ไปเชียงใหม่กลับมาคราวนี้ปลื้มใจ
ปลื้มใจที่ได้เห็น “ศาสตร์พระราชา” กระจายลงไปยังท้องถิ่น
ที่เทศบาลตำบลป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้น้อมนำเอาแนวทางพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 มาใช้
ใครต่อใครที่่ผ่านไปคงไม่ได้เห็น แต่เมื่อได้ติดสอยห้อยตามคณะของสถาบันพระปกเกล้าลงไป
จึงได้ดูการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ได้ดู ได้ฟัง ได้เข้าใจ
ที่เทศบาลตำบาลป่าแดด ได้นำหลัก “การระเบิดจากภายใน” มาแก้ปัญหาชุมชน
ทั้งนี้เพราะพื้นที่เทศบาลตำบลป่าแดดมีคลองแม่ข่าพาดผ่าน
คลองแม่ข่าที่พาดผ่าน ประสบปัญหาเน่าเหม็นมานานนับสิบปี
เทศบาลตำบลป่าแดด เห็นความสำคัญของ “การระเบิดจากภายใน”
ประยุกต์หลักเศรษฐกิจพอเพียงมาผสม
รู้จักหลัก “พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน”
เข้าใจเงื่อนไข “ความรู้” และ “ความดี”
รู้ว่าหากทำตามนี้แล้วการพัฒนาท้องถิ่นจะเกิดขึ้น
เทศบาลป่าแดดจึงเน้นพัฒนาคนให้ทำความดี พัฒนาองค์กรให้มีธรรมาภิบาล
แสวงหาข้อมูล พัฒนาองค์ความรู้
อะไรที่ทำไม่ได้ก็ไปดึงเอาผู้รู้จากภายนอกมาร่วมแก้ปัญหา
ปัญหาคลองแม่ข่าเน่าเสียจึงมีหน่วยราชการ โรงเรียน วัด นักวิชาการมหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โดยเฉพาะชุมชนคนริมคลองแม่ข่าในเขตเทศบาลตำบลป่าแดดยื่นมือมาร่วมแก้
เริ่มจากตรวจสภาพพื้นที่พบว่าคลองแม่ข่ายาว 32 กิโลเมตร ต้นน้ำมาจากเขตเมืองเชียงใหม่
กลางน้ำผ่านส่วนราชการ ปลายน้ำคือเทศบาลตำบลป่าแดด
ลำคลองที่อยู่ในพื้นที่เทศบาลตำบลป่าแดด ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร
ตรวจสอบหาสาเหตุน้ำเสีย พบว่ามาจากเขตเมือง
ทั้งขยะและน้ำเสียไหลจากต้นน้ำ ผ่านกลางน้ำ มายังปลายน้ำ
เมื่อทราบสาเหตุก็พยายามแก้ไข
เริ่มจากสร้างตะแกรงไม้ไผ่กันขยะที่ไหลมาจากต้นน้ำ พิสูจน์ให้เห็นว่าขยะและน้ำเสียมาจากไหน
ขยะที่โดนตะแกรงขวาง ประสานกับอบจ.นำรถตักมาเก็บกวาด
ขณะเดียวกันก็ประสานกับหน่วยงานอื่นทั้งเทศบาลนครเชียงใหม่ และจังหวัด เพื่อช่วยแก้ไข
ช่วยทำงานประสานงานกันเพื่อมิให้ขยะและน้ำเสียจากต้นน้ำไหลมาอีก
ส่วนคลองแม่ข่าในเขตเทศบาลตำบลป่าแดด เทศบาลและชุมชนหาทางแก้หลายอย่าง
การทำงานต้องใช้ทุน วัดก็จัดทอดผ้าป่าหาทุนให้
เอกชนในพื้นที่ทราบข่าวก็สนับสนุนอุปกรณ์ ประชาชนร่วมบริจาคเรือตรวจลำคลอง
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพย์ฯ อนุมัติงบฯให้
อบจ.เองก็ขยับ เทเงินอุดหนุนมาช่วย
เมื่อถึงเวลาปฏิบัติ เจ้าอาวาสวัดทำพิธีสวดมนต์เสริมความขลังให้สายน้ำ
ชุมชนตั้งกลุ่ม “รักษ์แม่ข่า” แล้วสลับกันมาดูแลคลอง
นักเรียนและชาวบ้านเรียนรู้และลงมือทำอีเอ็มบอล
ทุกคนจะได้โยนอีเอ็มบอลลงไปในคลองทุกเดือน เพื่อช่วยให้น้ำใส
ตอนฟังคำบรรยาย มีดร.วสันต์ จอมภักดี อาจารย์จาก มช. เครือข่ายนักวิชาการ มาช่วยอธิบาย
อาจารย์วสันต์ เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานอนุรักษ์แม่ปิงฯ
บอกเล่าช่วงหนึ่งให้ฟังว่า เคยมาร่วมทำโครงการคลองแสนแสบกับทางมติชน
และได้นำเอาประสบการณ์ความสำเร็จไปปรับใช้ ณ ที่นั่นด้วย
ฟังแล้วแอบปลื้มใจที่โครงการครั้งก่อน ยังเป็นแบบอย่าง และก่อประโยชน์มาจนถึงครั้งนี้
ขณะที่เทศบาลตำบลป่าแดดบอกว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเริ่มขึ้นจากภายใน
ระเบิดขึ้นจากข้างใน !
จากคนในชุมชน จากคนในเตำบล แล้วร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อน
ผลักดันกระทั่งกระบวนการแก้ไขเกิดเป็นรูปเป็นร่าง
งานที่ลำพังตัวเองทำไม่ได้ก็แสวงหาเพื่อนมาช่วย
ค่อย ๆ ถักทอกลายเป็นเครือข่าย
เรื่องแบบนี้ฟังแล้วเหมือนง่าย แต่จริง ๆ แล้วคงไม่ง่าย
การจะประสานงานแล้วคนช่วยเหลือ ต้องได้รับความเชื่อถือจากเพื่อน
การจะได้รับความเชื่อถือจากเพื่อน อย่างน้อยต้องพิสูจน์ตัวเองมาพอสมควร
ต้องสั่งสมความดีมาพอสมควร
และต้องมีข้อมูลที่ดีพอใช้ จึงทำให้ใครต่อใครที่ไปขอให้เขาช่วย ยินดีต้อนรับ
วิธีการที่เห็น และผลงานที่ปรากฎ ยืนยันสิ่งที่ “ระเบิดขึ้นมาจากข้างใน”
ยืนยันสัจจธรรมตามแนวทางที่รัชกาลที่ 9 พระราชทานให้พสกนิกรของพระองค์น้อมนำไปใช้
วันนี้ได้เห็นท้องถิ่นน้อมนำไปปฏิบัติ
ไม่ใช่เฉพาะที่เทศบาลป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่เท่านั้น หากแต่มีท้องถิ่นทั่วไปน้อมนำไปใช้
ใช้เพื่อพัฒนาชุมชน ใช้เพื่อพัฒนาท้องถิ่น
ใช้เป็นหลักในการเสริมสร้างความเข้มแข็ง
เข้มแข็งจากข้างใน !

