12 ปี ‘มอนเทสซอริ’ ในไทย ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ย้ำศักยภาพต้นแบบอาเซียน

30.11.17 | 13:19 น.

เป็นเวลา 12 ปีแล้วที่การเรียนการสอนแบบ “มอนเทสซอริ” หรือการยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง เริ่มหยั่งรากในประเทศไทย ล่าสุด รัฐบาลสนับสนุนให้เดินหน้า เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมการศึกษามอนเทสซอริสากล ด้วยศักยภาพของครูไทยและนักเรียนที่ผ่านแนวทางมอนเทสซอริ ทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของอาเซียน เพื่อขยายผลไปสู่ภูมิภาค ด้วยความสนับสนุนเต็มรูปแบบจากรัฐบาล

เมแกน ไทน์ ผู้จัดการโครงการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ International Montessori Congress ปี 2564 สมาคมมอนเทสซอริสากล บอกว่า มอนเทสซอริ เป็นการศึกษาที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วทั่วโลกว่าเหมาะกับพัฒนาการของเด็กและใช้ได้กับเด็กทุกคน เนื่องจากหลักการของมอนเทสซอริมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำมาใช้ได้แม้ในพื้นที่ที่มีความแตกต่างทางภาษา สังคม และวัฒนธรรม ความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมทำให้การศึกษา มอนเทสซอริตอบโจทย์การศึกษาได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลักสูตรการเรียนการสอนมอนเทสซอริริเริ่มขึ้นเมื่อ 110 ปี ที่แล้ว โดย ดร.มาเรีย มอนเทสซอริ แพทย์หญิงชาวอิตาเลียน ผู้ที่ในขณะนั้นได้มีโอกาสทำงานกับเด็กเล็กและนำแนวทางการศึกษาที่ให้เด็กเป็นศูนย์กลางมาใช้ ด้วยความเชื่อที่ว่าการให้การศึกษาแก่เด็กไม่ใช่นำความรู้ไปให้แก่เด็ก แต่เป็นการจัดการศึกษาให้สัมพันธ์กับความสามารถและความต้องการตามธรรมชาติของเด็กแต่ละคน โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับผู้เรียน

“แนวการศึกษามอนเทสซอริสามารถใช้ได้กับเด็กทุกกลุ่มทุกวัยตั้งแต่ประถมถึงมัธยม โดยแบ่งออกเป็นช่วงๆ ได้แก่เด็กแรกเกิดถึง 3 ปี, 3-6 ปี, 6-12 ปี, และ 12-18 ปี โดยรูปแบบการเรียนการสอนจะเน้นสร้างให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เด็กทำระหว่างการเรียนมีความสอดคล้องกับความต้องการของเด็ก และที่สำคัญคือ การสร้างแรงจูงใจให้เด็กใฝ่รู้ และสามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมได้ โดยช่วงปีแรกของเด็ก เป็นพื้นฐานสำคัญของอนาคต เริ่มจากการพัฒนาด้านภาษา การเคลื่อนไหวร่างกาย หลังจากนั้น ก็จะเน้นเรื่องของ วัฒนธรรม เป้าหมายหลักของมอนเทสซอริคือการช่วยให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองและมองเห็นว่าการกระทำ ของตัวเองสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ มอนเทสซอริไม่ได้เน้นเรื่องความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่เน้นการเชื่อมโยง ร่างกาย จิตใจ และสมอง โดยเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวของตัวเด็ก แนวทางของมอนเทสซอริประยุกต์ใช้ได้กับเด็กทุกกลุ่ม เพราะเป็นวิธีการที่ยืดหยุ่น จึงได้รับการยอมรับจากโรงเรียนเอกชนชั้นนำทั่วโลก ไปจนถึงค่ายผู้อพยพ”

เมแกน ไทน์ -กรรณิการ์ บัต

การศึกษารูปแบบนี้ ได้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ทั้งในเชิงคุณภาพ และปริมาณ โดยปัจจุบันมีครูไทยจากโรงเรียนรัฐบาลที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของมอนเทสซอริในประเทศไทย มากกว่า 500 โรงเรียน รวมทั้งสมาชิกของมอนเทสซอริแบบบุคคลซึ่งอยู่ในโรงเรียนเอกชนอีกมากกว่า 100 คน ล่าสุด ประเทศไทยได้รับเกียรติจากสมาคมมอนเทสซอริสากล (Association of Montessori Internationale หรือ AMI) ให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมการศึกษามอนเทสซอริในปี 2564 ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการประชุมครั้งแรกในโลกของมอนเทสซอริจัดขึ้นเมื่อปี 2542 และเคยจัดในเอเชียเพียงครั้งเดียวที่ประเทศญี่ปุ่น ทาง AMI เลือกประเทศไทยด้วยปัจจัยในด้านการความเติบโตและความเข้มแข็งของมอนเทสซอริภายในประเทศ เพราะมีการนำแนวทางของมอนเทสซอริมาใช้และพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเกิดผลสำเร็จ

กรรณิการ์ บัต นักการศึกษาจากสมาคมมอนเทสซอริแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งานประชุมมอนเทสซอริสากลที่ประเทศไทยในปี 2564 จะช่วยตอกย้ำยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนการศึกษามอนเทสซอริ และนโยบาย Education 4.0 รวมทั้งช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Education Hub ของภูมิภาค การประชุมครั้งนี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้นักการศึกษาและผู้ที่อยู่ในแวดวงการ ศึกษาเข้าร่วมแล้ว ยังต้องการให้กลุ่มผู้ดูแลผู้สูงวัย และผู้ที่อยู่ในแวดวงการกีฬาได้เข้าร่วมรับความรู้อีกด้วย

Advertisement

งานครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การประชุมที่ให้ทุกคนมาพบกัน แต่มุ่งหวังว่างานนี้จะช่วยสร้างความเติบโตของมอนเทสซอริในอาเซียนและในโลกให้มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้นอีกด้วย