ใกล้ส่งท้ายปีเก่า เทศกาลใช้หนี้แห่งชาติค่ะ
ในที่นี้หมายถึงใช้หนี้บทความนะคะ “น้องสร้อย” กระจิบข่าวสายพันทิป ตะแง้วๆ ส่งข้อมูลมาให้หลายเดือนแล้ว ว่าด้วยกระทู้แปลกๆ เข้าทำนองว่าทำอย่างนี้ก็ได้ด้วยเหรอ
กระทู้เรื่องแรก สาระสำคัญประกอบร่างขึ้นมาจากคีย์เวิร์ดดังต่อไปนี้ “มีหนี้-อยากปลดหนี้” กับ “เครดิตบูโร-คอนโดฯ 2 ล้าน”
โดยข้อมูลที่มีการชักชวนสรุปๆ ก็คือ มีธุรกิจนายหน้าบางราย เสนอตัวช่วยให้คำปรึกษาในการกู้ซื้อคอนโดมิเนียม ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ถ้าทำสำเร็จขอค่าเหนื่อย 3% (ราคาปกติของนายหน้าที่เรียกว่า broker fee 3%)
แปลว่าถ้าคอนโดฯราคา 1-2 ล้าน ทำสำเร็จได้ค่าเหนื่อย 3-6 หมื่นบาท
เพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น มีการการันตีด้วยว่าหากทำไม่สำเร็จ (หมายถึงกู้ไม่ผ่าน) ไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว
เงื่อนไขคือต้องไม่ติดแบล๊กลิสต์เครดิตบูโร แล้วให้กู้ซื้อคอนโดฯจะมีเงินเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างสูงสุดถึง 5 แสนบาท
เอาล่ะสิทีนี้ ได้กลิ่นตุตุขึ้นมาบ้างแล้ว
คำอธิบายคือการกู้เงินซื้อที่อยู่อาศัยมีโอกาสได้รับเงินทอน ในความหมายคือวงเงินกู้สูงกว่าราคาซื้อขายจริง
ปรากฏการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน แต่เป็นโรคระบาดชนิดหนึ่งในบรรยากาศที่เศรษฐกิจไม่ดี๊ไม่ดี ผู้ประกอบการแข่งกันทำของออกมาขาย บางรายอาจขายได้เยอะแต่โอนได้น้อย ก็ต้องเหลือเป็นสต๊อกแบกไว้หลังแอ่น
แบกไว้นานเข้าเกิดอาการหน้ามืดตาพล่าสมองเบลอไปชั่วขณะ ตัดสินใจว่าลดราคาอสังหาริมทรัพย์ลงมาดีกว่า นาทีนี้กำไรเหลือจิ๊ดเดียวไม่เป็นไร ขอต้นทุนคืนก็ยังดี
ในเวลาเดียวกัน อสังหาฯเป็นของแปลก ถ้าสร้างเสร็จค้างเติ่งไว้อย่างนั้น ราคาที่ติดตัวก็คือราคาตลาด ซึ่งก็เป็นราคาเดียวกับแบงก์ปล่อยกู้นั่นเอง
ยกตัวอย่าง คอนโดฯราคา 1 ล้านบาท สร้างเสร็จในสองปีราคาขยับเป็น 1.2 ล้านบาท ขายไม่หมดมีคนมาสร้างทีหลังแต่ทำเลอยู่ข้างๆ เปิดตัวแรงด้วยราคา 1.5 ล้านบาท ผลพลอยได้คือราคาของเก่าก็เลยขยับตามเพราะได้รับอานิสงส์จากโครงการที่มาทีหลัง
นั่นแปลว่าคอนโดฯ 1 ล้านบาท ได้ถูกวิวัฒนาการให้ราคาขยับเป็น 1.5 ล้านบาท โดยกลไกตลาด แต่ขายไม่ออกเจ้าของโครงการก็เลยดัมพ์ราคาลงมาอยู่ที่เดิม ประเด็นคือเวลาขอกู้แบงก์ดันปล่อยให้ 1.4-1.5 ล้านบาท นั่นไง ทำให้การซื้ออสังหาฯชิ้นนั้น “กู้แล้วมีเงินทอน”
วงจรการซื้อแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย รวมทั้งไม่ผิดศีลธรรม ขอยืนยันว่าเป็นกลไกธุรกิจปกติ
แต่กลิ่นทะแม่งๆ น่าจะอยู่ตรงวิธีการชักชวนคนมากู้ซื้อคอนโดฯ 2 ล้านบาท เพื่อหวังให้มีเงินทอนสูงสุด 5 แสนบาท โดยจูงใจว่าเหมาะกับคนที่เป็นหนี้ จะได้มีเงินสดมาจ่ายหนี้มั่ง มาใช้สอยส่วนตัวโน่นนี่
แถมยังให้ข้อมูลด้านเดียวว่าห้องชุดที่ซื้อมาสามารถปล่อยเช่า นำค่าเช่ามาจ่ายหนี้เงินกู้อีกต่างหาก แบบนี้เรียกว่ามีความมโนระดับ 10 กันเลยทีเดียว
ในโลกแห่งความเป็นจริง คอนโดฯที่ซื้อมาหวังปล่อยเช่าก็ไม่ได้สมหวังทุกคน
ในโลกแห่งความเป็นจริง อสังหาฯเป็นของชิ้นใหญ่ราคาแพง ดีมานด์ในการซื้อควรเริ่มต้นจากความต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ไม่ใช่เริ่มต้นจากซื้อเพราะอยากปลดหนี้
ตรรกะนี้ฟังยังไงก็ผิดฝาผิดตัว เป็นการแก้ปัญหาหนึ่งด้วยการสร้างปัญหาใหม่ วังวนการเป็นหนี้ไม่มีทางลบล้างได้
และถ้าอยากได้เงินทอนจากการกู้จริงๆ ไม่เห็นต้องมาเสียตังค์ค่านายหน้า 3% เลย แค่เอ่ยปากถามเซลส์โครงการว่ากู้แล้วมีเงินเหลือหรือเปล่า เจ้าของโครงการเขาอยากขายของจะแย่อยู่แล้วรับรองไม่คิดค่านายหน้าสักสลึง
ปัญหาอยู่ที่จะคลำทางเจอคอนโดฯที่ว่าหรือเปล่า แค่นั้นเองค่ะทั่นผู้ชม

