ในสวน Peoples Park นอกจากนกอีแพรดฟิลิปปินส์แล้ว มีนกอีกไม่มากนัก แต่น่าแปลกใจที่พบ นกอีเสือสีน้ำตาล ถึง 3 ตัว แต่ละตัวจับจองกิ่งไม้ ห่างกัน 20-30 เมตร เพราะวิธีการล่าเหยื่อของนกอีเสือ จะเกาะบนที่สูง มองเห็นพื้นที่โล่งรอบตัว มองหาเหยื่อ อาทิ แมลง หนอน กิ้งก่าหรือแม้แต่นกตัวเล็กๆ มีนกอีเสือตัวนึง เกาะบนต้นไม้สูง จ้องมองนกกินปลีอกเหลือง ที่บินเข้ามากินน้ำหวานในดอกแปรงล้างขวด เมื่อนกกินปลีเผลอก็บินดิ่งลงมาจับ แต่พลาดเลยอดไม่ได้เห็นฉากชีวิตแท้ๆ ของนกป่า ที่แต่ละวันต้องคอยระแวดระแวงภัยรอบตัว เมื่อไหร่เผลอจากผู้ล่าก็อาจจะกลายเป็นผู้ถูกล่าได้เหมือนกัน
นกอีเสือ เป็นนกเกาะคอน ไม่ใช่นกนักล่าแท้ๆ เช่น เหยี่ยว หรือนกอินทรี กรงเล็บจึงไม่แข็งแรงมากพอจะใช้ตะครุบขยุ้มเหยื่อได้อย่างแน่นหนา แต่จะงอยปากของนกอีเสือก็คมกริบสมชื่อ กัดลงไปบนคอของนกกินปลี หรือนกกินแมลงตะโพกเหลืองที่เคยตกเป็นเหยื่อของนกอีเสือ ก็ทำให้นกตายคาที่ได้ไม่ยากเย็น
เพียงแต่เมื่อกรงเล็บไม่แข็งแรงพอจะกดตัวเหยื่อไว้แล้วใช้จะงอยปากคมๆ ฉีกทึ้งเหยื่อออกเป็นชิ้นๆ เพื่อกินทีละคำ เสือมีปีกจึงต้องนำซากเหยื่อไปขัดคาไว้กับง่ามไม้ รอให้ซากเน่า และมีแรงต้านจากง่ามไม้ ใช้จะงอยปากดึงขนทิ้ง ทึ้งเนื้อของเหยื่อไว้กินง่ายขึ้น เมื่อมองเห็นภาพลักษณะนี้ ก็ต้องยอมรับว่านกอีเสือดุสมชื่อ และคนรุ่นก่อนตั้งชื่อได้สมนิสัยของนกจริงๆ อีกทั้งชื่อสกุลของนกอีเสือ Lanius ก็แปลว่า คนขายเนื้อ ที่ต้องชำแหละซากสัตว์เป็นชิ้นๆ แขวนบนตะขอเหล็กออกขาย เห็นภาพเลย!
นกอีเสือสีน้ำตาล เป็นนกอพยพหนีหนาวมาจากประเทศจีน ในประเทศไทยก็พบบ่อย เช่นเดียวกับบนเกาะมินดาเนา ขนาดในสวนสาธารณะกลางเมืองใหญ่ เช่น ดาบาวก็ยังพบได้มาก
นอกจากนั้น นกอีเสือสีน้ำตาลยังมีความหลากหลายของชุดขนต่างพันธุ์ถึง 3 พันธุ์ ต่างกันที่คิ้ว และสีของขนบนแผ่นหลัง แยกออกเป็น สีน้ำตาลทั่วไป สีน้ำตาลแดง และ
สีเทา เจ้าตัวที่เกาะสูงเหนือศีรษะ มองหาแมลงบนพื้นดิน ส่งเสียงร้องแหบพร่าว่า กี๊กๆๆๆๆๆ มีแถบสีดำคาดตา คิ้วขาวหรอมแหรม
แต่สีของกระหม่อมจรดแผ่นหลังเป็นสีเทา แทนที่จะเป็นสีน้ำตาล แสดงว่าเป็นพันธุ์หลังเทา lucionensis ซึ่งเป็นภูมินาม ตั้งชื่อตามเกาะลูซอน ที่เป็นสถานที่เก็บตัวอย่างของนกอีเสือสีน้ำตาลพันธุ์หลังเทาได้เป็นครั้งแรก
นกอีเสือพันธุ์นี้พบไม่บ่อยนักในบ้านเรา แต่ในประเทศฟิลิปปินส์พบได้ทั่วไป เป็นนกอพยพมาจากถิ่นอาศัยในฤดูผสมพันธุ์ที่ประเทศจีน เกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งถ้าจินตนาการไปที่สภาพภูมิศาสตร์ระหว่างประเทศจีนและเกาะมินดาเนา เจ้าอีเสือหลังเทาตัวนี้ต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลจีนใต้จากบ้านเกิดมาถึงบ้านในฤดูหนาวไกลหลายร้อยกิโลเมตรทีเดียว
ท้าทายไม่ใช่เล่นนะครับสำหรับนกขนาดเล็ก ที่ตัวหนักไม่ถึงขีดเท่านั้น!

