มณฑลพิธี : โดย เมตตา ทับทิม

21.10.17 | 13:52 น.

หมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ระหว่าง 25-29 ตุลาคม 2560

วันนี้มีข้อมูลสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับ “มณฑลพิธี” ซึ่งหมายถึงบริเวณที่ใช้ประกอบพระราชพิธี มีสัญลักษณ์หรือสิ่งก่อสร้างเป็นเครื่องหมายแสดงอาณาบริเวณหรือขอบเขตที่แน่ชัด

เช่น มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ใช้ในการประกอบพระราชพิธีต่างๆ รวมทั้งพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระราชทานเพลิงพระศพมาตั้งแต่ครั้งรัชสมัยรัชกาลที่ 1 จึงเรียกว่า “ทุ่งพระเมรุ”

องค์ประกอบสถาปัตยกรรมและสิ่งปลูกสร้างภายในมณฑลพิธี มีดังนี้

“พระเมรุมาศ” มีขนาดสูง 55.18 เมตร มีลักษณะทรงบุษบก 9 ยอด ตั้งบนฐานชาลารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งมีทั้งหมด 4 ชั้นชาลา มีบันไดทางขึ้นทั้ง 4 ทิศ แบ่งเป็นทิศตะวันตกหันหน้าเข้าหาพระที่นั่งทรงธรรม, ทิศตะวันออกติดตั้งลิฟต์, ทิศเหนือติดตั้งสะพานเกรินสำหรับเชิญพระบรมโกศจากราชรถปืนใหญ่ขึ้นบนพระเมรุมาศ

Advertisement

การก่อสร้างอาศัยกรรมวิธีและเทคนิคของงานสถาปัตยกรรมแบบลำลอง (ชั่วคราว) สร้างโดยใช้โครงเหล็กรูปพรรณที่สามารถประกอบได้ง่ายและรวดเร็ว หลังคาใช้โครงเหล็ก (Truss) ถ่ายน้ำหนักลงสู่เสาเหล็กประกอบ 4 ชุด รองรับด้วยโครงสร้างเหล็กถักขนาดใหญ่ (Super Truss) ตั้งอยู่บนฐานรากแผ่นคอนกรีตหล่อในที่ รับน้ำหนักบุษบกแยกกันทั้ง 9 องค์

ส่วนชาลาและบันได วางบนฐานรากคอนกรีตสำเร็จรูป โครงเหล็กทั้งหมดกรุด้วยแผ่นวัสดุสำเร็จรูปและไม้อัด ตกแต่งด้วยผ้าทองย่นฉลุลายสอดแวว (วัสดุชั่วคราว)

งานประติมากรรมที่ประดับโดยรอบพระเมรุมาศ ใช้วิธีขึ้นรูปด้วยการถอดพิมพ์ต้นแบบ หล่อเรซิ่นและหล่อไฟเบอร์กลาสแล้วตกแต่งสีให้เหมือนโลหะ

“พระเบญจา” ใช้วางพระบรมโกศ เป็นพระแท่นทำเป็นฐานซ้อนขึ้นไป 5 ชั้น

“พระจิตกาธาน” หมายถึง เชิงตะกอน เป็นแท่นฐานทรงสี่เหลี่ยม ภายในใส่ดินเสมอปากฐานสำหรับวางฟืนเรียกว่า เรือนไฟ ส่วนที่อยู่เหนือเรือนไฟเป็นตารางเผา มีเสาเหล็กรองรับตารางเผาและชั้นเรือนยอด ประดับตกแต่งด้วยกระดาษสีและเครื่องสดสำหรับเป็นเครื่องกันไฟ

“ฉากบังเพลิง” หมายถึง เครื่องกั้น มีลักษณะเป็นฉากพับได้ ติดไว้ที่เสาพระเมรุทั้ง 4 ด้าน

“ซ่าง” หรือ “สำส้าง” ใช้สำหรับพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เป็นสิ่งปลูกสร้างรูปทรงบุษบกสร้างขึ้นตามมุมทั้ง 4 ของพระเมรุมาศ

“หอเปลื้อง” ใช้เป็นที่เก็บพระโกศทองใหญ่ พระโกศจันทน์ และเครื่องอุปกรณ์สำหรับพระราชพิธี เช่น ฟืน ดอกไม้จันทน์ ขันน้ำ ซึ่งต้องตั้งน้ำสำหรับเลี้ยงเพลิงเมื่อเวลาถวายพระเพลิงพระบรมศพ

“ชาลา” บางครั้งเรียกว่าชาน เป็นส่วนของพื้นดินที่ยกระดับและปูพื้นผิวเรียบด้วยวัสดุปูพื้น

“พระที่นั่งทรงธรรม” สำหรับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ประทับทรงธรรมในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ และเป็นที่สำหรับคณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คณะทูตานุทูต ผู้แทนศาสนาต่างๆ และข้าราชบริพารผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

มีขนาดกว้าง 44.50 เมตร ยาว 155 เมตร สูง 22 เมตร ลักษณะอาคารโถง หลังคาจัตุรมุข ยกพื้นสูง หลังคาจั่ว มีกันสาดปีกนก ผนังภายในเป็นภาพจิตรกรรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

“ศาลาลูกขุน” ใช้สำหรับเป็นที่เฝ้าฯ ของบรรดาข้าราชการ ในมณฑลพิธีมี 6 หลัง นอกมณฑลพิธีมี 5 หลัง ลักษณะเป็นอาคารโถงทรงไทยชั้นเดียว

“คด” สร้างขึ้นเพื่อแสดงขอบเขตมณฑลพิธี มักสร้างเป็นระเบียงล้อมรอบพระเมรุมาศ ใช้เป็นที่นั่งของผู้มาร่วมงาน

“ทับเกษตร” ใช้สำหรับเป็นที่นั่งพักข้าราชการที่มาเฝ้าฯรับเสด็จและร่วมพระราชพิธี เป็นอาคารโถงทรงไทย 8 หลัง

“ทิม” เป็นที่พักสำหรับพระสงฆ์ แพทย์หลวง เจ้าพนักงาน และเป็นที่ประโคมปี่พาทย์ประกอบพิธี ลักษณะอาคารชั้นเดียว หลังคาทรงจั่ว

“พลับพลายก” เป็นโถงใช้สำหรับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ประทับขณะประกอบพิธีอัญเชิญพระโกศลงจากราชรถเข้าสู่มณฑลพิธี ผังอาคารตรีมุข มีมุขลดชั้น บัวซ้ายขวา หลังคารูปทรงจั่วแบบเดียวกับทิมและทับเกษตร