เรื่องการตระเตรียมเด็กตั้งแต่อายุ 0-7 ขวบนี่น่าสนใจเหมือนกันนะ
วันก่อนได้คุยกับ ดร.จักรกฤษ เจริญสุข ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วได้ความรู้
อาจารย์จักรกฤษ มีความสามารถเชิงดนตรี เครื่องมือประจำตัวคือวิโอล่า
จบการศึกษาจากต่างประเทศด้านดนตรี
กลับมาสอนที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเล่นกับวงไทยแลนด์ฟีลฮาร์โมนิก ออเคสตรา บ่อยๆ
จริงๆ แล้ว อาจารย์จักรกฤษไม่ได้มาให้ความรู้เรื่องนี้ แต่มาให้ความรู้เรื่องเกม
เป็นการ์ดเกมเกี่ยวกับดนตรี
ถือเป็นรูปแบบการให้ความรู้ดนตรีที่แฝงความสนุก
คราก่อนออกแบบการ์ดเกมเรื่องคอร์ด
มาคราวนี้ออกแบบการ์ดเกมเป็นเครื่องดนตรีในวงออเคสตรา
เรื่องราวของการ์ดเกมรุ่นใหม่คงได้อ่านในหน้าประชาชื่นของมติชนรายวัน
ส่วนเรื่องการดูแลเด็กตั้งแต่อายุ 0-7 ขวบนี้ เกิดขึ้นหลังจากแสดงความยินดีที่อาจารย์เพิ่งมีบุตร
คุยไปคุยมาเลยไปโยงเรื่อง “การศึกษา”
สุดท้ายมาวกเข้าเรื่องพัฒนาการเด็กในช่วง 0-7 ขวบ
อาจารย์จักรกฤษบอกว่า น้องสาวเพิ่งเปิดหลักสูตร Suzuki สำหรับเด็กก่อนเข้าเรียน
เปิดใช้หลักสูตรนี้ที่โรงเรียน AUM AREE MUSIC SCHOOL
หรือโรงเรียนดนตรี เอื้อมอารีย์ นั่นเอง
หลักสูตรดังกล่าวป็นหลักสูตรสำหรับเด็กอายุ 0-3 ขวบ .. โอ้โห
หลักสูตรนี้เป็นของ ดอกเตอร์ Shinichi Suzuki ซึ่งมีคิดค้นหลักปรัชญา 7 ประการ
หนึ่ง เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้
สอง พรสวรรค์หรือทักษะพัฒนาได้ตั้งแต่แรกเกิด
สาม สิ่งแวดล้อมฟูมฟักการเจริญเติบโต
สี่ เกิดเรียนรู้ซึ่งกันและกันเอง
ห้า ความสำเร็จเล็กๆ ส่งผลต่อความสำเร็จต่อๆ ไป
หก การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเป็นสิ่งสำคัญ
และเจ็ด การให้กำลังใจเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อการพัฒนา
หลักสูตรนี้มุ่งเสริมส่งพัฒนาการของเด็กตั้งแต่เล็ก ด้วยความเชื่อว่า พัฒนาการในช่วง 0-7 ขวบจะส่งผลต่อเขาและเธอเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
หลักสูตรนี้เขาเน้นเตรียมความพร้อมให้เด็ก และพัฒนาศักยภาพด้านบวกให้เด็ก
ทั้งการรอ ความอดทน การแบ่งปัน การมีวินัยต่อตนเองและผู้อื่น การเคารพผู้อื่น เป็นต้น
จุดเด่นของคอร์ส มีอาทิ เป็นหลักสูตรที่ผ่านการวิจัยและเปิดสอนมานานกว่า 30 ปี
เหมาะสมกับเด็กแรกเกิดถึง 3 ขวบครึ่ง ครูทุกคนเป็นนักดนตรีและผ่านการเรียนอบรมมาอย่างยาวนาน
เป็นคลาสที่ให้ความรู้ผู้ปกครองไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้ของเด็ก
และอื่นๆ
วิธีการสอนจะควบคู่ไปกับการใช้เครื่องดนตรี โดยแบ่งเป็นคลาสๆ
แต่ละคลาสมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป
เช่น คลาสพัฒนาทักษะการฟัง คลาสพัฒนาการเคลื่อนไหว คลาสพัฒนาความเข้าใจเรื่องของขนาด
คลาสพัฒนาทักษะความรู้เรื่องการนับเลข คลาสเพิ่มทักษะการเข้าสังคม
คลาสพัฒนาตัวตนที่สมบูรณ์แบบ
เป็นต้น
อาจารย์จักรกฤษเล่าให้ฟังคร่าวๆ แล้วก็ยื่นเอกสารข้อมูลให้อ่าน
พบว่า การเรียนในคลาสนั้นมีทั้ง Introduction พัฒนา และสรุป
แหะ แหะ เหมือนกับรูปแบบการประพันธ์ดนตรีเลยนะ
มีตัวอย่างกิจกรรมดังกล่าว อาทิ Ball rolling เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักอดทน ฝึกการรอ ฝึกสังเกตบอล
กิจกรรม Goodmorning Handshakes เป็นช่วงพัฒนาทักษะทางสังคม กิจกรรม Drum ผลักเปลี่ยนกันเล่นกลอง
เรียนรู้การฟัง การเล่นจังหวะ ตั้งแต่จังหวะธรรมดา แล้วก้าวไปสู่ความซับซ้อน
กิจกรรม Circle songs, Rhymes and Action songs ซึ่งเป็นกิจกรรมในช่วงพัฒนา
ช่วงนี้เด็กๆ จะเรียนรู้ทำนองเพลง คำศัพท์ ทักษะทางสังคม การทำงานร่วมกัน
การเรียนรู้จะดำเนินไปพร้อมความสนุกสนาน
นอกจากกิจกรรมนี้แล้วยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกในช่วงการพัฒนา
สุดท้ายคือกิจกรรมในช่วงสรุป
กิจกรรม Drum activity, Stories and Journal writing เป็นการตีกลองตามคำสั่ง
เรียนรู้จังหวะต่างๆ การนับเลข
สุดท้ายคือช่วยคุณครูเก็บของ ซึ่งสร้างความรับผิดชอบให้เด็กตั้งแต่เยาว์
ฟังคร่าวๆ จากอาจารย์จักรกฤษแล้วก็น่าสนใจ
ขณะที่ภาครัฐกำลังเริ่มต้นปฏิรูปการศึกษากันใหม่อีกครั้ง หลังจากทำกันมาแล้วหลายครั้ง
ภาคเอกชนได้นำหลักสูตรที่ประสบความสำเร็จแล้วในโลกมาเปิดสอน
เท่าที่ทราบนอกจากหลักสูตร Suzuki ซึ่งโดดเด่นทางการนำดนตรีมาช่วยพัฒนาเด็ก
ยังมีหลักสูตรอื่นๆ อีก อาทิ จิมโบรี ที่เขาเปิดสอน โดยใช้กิจกรรมช่วยพัฒนาเด็ก
หลักสูตรเหล่านี้น่าสนใจ เพราะมุ่งไปที่การพัฒนาเด็ก
คือสร้างพัฒนาการด้านบวกแก่เด็กตั้งแต่เล็ก
เริ่มสร้างกันตั้งแต่ 0 ขวบ
เพื่อว่า เมื่อโตขึ้น เด็กจะรู้จักวินัย มีทักษะทางสังคม เคารพผู้อื่น
มีความพร้อมในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว
และรู้จักพัฒนาตัวเองให้ก้าวสู่รูปแบบที่สมบูรณ์ได้ต่อไป

