เป็นไปตามคาด แม้ว่าทัพใหญ่ของ เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ จะไม่มาตามนัด ในวันที่ 23-24 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่จำนวนเหยี่ยวเดินทางผ่านเขาเรดาร์ จะมีจำนวนมากที่สุดของฤดูกาล มากกว่า 3 หมื่นตัว
แต่ในปีนี้ฝนทางภาคเหนือและอีสาน กระหน่ำต่อเนื่องยาวล่วงวันออกพรรษา เป็นปัจจัยครั้งสำคัญ ที่ชะลอการเดินทางของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ ทั้งทางเส้นทางอพยพสายเหนือและสายอีสาน ทำให้กว่าที่ทัพใหญ่ของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำจะเดินทางมาถึงเขาเรดาร์ ก็วันที่ 28-29 ตุลาคม ด้วยจำนวนนับ 2 วัน กว่า 5 หมื่นตัว! (ดูผลการสำรวจเหยี่ยวอพยพเขาเรดาร์ที่ลิงก์ www.facebook.com/ThaiRaptorGroup.TRG) แล้วตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม เป็นต้นมา เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำก็ลดฮวบ เหลือเพียง 6,702 ตัว และ 3,655 ตัวในวันที่ 31 ตุลาคม ตามรูปแบบการอพยพที่โหมกันมาเป็นกองทัพพรวดเดียว ภายใน 2-3 วันเท่านั้น เรียกว่า surge migration ปีนี้จึงพิเศษที่ว่า เหยี่ยวอพยพเดินทางมาช้ากว่าในอดีต 4-5 วัน เพราะฝนโดยแท้
แม้ตัวเอกจะผ่านไปแล้วและเข้าสู่ปลายฤดูการอพยพ ความหลากหลายของชนิดพันธุ์จะมากขึ้น แต่ละวันจะพบเหยี่ยวและนกอินทรีอพยพ มากกว่า 10 ชนิด รวมทั้งนกเทพ อาทิ เหยี่ยวกิ้งก่าสีน้ำตาล นกอินทรีปีกลาย เหยี่ยวตีนแดง เหยี่ยวนิ้วสั้น แม้จะไม่เร้าใจด้วยจำนวนที่ยกทัพกันมามืดฟ้ามัวดินเหมือนทัพของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ แต่เพราะจำนวนน้อย พบเห็นยากนี่แหละ ทำให้เหยี่ยว นกอินทรีเทพเร้าใจคนดูนก
เช่น วันที่ 1 พฤศจิกายน พบนกอินทรีปีกลาย อพยพผ่านเขาเรดาร์ อย่างน้อย 4 ตัว และมีรายงานประปรายตามจุดชมเหยี่ยวอพยพอื่นๆ เช่น อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ในวันเดียวกันก็นกอินทรีปีกลาย และเหยี่ยวกิ้งก่าสีน้ำตาลหลายตัวเช่นกัน
ดังนั้น การชมเหยี่ยวอพยพยังคงน่าตื่นเต้นมีตัวเทพให้ลุ้นกันต่อไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นวันสุดท้ายของการสำรวจเหยี่ยวอพยพเขาเรดาร์ เช่นกัน และหลังจากนั้นพายุฝนจะโถมถาตั้งแต่ภาคใต้ลงไป ทำให้ยากต่อการสำรวจจำนวนเหยี่ยวอพยพ
ถ้าสนใจจะไปฝึกฝนการจำแนกชนิดเหยี่ยวและนกอินทรีขณะบิน ยังมีโอกาสในฤดูกาลนี้ ที่วันหนึ่งๆ อาจจะพบเหยี่ยวและนกอินทรีมากกว่า 10 ชนิด รวมทั้งนกประจำถิ่น อาทิ นกออก เหยี่ยวต่างสี เหยี่ยวขาว เหยี่ยวแดง เหยี่ยวนกเขาหงอน นับว่าหาโอกาสเช่นนี้ไม่ง่ายอีกแล้ว เมื่อลมหนาวพัดเข้ามาเต็มที่ บรรดาอาคันตุกะผ่านทางกว่าแสนตัวเหล่านี้เดินทางพ้นบ้านเราไปแล้ว จะเหลือบรรดาผู้พเนจรจำนวนน้อยกว่ามากที่จะเรียกเมืองไทยว่าบ้านฤดูหนาว ก็จะเข้าสู่การดูนกอินทรีอพยพ เหยี่ยวดำ เจาะเป็นรายชนิด ไม่หลากหลายเท่าช่วงการอพยพผ่านในเดือนตุลาคม
ปีนี้เหยี่ยวเทพ อาทิ เหยี่ยวนิ้วสั้น เหยี่ยวตีนแดง ยังไม่ปรากฏตัวที่เขาเรดาร์เลย ดังนั้น ยังมีลุ้นให้คนที่ต้องการจะไปเฝ้าเสี่ยงโชค แม้ว่าเหยี่ยวตีนแดง นักเดินทางไกลจากประเทศจีนและมองโกเลีย บางตัวอพยพผ่านภาคเหนือของไทย ในเส้นทางสายเหนือตัดเข้าประเทศพม่าไปแล้ว แต่จะมีเหยี่ยวบางตัว ส่วนใหญ่เป็นเหยี่ยววัยเด็ก ด้อยประสบการณ์จะบินพุ่งลงใต้ ผ่านเขาเรดาร์ เขาดินสอ ไปถึงประเทศสิงคโปร์ทีเดียว
ส่วนเหยี่ยวตีนแดง เพศผู้เต็มวัย จะพบเห็นได้แค่ในภาคเหนือ บนเทือกเขาที่ตั้งอยู่บนเส้นทางอพยพ เช่น ดอยลาง ดอยสันจุ๊ ดอยอ่างขาง ดอยคำในจังหวัดเชียงใหม่ เท่านั้น

