ท่ามกลางยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีใหม่ๆ ถูกสร้างและพัฒนาอยู่เสมอ จนกระทั่งถูกหลอมรวมเข้ากับชีวิตประจำวันและกลายเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ไปแล้ว
เช่นเดียวกับในแวดวงหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ จากปลายนิ้วที่สัมผัสกับหน้ากระดาษ ซึมซับเรื่องราวผ่านตัวอักษรสีหมึก แปรเปลี่ยนเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ และสามารถเปิดอ่านผ่านอุปกรณ์ไฮเทคที่คอยอำนวยความสะดวก จุดนี้สะท้อนให้เห็นว่าในวงการหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ก็มีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
เฉกเช่น “งานเทศกาลลิขสิทธิ์และเนื้อหาสำหรับสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน” (International Children’s Content Rights Fair) หรือ ICCRF ครั้งที่ 1 จากความร่วมมือของ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจแม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ บริษัท อีลีท ครีเอทีฟ จำกัด จัดขึ้นในวันที่ 6-9 ธันวาคม ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน
ครั้งแรก งานศิลปะ จับมือวิทย์+นวัตกรรม
ไม่เพียงแต่เป็นครั้งแรกในไทยที่มีการจัดงานเทศกาลลิขสิทธิ์และเนื้อหาสำหรับเด็กและเยาวชน งานนี้ยังได้รับความร่วมมือจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก สมาคมผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และชมรม เชียงใหม่ เมกเกอร์ คลับ
ภายในงานรวบรวมสำนักพิมพ์มืออาชีพจากประชาคมอาเซียนและทั่วโลกกว่า 30 ประเทศ เปิดพื้นที่ให้ซื้อขายลิขสิทธิ์และเนื้อหาสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์และเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด “ครีเอติวิตี้ บียอนด์ เดอะ เพจ” ทั้งยังนับเป็นครั้งแรกที่งานศิลป์สร้างสรรค์ได้มารวมกับผลงานด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์และเทคโนโลยีเพื่อเด็กและเยาวชน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องด้านต่างๆ อาทิ เจ้าของลิขสิทธิ์ นักเขียน นักวาดภาพประกอบหนังสือเด็ก รวมเป็น ‘ครีเอทีฟ มาร์เก็ท เพลส’ ที่เปิดโอกาสให้นานาประเทศได้เห็นถึงขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนวัตกรรมการศึกษาและศักยภาพด้านงานเขียนและความคิดสร้างสรรค์
อาทร เตชะธาดา ผู้ก่อตั้งบริษัท อีลีท ครีเอทีฟ จำกัด และประธานคณะกรรมการจัดงานเทศกาลฯ เล่าให้ฟังว่า จากการไปร่วมงานหนังสือทั่วโลกและร่วมพูดคุยกับผู้จัดงานของแต่ละประเทศ ต่างได้รับคำถามว่าทำไมประชาคมอาเซียนถึงไม่ร่วมมือกันจัดงานหนังสือเด็กและเยาวชน ด้วยสามารถสร้างอำนาจต่อรองทางการค้าได้ จากนั้นค่อยผลักดันหนังสือของเราให้เข้าไปสู่ระดับโลกต่อไป

“หลังได้พูดคุยกับสำนักพิมพ์ต่างๆ ในอาเซียน ได้ข้อตกลงร่วมกันว่าเราจะร่วมมือกัน โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง เนื่องจากมีระบบการคมนาคมทางอากาศที่ดี ส่งผลให้ในเทศกาลครั้งนี้มีสำนักพิมพ์จากประเทศในอาเซียนและทั่วโลกเข้าร่วม ซึ่งในกลุ่มประชาคมอาเซียน เราพยายามให้พื้นที่กับเวียดนาม เพราะวงการหนังสือประเทศเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว” อาทรบอก
แตกต่างจากงานหนังสือที่ผ่านมา
เมื่อพูดถึงงานหนังสือ โดยมากจะนึกถึงงานที่ผู้ประกอบการหรือสำนักพิมพ์มาติดต่อซื้อขายกับลูกค้าโดยตรง แต่งานนี้แตกต่าง!
งานเทศกาลลิขสิทธิ์และเนื้อหาสำหรับเด็กและเยาวชน เป็นงานหนังสือในรูปแบบของผู้ประกอบการพบกับผู้ประกอบการซึ่งแตกต่างจากงานหนังสือทั่วไป เราจะมีกิจกรรมหลักคือการจับคู่ธุรกิจเพื่อซื้อขายลิขสิทธิ์และเนื้อหาสำหรับเด็กและเยาวชน
“ที่เน้นกลุ่มหนังสือเด็กและเยาวชน เนื่องจากมองว่าหนังสือเด็กและเยาวชนนั้นมีความสำคัญในการสร้างรากฐานที่แข็งแรงในการอ่านและเสริมสร้างพัฒนาการให้เป็นไปตามวัยอย่างมีประสิทธิภาพแก่เด็กและเยาวชน จึงต้องการกระตุ้นให้ในประเทศไทยและอาเซียนมีการริเริ่มและให้ความสนใจกับตลาดหนังสือเด็กและเยาวชน” อาทรกล่าว และว่า การจัดงานครั้งนี้ยังเป็นการเปิดพื้นที่ในการสร้างนักประดิษฐ์น้อย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ครีเอทีฟ มาร์เก็ท เพลส’ โดยตลอดระยะเวลา 4 วันที่จัดงาน ผู้เข้าชมจะได้พบกับไฮไลต์ของงาน คือ
งานแสดงนิทรรศการภาพประกอบหนังสือเด็กโบโลญญ่า 2017 นำเอาผลงานของศิลปินนักวาดภาพประกอบหนังสือเด็กชั้นนำของโลกที่ได้รับเลือกให้จัดแสดงแล้วที่ งานหนังสือเด็กโบโลญญ่า ประเทศอิตาลี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานหนังสือเด็กที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก ตลอดจนเป็นความใฝ่ฝันของศิลปินนักวาดภาพประกอบหนังสือเด็กที่อยากจะไปเยือนสักครั้ง มาจัดแสดงจำนวน 75 ชุด รวมทั้งหมด 375 ภาพ ที่สำคัญคือ ภาพที่นำมาจัดแสดงล้วนแล้วแต่เป็นภาพที่หาชมได้ยาก ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ให้นำมาจัดแสดงได้เพียง 4 วันตลอดระยะเวลาที่มีการจัดงานเทศกาลเท่านั้น



กิจกรรมประกวดภาพวาด ‘ดิ อาเซียน ชิลเดนส์ บุ๊กส์ อิลลัสเตรเตอร์’ เปิดโอกาสให้นักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่และมืออาชีพในอาเซียน ได้ร่วมแข่งขันและจัดแสดงศักยภาพผ่านผลงาน โดยมีเงินรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท และได้รับเกียรติตัดสินผลงานจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ เคโกะ ฮามาดะ ผู้อำนวยการสมาคมนักวาดภาพประกอบหนังสือเด็ก ประเทศญี่ปุ่น ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล ที่ปรึกษาสำนักอุทยานการเรียนรู้ (ทีเค พาร์ค) และ รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็ก มศว และเจ้าของพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น
นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมเวิร์กช็อป ที่น่าสนใจ เช่น “การเขียนโค้ดรองรับโปรแกรมสร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องยาก” โดยบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด สอนการเขียนโปรแกรมโดยโปรแกรมไมน์คราฟต์ ที่พัฒนาขึ้นมาล่าสุด เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตสื่อสร้างสรรค์ โดยผู้เข้าร่วมไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโค้ดก็สามารถเข้าร่วมศึกษาได้
“การวาดภาพประกอบ” (อิลัสเตรเตอร์) โดยแอนเดอร์ส ลินฮอล์ม วิทยากรชาวต่างชาติผู้มีประสบการณ์ด้านการออกแบบกราฟิกและวาดภาพประกอบมากว่า 30 ปี มาสาธิตการวาดภาพประกอบอย่างละเอียด ทั้งแบบอนาล็อกและดิจิทัล ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีส่วนร่วมในการวาดภาพประกอบ และเปิดโอกาสให้ถาม-ตอบ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เข้าร่วมและวิทยากร โดยมีล่ามแปลภาษาให้
“กิจกรรมแสนสนุกกับ ‘กุ๋งกิ๋ง'” โดยบริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด มุ่งเน้นให้ครอบครัวได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเปิดพื้นที่ให้เด็กได้มีส่วนร่วม กล้าแสดงออก และเติมเต็มจินตนาการ โดยเด็กๆ จะได้พบกับ ‘กุ๋งกิ๋ง’ เพื่อนของเด็กๆ และผู้ช่วยของคุณพ่อคุณแม่ในการส่งเสริมพัฒนาการและพฤติกรรมแก่เด็กวัยอนุบาล การันตีความสนุกที่ล้อมรอบไปด้วยความรู้และทักษะที่เด็กๆ จะได้รับ จากผลการตีพิมพ์ไปแล้วกว่า 3 ล้านเล่ม


“นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์” โดยกลุ่ม ‘เชียงใหม่ เมกเกอร์ คลับ’ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมงานเรียนรู้และลงมือปฏิบัติกับ 12 เทคโนโลยีล่าสุด อาทิ โรโบติก, เอไอ, อินเตอร์เน็ต ออฟ ติง, โฮม ออโตเมชั่น และ ครีเอทีฟ ทอย รวมถึงกิจกรรมตื่นตาตื่นใจอย่างการโชว์บินโดรน และยังมีการแข่งขันประดิษฐ์สิ่งของและนวัตกรรมใหม่ๆ


ในแต่ละกิจกรรม ผู้ที่สนใจเข้าร่วมสามารถดูรายละเอียดการสำรองที่นั่ง ได้ที่ www.iccrfthailand.com หรือโทร 0-2229-3343
โดยในแต่ละวันยังได้รับเกียรติจากมืออาชีพในด้านต่างๆ ขึ้นเวทีเป็นวิทยากรคอยให้ความรู้และเทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับแวดวงสื่อและเทคโนโลยีเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ตลอดจนการวาดภาพที่ผสมผสานระหว่างภาพบนกระดาษพร้อมวิวัฒน์สู่มัลติมีเดียและดิจิทัล แพลตฟอร์ม อาทิ ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ศ.ดร.ประภาส จงสถิตย์วัฒนา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโทมัส นุง อาทาสานา ผู้อำนวยการบริษัทเอเจนซี่ โบโรบูดา เอเจนซี่ – ไอเคเอพีไอ เอเจนซี่การซื้อขายลิขสิทธิ์อันดับหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ยังมีบูธหนังสือจากสำนักพิมพ์นานาประเทศทั่วโลก ตลอดจนจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนเข้าร่วมเปิดบูธจำนวนมาก อาทิ บูธการศึกษาต่อต่างประเทศ บูธสำนักพิมพ์มติชน
ขยายผลไปยัง เอเชียและทั่วโลก
แม้จะเป็นครั้งแรกของการจัดงานเทศกาลลิขสิทธิ์และเนื้อหาสำหรับเด็กและเยาวชน แต่ด้วยการผนึกกำลังร่วมกันของหลายภาคส่วน เพื่อยกระดับและเปิดพื้นที่ให้ซื้อขายลิขสิทธิ์และเนื้อหาสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์และเทคโนโลยี อาทรย้ำถึงเจตนารมณ์ว่า คณะทำงานทุกคนทุกฝ่ายทำงานอย่างตั้งใจและทุ่มเท จึงมุ่งหวังในผลลัพธ์ของการจัดงานครั้งนี้เป็นอย่างมาก
“เราจะเป็นศูนย์กลางของประชาคมอาเซียน ในเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ด้านเด็กและเยาวชน โดย 2 ปีแรก มุ่งเน้นให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือภายในประเทศอาเซียนให้แข็งแรง และในปีที่ 3 จึงขยายผลไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งยังคงเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่ 4-5 ขยายผลไปยังทวีปเอเชียไปเลย เพื่อให้รู้ไปว่าด้วยความร่วมมือกันของไทยและประเทศในประชาคมอาเซียน มีศักยภาพเพียงพอที่จะแข่งขันกับประเทศหลักได้” อาทรเน้นย้ำ
พบกับ “งานเทศกาลลิขสิทธิ์และเนื้อหาสำหรับสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน” ครั้งที่ 1 ได้ระหว่างวันที่ 6-9 ธันวาคม ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.iccrfthailand.com

