย ก่อนที่สำนักพระราชวังจะปิดประตูพระบรมมหาราชวัง เวลา 02.18 น.