ศัพท์เทคนิคมาอีกแว้ว เคยได้ยินไหม เจน HENRY
เสน่ห์ของวงการอสังหาริมทรัพย์มีอยู่เรื่องหนึ่งแน่ๆ นั่นคือมีคำพูดแปลกๆ สรรหามาอธิบายโน่นนี่ได้ตลอดเวลา
ก่อนอื่นต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่าตลาดอสังหาฯ บ้านเรามีตั้งแต่ราคาตลาดบน-กลาง-ล่าง แบบว่าล่างก็ล่างสุดสุด บนก็บ๊นบน ไรงี้
เทคนิคของแต่ละบริษัทก็เลยขึ้นกับเข็มทิศขององค์กรด้วยว่าเขาอยากจะไปทางไหน อยากให้คนอื่นเห็นเขาเป็นยังไง
ประเด็นเกี่ยวกับโลกยุคใหม่ โลกออนไลน์ โลกพร็อพเพอร์ตี้ เทคโนโลยีหรือพร็อพเทค ถ้าอยู่ในสถานะที่มีคนพูดกรอกหูให้ฟังอยู่เรื่อยๆ อาจจะรู้สึกชิน แต่ถ้าไม่สนใจหรือสนใจน้อยหน่อยก็มองเหล่ๆ ได้ว่าทำไปทำไม
ทุกวันนี้ศาสตร์วงการพัฒนาที่ดินอย่างเดียว ไม่เพียงพอจะให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน ต้องอาศัยศาสตร์อื่นมาผสมปนเปอย่างเยอะ เพราะคำเพียงคำเดียวที่บอกว่า สินค้าอสังหาฯ ไม่ใช่ตึกไม่ใช่ปูนอีกต่อไป แต่เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์
เพราะฉะนั้น เราจึงได้เห็นบางบริษัทเขาประสบความสำเร็จจากความเชื่อ ความศรัทธาในเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลักคิดจึงกลั่นกรองออกมาว่า ไม่ฝืนธรรมชาติ ไม่ฝืนความจริงของโลกใบนี้ที่เทคโนโลยีใหม่ๆ อุบัติขึ้นแล้ว
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มาควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคของโลก ย้ำว่า พฤติกรรมผู้บริโภคของโลก
เหตุผลที่ต้องสนใจลูกค้าของโลกเพราะเมืองไทยจีดีพีโตเท่าไหร่ ภาคอสังหาฯ โตอย่างเก่งก็ได้บวกอีก 1.5 เท่า เช่น ปีนี้จีดีพีประเทศไทยสัก 4% เท่ากับทำอสังหาฯ ในเมืองไทยอย่างเดียวบริษัทโตได้สัก 5.5%
แต่บังเอิญดันขายดี ตัวเลขเติบโตปาเข้าไป 8-9% การหากินในเมืองไทยอย่างเดียวไม่ทำให้โตได้ขนาดนี้ ต้องออกไปหาปลา (คำเปรียบเปรย) หากินนอกประเทศด้วย ลูกค้าของโลกจึงมีความสำคัญด้วยเหตุผลนี้
กลับมาโฟกัสพฤติกรรมผู้บริโภคของโลก เขาบอกว่า (เขาน่ะใคร?) ผ่านมาหลายยุคแล้ว กลุ่มกำลังซื้อตั๋งๆ ยิ่งนานยิ่งเด็กลง หรือเป็นกลุ่มเศรษฐีใหม่ก็ว่าได้
สืบเนื่องจากลูกค้ายุคมิลเลนเนียม (ยุคศตวรรษ 2000) พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยนจนทำให้โลกใบนี้ไม่มีพรมแดนอีกต่อไป ภาษาเท่ๆ เรียกว่าโกลบอลไลเซชั่น
มาถึงตรงนี้เฉลยก็แล้วกัน เขาคนนั้นคือนิตยสารฟอร์จูนระบุกลุ่มลูกค้าเป้าหมายย้อนให้ดู 3 เจน (ย่อมาจากเจเนอเรชั่นหรือ Gen-Generation) ที่มีอิทธิพลต่อเทรนด์ธุรกิจโลก
เริ่มจาก เจน Yuppy (Young Urban Professional) ย้อนกลับไปสัก 20 ปีคำนี้ฮิตมาก คนที่ก้าวสู่มืออาชีพในวัยรุ่นหนุ่มสาว
ยุคต่อมา เจน Dinks (Duals incom, no kids) คงจะหมายถึงคนรุ่นใหม่ที่โฟกัสความมั่นคงทางรายได้ ก็เลยทำหลายอาชีพ และแม้จะแต่งงานแต่ไม่มีลูกให้รุงรัง
ล่าสุด เจน HENRY (Hi earning, not rich yet) ถ้าอยากรู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง ให้จินตนาการไปถึงคนรุ่นใหม่ที่ทำงานในออฟฟิศกูเกิล เฟซบุ๊ก อาลีบาบา แอร์บีเอ็นบี ลาซาด้า ฯลฯ
นิตยสารฟอร์จูนให้คำนิยามด้วยว่า เจน HENRY หมายถึงคนที่มีรายได้ปีละ 100,000-250,000 เหรียญสหรัฐ คำนวณเงินบาทให้คูณด้วย 33-35 บาท เฉลี่ยรายได้ปีละ 3-9 ล้านบาทละกัน ตกเดือนละ 2.5-7.5 แสนบาท
รายได้แบบนี้ใช้ชีวิตไฮโซได้แล้วมั้ง มีข้อแตกต่างจากกลุ่มคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดที่เรียกว่า Old Wealth (มั่งคั่งเพราะชาติกำเนิด) ตรงที่เจน HENRY มีแนวโน้มใช้เงินอย่างรู้คุณค่า ซื้อปอร์เช่ได้แต่ไม่เอา เงินก้อนเดียวกันไปซื้อทัวร์ปีนเขาเอเวอเรสต์ดีกว่า
ลูกค้าเจน HENRY จึงมีรายได้สูงแต่ไม่นิยมอวดของใช้แบรนด์แพง เพราะใส่แล้วกลัวสะเหร่อ สิ่งที่จะอวดหรือโชว์ออฟออกมาเน้นเรื่องการซื้อประสบการณ์ เช่น กระเป๋าแอร์เมสใบละ 3 แสน วิเศษวิโสยังไงถึงยอมซื้อ แทนที่จะใช้โค้ชใบละ 3 หมื่นก็พอ
ไปเที่ยวจะพักที่ไหนราคา 5-6 ดาวแต่ไม่ใช่โรงแรมพะยี่ห้อแบรนด์เนม แต่เลือกโรงแรมที่ส่งมอบประสบการณ์ชิม-ชม-ช้อปอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
จบดื้อๆ ละกัน เจน HENRY เป็นเทรนด์ของโลก ตีโจทย์แตกก็มีโอกาสควักกระเป๋าเขาได้ ขอแค่คลำโจทย์ธุรกิจให้เจอละกันค่ะ

