การก่อสร้าง “พระเมรุมาศ” ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยึดตามคติไตรภูมิ อันมีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางจักรวาล และเป็นที่สถิตของเหล่าทวยเทพ เป็นคติที่สะท้อนถึงความเชื่อเรื่องพระมหากษัตริย์เปรียบเสมือนสมมุติเทพอวตารลงมาจากสวรรค์เพื่อมาปราบยุคเข็ญ เมื่อพระองค์สวรรคต ก็ทรงกลับคืนสู่ทิพยสถานของพระองค์
เพื่อเป็นการน้อมส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัยและแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย การก่อสร้างพระเมรุมาศ จึงระดมสุดยอดช่างฝีมือทุกสำนัก ทุกแขนง ร่วมสร้างสรรค์ให้พระเมรุมาศและสิ่งก่อสร้างโดยรอบพระเมรุมาศออกมางดงาม ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ
รวมถึง นิดา ปิณฑานนท์ ผู้จัดทำผ้าม่านประดับพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 9 ครั้งนี้
นิดาบอกว่า การจัดทำผ้าม่านประดับพระเมรุมาศได้รับแบบลวดลายซึ่งออกแบบโดย สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างศิลปกรรมอาวุโส กลุ่มงานศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เป็นลาย “พุ่มข้าวบิณฑ์ อินทร์-พรหม โคมลายกนก นกคาบออกรูปทวยเทพถวายกร”


“ผ้าม่านครั้งนี้มีความพิเศษกว่าทุกครั้ง เนื่องจากเป็นผ้าม่านประดับพระเมรุมาศที่ทอลายด้วยไหมครั้งแรก ใช้สีทั้งหมด 8 สี โดยใช้เทคนิคพิเศษทอออกมาเป็น 16 สี ซึ่งในอดีตสามารถใช้สีได้ประมาณ 4-5 สีเท่านั้น ยังมีการใช้เทคนิคจากความรู้และประสบการณ์ อย่างการปรับสีจากต้นแบบบางส่วน เช่น ส่วนลายโคม ดิฉันปรับสีพื้นหลังจากสีน้ำตาลเข้มเป็นสีออกส้ม เพื่อให้ผ้าดูมีมิติมากขึ้น รวมถึงบริเวณกรวยเชิง ที่เลือกปรับสีน้ำเงินเป็นสีดอกอัญชัญ เป็นต้น เป็นการใช้ความสามารถที่มีทั้งหมดออกมากับผ้าชิ้นนี้ ทั้งเรื่องการออกแบบดีไซน์ ที่ใช้สีสนิมต่อกับขอบสังเวียนและกรวยเชิง เพื่อให้ดูงดงามและสมบูรณ์มากที่สุด” นิดาอธิบาย
สำหรับผ้าม่านประดับพระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 9 ครั้งนี้มีความยาว 14.25 เมตร ใช้เวลาทอผ้าม่าน 4 เดือนเต็มในการทอต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 12 ชั่วโมงต่อวัน มีช่างทอสลับหมุนเวียน 4 คน เพื่อไม่ให้การทอสะดุด จนได้ส่วนที่เป็นผ้าม่าน ส่วนที่เป็นกรวยเชิง และส่วนที่เป็นขอบสังเวียน ซึ่งมีความยาวรวมทั้งหมด 1,000 หลา หรือกว่า 900 เมตร จากนั้นได้ส่งผ้าม่านทั้งหมดไปเคลือบน้ำยากันน้ำจากบริษัท เทินบู ดีไซน์ จำกัด โดย MR.PAUL WILLIIAM และ MR.SIMON ได้บินมาจากประเทศอังกฤษ มาควบคุมการอาบน้ำยาด้วยตัวเอง เนื่องจากผ้าม่านชุดนี้ยังต้องประดับไว้จนกระทั่งหลังงานพระราชพิธีอีกหนึ่งเดือน จึงต้องกันแดดและกันฝนด้วย
“ส่วนการเย็บประกอบและต่อลายผ้าม่านประดับพระเมรุมาศ บุษบกประธาน ทั้ง 4 ด้าน ดิฉันลงมือเย็บด้วยตัวเอง โดยแต่ละด้านมีสองผืน ความกว้างด้านละ 6.40 เมตร ความยาว 14.25 เมตร ตัวม่านประกอบด้วยขอบสังเวียน เป็นลายหน้ากระดาน ลายเนื่องสองแถว และลายช่อแทงท้องม่าน และกรวยเชิง ส่วนที่เป็นแม่ลายของกรวยเชิงเป็นเทพยดาพนมกรอยู่ในลูกฟัก มีลายก้านขดเป็นก้ามปูทั้งสองข้าง จะอยู่บริเวณด้านล่างของม่านประดับพระเมรุมาศ ซึ่งพระมหากษัตริย์จะต้องใช้ทั้งสิ้น 3 กรวยเชิง นอกจากนี้ยังมี ม่านบุษบกซ่าง 4 ด้าน ความกว้าง 3 เมตร ความยาว 6.67 เมตร ตัวผ้าม่านจะเป็นผ้าสีสนิม ประกอบเข้ากับขอบสังเวียนและกรวยเชิง และ ม่านบุษบกเปลื้อง 4 ด้าน ความกว้าง 1.80 เมตร ความยาว 4.37 เมตร ตัวผ้าม่านจะเป็นผ้าสีสนิม ประกอบเข้ากับขอบสังเวียนและกรวยเชิงเช่นกัน”
นิดาเล่าว่า การจัดทำผ้าม่านประดับพระเมรุมาศครั้งนี้จัดทำถวายมาเป็นองค์ที่ 3 โดยครั้งแรกจัดทำในงานพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) เป็นการจัดทำผ้าม่านทอจากผ้าไหม พิมพ์เป็นลายใบไม้ร่วง
“ขณะนั้น พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์) อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ทราบว่าดิฉันทำเรื่องผ้าและการออกแบบดีไซน์ผ้าอยู่ เนื่องจากดิฉันเรียนเรื่องนี้มาโดยตรง และเมื่อประมาณ 30-40 ปีที่แล้วดิฉันทำผ้าและเสื้อผ้าส่งออกต่างประเทศ จนเมื่อายุมากขึ้นจึงหันมาทำตลาดเฉพาะกลุ่ม ต่อมาในงานพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้มีโอกาสจัดทำผ้าม่านประดับพระเมรุมาศ โดยครั้งนี้ใช้ผ้าฝ้ายพิมพ์ลายไทย ตลอดการจัดทำได้พูดคุยปรึกษากับ พล.อ.ต.อาวุธโดยตลอด แต่วันนี้ไม่มี พล.อ.ต.อาวุธแล้วก็เป็นความรู้สึกเสียใจอย่างหนึ่ง แต่ก็มีอดีตอธิบดีกรมศิลปากร ท่านโสมสุดา ลียะวณิช ช่วยประสานงานให้ และเป็นกำลังใจมาตลอด”


นิดาเล่าต่อว่า สำหรับการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 สร้างความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากเช่นเดียวกับคนไทยทุกคนที่สูญเสียพระองค์ท่าน จึงบอกกับตัวเองว่าอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อถวายพระองค์ท่านอย่างสุดชีวิต แต่ตอนแรกก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร จะติดต่อกับใคร เพราะ พล.อ.ต.อาวุธเสียชีวิตแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้เข้าเฝ้าฯกราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อขอทอผ้าม่านประดับพระเมรุมาศถวาย
“ในตอนแรกที่ประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศให้ดิฉันจัดทำผ้าม่านเป็นสีสนิม สีพื้น ดิฉันเสนอว่าจะทอเป็นลายด้วยผ้าไหม เนื่องจากสีพื้นธรรมดาจะดูไม่สมพระเกียรติพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทอออกมาเป็นอย่างไรเพราะปกติเขาจะใช้วิธีพิมพ์ลาย ด้วยความตั้งใจว่าจะต้องทำออกมาให้ได้ จึงติดต่อไปยัง จตุพร ทวิเสถียร บริษัท ลัคกี้ไซเดอะ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการประเภทการทอผ้าจากปักธงชัย ให้ช่วยทอผ้าม่านประดับพระเมรุมาศครั้งนี้ ตามแบบของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ซึ่งจตุพรให้ความช่วยเหลืออย่างดีมาก ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยเลยสักครั้ง ยังบอกกับดิฉันว่า ‘ถ้าคุณนิดาให้โอกาสผม ผมขอทำถวายด้วยชีวิตครับ’ และไม่ง่ายเลยกว่าจะทำให้เส้นไหมเส้นเล็กๆ ทอออกมาเป็นผืนผ้าที่มีความงดงามมากขนาดนี้ ซึ่งสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร ได้กล่าวไว้ว่า เป็นผ้าทอลายผืนเดียวในโลก”
นิดากล่าวอีกว่า ความรู้สึกขณะนี้มีความปลื้มใจมากที่ได้รับใช้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นความปลาบปลื้มที่สุดในชีวิต แต่ก็เสียใจที่พระองค์ท่านจากเราไป ที่ผ่านมาพระองค์ท่านทำเพื่อพวกเรา ทำเพื่อคนไทยมามากมายเหลือเกิน ทุกโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
“แม้ในยามที่ทรงพระประชวร ได้เสด็จไปประทับพักผ่อน ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน พระองค์ท่านก็ยังทรงริเริ่มโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชน พระองค์ท่านไม่เคยหยุดเลยท่านทำเพื่อพวกเรา ดิฉันจึงตั้งใจที่จะทอผ้าม่านผืนนี้ให้ออกมาดีและสมพระเกียรติที่สุดถวายพระองค์ท่าน” นิดาทิ้งท้าย

สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับแบบลายผ้าม่านประดับพระเมรุมาศ ตลอดจนการการใช้ไหมและสีในการทอสามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมในหนังสือ “สู่ฟ้าเสวยสวรรค์” หนังสือเล่มพิเศษเกี่ยวกับพระเมรุมาศ สำนักพิมพ์มติชน
พร้อมเจาะลึกเรื่องราวของพระเมรุมาศ ตั้งแต่คติสัญลักษณ์ ความพิเศษและความสำคัญ จากข้อมูลเชิงลึกของทีมงานที่ดีที่สุดด้านศิลปวัฒนธรรม และบทสัมภาษณ์พิเศษของผู้อยู่เบื้องหลังการรังสรรค์งานสร้างพระเมรุมาศทั้ง 10 ท่าน ไม่ว่าจะเป็น อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร, ประมุข บรรเจิดสกุล ผู้รับผิดชอบงานก่อสร้างพระเมรุมาศ, ก่อเกียรติ ทองผุด ผู้ออกแบบพระเมรุมาศ, ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ผู้ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ, ชิน ประสงค์ ผู้ปั้นประติมากรรมคุณทองแดงและคุณโจโฉ, สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร ผู้ออกแบบพระโกศจันทน์ หีบพระบรมศพจันทน์ ฯลฯ สมชาย บุญประเสริฐ ผู้ควบคุมงานปั้นประติมากรรมสัตว์หิมพานต์, นิดา ปิณฑานนท์ ผู้จัดทำผ้าม่านประดับพระเมรุมาศ, กัมพล ตันสัจจา ผู้คัดสรรไม้งามประดับรอบพระเมรุมาศ และวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ผู้ออกแบบและผลิตกระถางเซรามิกประดับรอบบริเวณพระเมรุมาศ



