ถึงแม้ว่าสารซักฟอกจะกำจัดคราบสกปรกได้ดีแค่ไหน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมที่ตามมานั้นเป็นอีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง
คาร์บอนฟุตปริ๊นท์ (Carbon Footprint) คือ คือค่าคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)ที่ถูกปล่อยออกมาทั้งในกระบวนการผลิต การขนส่งและใช้งานผลิตภัณฑ์ รายงานของ Wallstreet Journal กล่าวถึงปริมาณคาร์บอนฟุตปริ๊นท์ในการใช้สารซักฟอกยี่ห้อหนึ่งในสหราชอาณาจักรมีหลากหลายตั้งแต่ 0.6 กิโลกรัม ถึง 0.9 กิโลกรัม ต่อครั้งขึ้นอยู่กับรูปแบบของสารซักฟอกที่ใช้ บ้านแต่ละหลังในสหรัฐฯทำการซักผ้าเฉลี่ย 300 ครั้งต่อปีนั่นหมายความว่าจำนวนคาร์บอนฟุตปริ๊นท์สำหรับการซักผ้ามีประมาณ 218 กิโลกรัม ต่อปี แม้ว่าจะดูไม่มากนักเมื่อเทียบกับปริมาณคาร์บอนฟุตปริ๊นท์ของรถยนต์ที่ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 5 ตันต่อปีแต่ตัวเลขนี้คิดแค่การซักผ้าด้วยสารซักฟอกเท่านั้นยังไม่นับความต้องการพลังงานเพิ่มเติมจากการใช้เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า
แน่นอน การพยายามลดการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ทุกวิถีทางนั้นน่ะจะส่งผลดีต่อปัญหาโลกร้อนที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้สารเคมีที่ปนมากับน้ำเสียจากการซักผ้าอาจก่อความเป็นพิษต่อต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำและสาหร่าย อาจมีการตกค้างในสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเกิดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชัน (Eutrophication) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ในแหล่งน้ำมีปริมาณธาตุอาหารมากเกินไปจนส่งผลให้พืช สาหร่าย เติบโตมากเกินไปจนเกิดปัญหาน้ำเสีย ในที่นี้เกิดจากสารประกอบฟอสฟอรัสและไนโตรเจนในสารซักฟอก ในปัจจุบันสารประกอบฟอสเฟตได้ถูกแทนที่ด้วยซีโอไลท์เพื่อลดปัญหานี้ และ มีการใช้สารเคมีที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
อีกทางหนึ่งที่น่าสนใจคือ การพยายามใช้สารซักฟอกที่มีสูตรเข้มข้นเพื่อลดขนาดบรรจุภัณฑ์และปริมาณน้ำลง คารอล เบิร์นนิ่ง (Carol Berning) โฆษกหญิงแห่งบริษัท P&G ชี้แจงว่าสารซักฟอกสูตรเข้มข้นทำให้ “ใช้พลาสติกน้อยลงในการผลิตขวดบรรจุภัณฑ์ ใช้กระดาษลูกฟูกน้อยลงสำหรับการบรรจุกล่องลังและสุดท้ายก็ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงด้วยเพราะการขนส่งใช้จำนวนรอบที่น้อยลง”
อีกหนึ่งตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (และเป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋า) คือการหันมาทำสารซักฟอกใช้เอง ในปัจจุบันนี้มีสูตรมากมายที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ทั่วไปอย่างน้ำสบู่ก้อน บอแรกซ์และโซดาซักล้าง
ในหลายๆ การทำสารซักฟอกใช้เองนั้นช่วยลดส่วนผสมที่เป็นเคมี แถมยังลดการใช้บรรจุภัณฑ์อีกด้วยแต่อย่างไรก็ตามสารซักฟอกที่ทำขึ้นเองนั้นอาจจะไม่สามารถขจัดคราบสกปรกได้ดีเท่าแบบที่ขายอยู่ทั่วไปตามร้านค้า แต่ถ้าคุณทดลองและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่แน่ว่าคุณอาจสร้างผลิตภัณฑ์ซักฟอกที่ทั้งราคาถูกและลดการทำลายสิ่งแวดล้อมไว้จัดจำหน่ายเองได้
หมายเหตุ– บทความนี้ได้รับการเขียนโดยคุณภาณี ภัททิยไพบูลย์ ซึ่งเป็นผู้อ่าน ผมเห็นว่าเขียนและเรียบเรียงได้ดีจึงติดต่อมาลงไว้ในคอลัมน์นี้เพื่อให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ


