ไทยแลนด์แดนครีเอทีฟ ‘จักรกฤษ เจริญสุข’ เพราะ ‘บอร์ดเกม’ เป็นมากกว่าเกม

16.12.17 | 15:26 น.

“การเล่น” อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มานานแสนนาน แต่มีผู้คนจำนวนมากมอง “เกม” เป็นเรื่องของเด็ก

การเห็นเด็กนั่งจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เล่นเกมข้ามคืนในร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ คงไม่ทำให้ใครแปลกใจนัก

แต่การเห็นผู้ใหญ่วัยทำงานหรือวัยกลางคนจับกลุ่มกันรอบโต๊ะทำหน้านิ่วคิ้วขมวด กระโดดโลดเต้นหน้ากระดานไม้ ตลอดจนกระดานหลากสีไร้ซึ่งชิ้นส่วนดิจิทัลใดๆ อาจทำให้ใครหลายคนเหลียวหลัง หันมองด้วยความสงสัยใคร่รู้

“เกมกระดาน” หรือ “บอร์ดเกมสมัยใหม่” แตกต่างจากเกมครึ่งศตวรรษก่อนหน้าอย่างเกมเศรษฐี หรือเกมบันไดงู พอๆ กับที่รถสปอร์ตแตกต่างจากเกวียนเทียมลาเมื่อหลายร้อยปีก่อน

แม้จะเล่นได้เหมือนกัน แต่ความสนุกและความเจ๋งต่างกันหลายขุม

Advertisement

จักรกฤษ เจริญสุข หรือที่นักเรียนนักศึกษาเรียกติดปากว่า อ.แซ็ก เป็นอาจารย์อยู่ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ในสาขาวิชาเครื่องสายสากลและดนตรีเชมเบอร์

ด้านหนึ่งหลายคนรู้จักเขาในนามครูสอนดนตรี แต่อีกด้านหนึ่งนั้น จักรกฤษคือผู้อยู่เบื้องหลังบอร์ดเกมเกี่ยวกับดนตรีอย่างคอร์ดฮีโร่ (Chord Heroes) และเดอะ ลิตเติล ออเคสตรา (The Little Orchestra) โดยมีมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นผู้สนับสนุน

จักรกฤษเล่าว่า สมัยเรียนปริญญาเอกอยู่ที่อเมริกา เมื่อครั้งสอบจบมหาวิทยาลัยรู้สึกเครียดมาก กระทั่งอาเจียนออกมา เพื่อนๆ จึงชวนไปเล่นบอร์ดเกมชื่อ Settlers of Catan และตอนนั้นเองที่จักรกฤษบอกว่ารู้สึกผ่อนคลาย จนลืมเรื่องเครียดไปหมด

“ที่ตลกกว่านั้นคือ วันรุ่งขึ้น พอสมองเราไม่เครียดแล้ว หนังสือที่ต้องจำให้ได้ ผมจำได้หมดเลย

“ผมเลยนั่งคิดว่า ที่เราได้ความรู้ บางครั้งเราเค้นให้เราเรียนรู้อะไร มันไม่ได้มีประโยชน์กับชีวิตเท่าไหร่ ผมเลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นอยากทำอะไรที่ใช้ความรู้ แล้วสนุกกับมันดีกว่า”

แน่นอนว่า คำตอบสุดท้ายของจักรกฤษคือการเลือก “สร้างเกม”

– ทำไมถึงเลือก ‘บอร์ดเกม’

ถ้าพูดให้ดูดี บอร์ดเกมเข้าถึงคนได้ เข้าถึงคนคุยได้ แต่ถ้าบอกความเป็นจริงคือไม่มีเงิน (หัวเราะ) เพราะหากทำเป็นกราฟิกดิจิทัลต้องใช้เงินและคนเยอะ

ข้อดีของบอร์ดเกมคือ ถ้าไฟดับก็ยังเล่นได้ จุดเทียนแล้วก็ยังนั่งเล่นได้ ถ้าเป็นดิจิทัล แบตเตอรี่หมด อดเล่น ถามว่ามีข้อดีข้อเสียไหม มันมีต่างกัน เช่น ดิจิทัลเครื่องพังเราไปโหลดใหม่ได้ เล่นใหม่ได้ ไม่มีปัญหา แต่บอร์ดเกม ถ้าการ์ดใบหนึ่งพัง เราต้องซื้อใหม่ทั้งกล่อง ขึ้นอยู่กับว่ามุมมองแต่ละคนเป็นอย่างไร

แต่ในมุมมองผมคือ ในเมื่อเรายังเป็นตัวเล็กอยู่ เราทำในสิ่งที่เราควบคุมได้ดีกว่า เพราะผมรู้สึกว่าผมชอบทำอะไรที่ผมควบคุมได้ ถ้าใหญ่เกินตัวมันดูเสี่ยงเกินไป (ยิ้ม)

– เป็นผู้บุกเบิกบอร์ดเกมด้านดนตรี?

ถ้าในประเทศก็ใช่ครับ แต่ถ้าเป็นต่างประเทศเขามีบริษัททำอยู่แล้ว ตอนแรกที่ผมทำ ผมไม่ได้มองเขาอยู่ในสายตาเลย เพราะคนที่ทำก็คิดเองเออเองว่าทุกคนมีความรู้ด้านดนตรีทั้งหมด ซึ่งทฤษฎีดนตรีนี้ยากมาก เพราะเป็นทฤษฎีเชิงลึก

อย่างเกมที่ผมกำลังจะทำต่อไปก็ต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดมาก เพราะมีผลกับผู้เล่นที่จะต้องจำเรื่องประวัติศาสตร์ ตอนทำเกมขึ้นมาก็กลัวมาก แต่แน่ใจเลยว่าคอร์ดฮีโร่และเดอะ ลิตเติล ออเคสตรามันดิ้นได้ อย่างเกมต่อไปก็เป็นบอร์ดเกม มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ทางดนตรี คิดว่าในคู่มือจะต้องมีคำอธิบายด้วยว่าข้อมูลที่เราให้มาจากอะไร ใช้เพราะอะไร ซึ่งตอนนี้ผมกำลังเก็บข้อมูลอยู่ (ยิ้ม)

– ขั้นตอนการทำงานที่กว่าจะเป็นคอร์ดฮีโร่หรือเดอะ ลิตเติล ออเคสตรา เป็นอย่างไร

ตอนแรกเก็บข้อมูลก่อนว่าในตลาดมีอะไรบ้าง เรามีเกมประเภทใดบ้าง ส่วนตัวเป็นคนเล่นเกมเยอะ ทั้งไปเล่นบ้านเพื่อน ไปเล่นบอร์ดเกม ซื้อมาเล่นเอง แล้วมาจดว่าแต่ละอันมีจุดดีจุดเสียยังไง เล่นเสร็จแล้วเอาทฤษฎีที่เราต้องการ เช่น คอร์ดฮีโร่ก็เป็นเรื่องคอร์ด เดอะ ลิตเติล ออเคสตราก็เป็นออเคสตรา เอาทฤษฎีที่เราอยากให้เขารู้อะไร แล้วคิดโครงสร้างว่าควรผูกเป็นเกมแบบไหน เสร็จแล้วมาดูเกมที่ป๊อปปูลาร์ว่าแบบไหนจะเวิร์ก แล้วเอาทั้ง 2 อย่างมารวมกัน

เวลาจดก็ดูความน่าจะเป็น ดูว่าถ้าเอาการ์ดมาเรียง ความน่าจะเป็นจะออกมาเป็นเท่าไหร่ จากนั้นจดเป็นโครงสร้าง เอากระดาษมาตัด วาด แล้วลองเล่นคนเดียว จากนั้นชวนผู้ที่อยู่ในวงการดนตรี ผู้ศึกษางานดนตรี รวมถึงคนในวงการบอร์ดเกมหลายๆ คนมาเล่นด้วยกัน ฟังคอมเมนต์ แล้วนำคอมเมนต์เหล่านั้นมาปรับเปลี่ยน

ทำแบบนี้อยู่ 3 รอบ ถึงออกมาเป็นเกม ทำอาร์ตเวิร์ก สุดท้ายคือส่งโรงพิมพ์

– ไม่มีทีมงานช่วยเหลือ?

ผมเป็นคนติดต่อ และมีกราฟิกอาร์ติสต์มาช่วย บอกเขาว่าจะเอาอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วตรวจงาน เรื่องรูปวาดการ์ตูนทั้งหมดผมเป็นคนวาด ส่วนเวลาคุย มีเจ้าหน้าที่จากมหิดลเป็นคนคุยกับโรงพิมพ์ให้ แต่เราก็ไปตรวจงานด้วยกัน ผมปล่อยไม่ได้ เพราะมันเป็นโปรเจ็กต์เราเอง บางครั้งเราอธิบายให้ใครฟังไม่เข้าใจหรอก (หัวเราะ) ขนาดเราอธิบาย จด บันทึกเป็นเสียงส่งไปให้เขา เขายังเรียงการ์ดผิดเลย (หัวเราะ)

ถามว่ายากกว่าการทำหนังสือเยอะไหม เยอะ (หัวเราะ) แต่ถามว่ามีความสุขไหม มีความสุข (ยิ้ม) ยิ่งใส่ชื่อเราไว้ข้างหน้ากล่องด้วย ถ้าเราทำแย่ มันก็แย่

การทำเกมเป็นอะไรที่ยาก ถามว่าสนุกไหม ถ้าเราไม่รักเราคงไม่ทำ เลิกไปแล้ว (ยิ้ม)

– ผลตอบรับจากเกมเป็นไปในทิศทางไหน

อย่างคอร์ดฮีโร่ ตอนแรกคนที่เป็นนักดนตรีจะชอบ แต่ถ้าไม่ใช่นักดนตรีจะบอกว่ายากจัง ทำไมเล่นอย่างนี้ พอเกมที่ 2 มีฟีดแบ๊กกลับมาว่าสนุก เล่นได้ ไม่ยาก แต่เรื่องดนตรีควรลึกกว่านี้ เราเลยต้องบิดไปเรื่อยๆ ต้องเข้าใจว่าคนรอบๆ ตัวเรามีหลายแบบ ฉะนั้นถามว่าผลตอบรับดีไหม ดี เวลาผมไปเล่นคอนเสิร์ตของมหิดล ทุกงาน ผมเอาเกมไปวางที่คอนเสิร์ตด้วย คนก็จะมาซื้อเรื่อยๆ ตลอดเวลา รวมถึงผมทำวิดีโอโปรโมตเกมก็ไปคุยกับรุ่นน้องให้มาช่วยถ่าย แล้วก็ทำกันเลย ผมเลยรู้สึกว่าอย่างนั้นมันสนุกกว่า

พอย้อนมาที่ฟีดแบ๊ก คือฟีดแบ๊กตอบรับดีมาก แต่ถ้าเผื่อเราไปแมสมากกว่านี้ เราก็ต้องการนักลงทุนที่เขารักในสิ่งเหล่านี้ เพราะว่าเราทำงานด้านการศึกษา เราเป็นต้นน้ำการผลิต พอทำอะไรแล้ว ถ้าไปดูแมสโปรดักชั่น การทำคนเดียวไม่น่าจะรอด

ผมว่าคนที่ประสบความสำเร็จกับงานทุกงานคือต้องบ้าไปกับมัน อย่างพ่อผม (รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข) ตอนน้ำท่วมก็ทำทุกอย่างเพื่อกันไม่ให้น้ำท่วมมหิดล แต่ที่บ้านคือท่วมไปถึงชั้น 2 แล้ว รูปรับปริญญาผมบวมหมดเลย (หัวเราะ) เพราะเขามีแพชชั่น เขารักในสิ่งอย่างนั้น หรือน้องสาวผม มีคนหาว่าเขาทิ้งงานประจำจากการเป็นอาจารย์สอนที่มหิดล 7 ปี เพื่อไปลุยดนตรีเด็กเล็กเต็มตัว มีแต่คนด่าว่าบ้า ออกทำไม งานก็ดี เงินก็ดี ไปเสี่ยงแล้วก็ไม่รู้เลยว่าสุดท้ายแล้วเราจะได้อะไร แม้แต่ผมมาทำตรงนี้ก็ยังโดนด่า (หัวเราะ) แต่ผมคิดว่าถ้าเราบ้าไปกับมัน อย่างน้อยถ้ามันล้มเหลวเราก็รู้ว่าเราทำดีที่สุดแล้ว

พ่อผมสอนว่าคนเราต้องเก่ง+เฮง คือเก่งมันควบคุมได้ คือเราขยัน ทำในสิ่งที่เราชอบ แต่เฮงมันควบคุมไม่ได้ แต่ถ้าเฮงมันมาแล้วไม่เก่ง คือโง่ คือเราพลาดโอกาส อย่างไรเราก็ต้องทำให้พร้อม

– ดูเหมือนว่าคนไทยรู้จักบอร์ดเกมน้อยมาก สิ่งนี้ส่งผลอะไรกับเกมเราไหม

ผมว่าตอนนี้วงการมันแข่งกันนะ ตอนแรกที่ผมมามีไม่กี่คนเอง ตอนนี้เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดเลย เริ่มทำเกมแปลเป็นภาษาไทยด้วย ในอนาคตน่าจะเป็นเรดโอเชียน (หัวเราะ)

แต่ผมว่ามันเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าพออะไรเจริญ คนก็อยากมาจับเยอะ เสมือนการจับกระแสรถไฟที่วิ่งเร็วๆ จับเพื่อขอไปด้วย ซึ่งผมว่าไม่รอด วงการบอร์ดเกมก็เหมือนกัน ผมว่าคนที่อยู่รอดจริงๆ คือคนที่เก่งจริงๆ เท่านั้น คนที่บริหารเก่ง สร้างงานจริง สร้างเกมจริง

– ขณะผู้เล่นได้เล่นเกม มีกิริยาท่าทางไหนไหมที่เราเห็นแล้วรู้สึกภูมิใจ

เห็นคนหัวเราะก็มีความสุขแล้ว (ยิ้ม) กลายเป็นว่าเกมพวกนี้ทำให้ผมเข้าถึงนักเรียนของผมง่ายขึ้น เพราะแต่ก่อนนักเรียนเวลาคุยกับอาจารย์จะไม่คุยเหมือนเพื่อน แต่พอเล่นเกมกันแล้วจะเริ่มหลุดเหมือนเพื่อน ทำให้เรารู้ฟีดแบ๊กที่แท้จริงว่าเด็กคิดยังไง (ยิ้ม)

จริงๆ แล้วมันเป็นการละลายพฤติกรรมที่ดีประเภทหนึ่ง ฉะนั้นผมมีความสุขเมื่อเห็นเด็กเล่นกัน ผมมีความสุขมากเวลาเขาหัวเราะ เพราะรู้สึกว่าเขาเห็นคุณค่าในงานที่เราทำ งานอะไรก็ตามที่ทำให้คนมีความสุข เราก็มีความสุขด้วย

– เสมือนไม่ได้มองว่าเกมเป็นแค่เกม แต่เป็นมากกว่าเกม

ถูกครับ ผมโตมากับการเล่นเกม แล้วไปอ่านพวกคู่มือสอนเลี้ยงลูกว่าห้ามลูกเล่นเกม เล่นแล้วมีปัญหา บางเพจเขียนเลยว่าให้หย่ากับสามีเลย ถ้าสามีให้ลูกเล่นเกม ผมก็นั่งดูแล้วคิดว่าไม่ใช่ ผมมีลูกแล้ว คุยกับภรรยาว่าจะให้ลูกเล่นเกม เล่นบอร์ดเกมก่อนก็ได้ จะได้ไม่เสียสายตา

ผมว่าเราโตมากับค่านิยมผิดๆ ในเจเนอเรชั่นนี้มากกว่า เด็กที่เล่นม้าก้านกล้วย กระโดดยาง นั่นเป็นเกมไหม ก็เกมนะ ทำไมไม่มีใครด่า แต่ก่อนผมว่าเขาก็ด่านะ ผมว่าถ้าเด็กมีสุขภาพจิตที่ดี และสุขภาพที่แข็งแรง ทำไปเถอะ แต่เกมมักไปผูกกับสุขภาพที่ไม่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่ไม่ดี ทำให้มีภาพลักษณ์อย่างนี้

– เริ่มจากเป็นนักดนตรี เป็นอาจารย์ ตอนนี้เป็นนักออกแบบเกม มีอะไรเปลี่ยนไปไหม หรือคนรู้จักในแง่ไหนมากกว่ากัน

อันนี้น่าช้ำใจว่าคนรู้จักผมในแง่คนเขียนการ์ตูนกับคนทำเกมมากกว่านักดนตรี (หัวเราะ) แต่จริงๆ แล้วผมไม่อยากให้คนรู้จักผมว่าเป็นนักอะไรมากกว่า อยากให้รู้จักในฐานะครีเอทีฟมายด์

ผมอยากทำอะไรนอกกรอบเรื่อยๆ มีความสุขแบบนั้นมากกว่า เล่นดนตรีด้วย ลึกๆ แล้วใจผมก็ไม่เปลี่ยน ผมทำเกม แต่ผมรู้สึกว่าเวลาเห็นเกมอะไรเจ๋งๆ ผมก็นั่งดู แล้วคิดว่าทำไมเราทำแบบนี้ไม่ได้ เราต้องหาทางทำให้เจ๋งกว่านี้ให้ได้ เราไม่ได้ภูมิใจแค่ว่าเราทำเสร็จแล้วก็พอ อย่างตอนนี้มีคอมเมนต์อะไรเข้ามา ผมจดไว้หมดเลย อย่างน้อยถ้าล็อตหนึ่งหมดแล้ว ชุดใหม่ผมจะไม่ผลิตซ้ำ แต่ผมจะหาอะไรเพิ่มเข้ามา ผมมีความรู้สึกว่าเราอยากทำอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา มันเหมือนเดิม แต่เป็นมวยวัดที่ชกดีขึ้นเยอะ ยิ่งทำพลาด ยิ่งรู้สึกว่าได้พัฒนามากขึ้น (ยิ้ม)

– ควรผลักดันบอร์ดเกมเข้าไปช่วยเรื่องการศึกษาอย่างไร

ถ้าประเทศไทยทำได้จะเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยนะ ถ้าผมพูดถึงเรื่องการศึกษา เรากำลังจะพูดถึงการที่เราจะต้องมีมหาวิทยาลัยที่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ประเทศเราเป็นประเทศครีเอทีฟ เราควรจะเอาบอร์ดเกมเข้าไปอยู่ในระบบการศึกษา เพื่อให้เด็กเรียนรู้ในแบบใหม่ คนก็จะตามเรา แล้วเราจะได้เป็นอันดับ 1 ทันที ถ้ามัวแต่ไปตามว่าการศึกษาของเราต้องเหมือนญี่ปุ่น อเมริกา อังกฤษ ให้ตาย ชาติหน้าเราก็ไม่ได้ขึ้น (หัวเราะ) เพราะคนคิดก็ต้องคิดให้ตัวเองเป็นที่ 1 อยู่แล้ว เราต้องไม่ไปตามพวกนี้ เราต้องหาตัวเองให้เจอ

ฉะนั้น บอร์ดเกมตอนนี้เรามีดีไซเนอร์ มีบอร์ดเกมเยอะแยะ ถ้าเอาเข้าการศึกษาได้ผมว่าเปลี่ยนเลย แล้ว Learning by Playing เปลี่ยนโลกได้ ในต่างประเทศเขาก็จะมองเรา ต่อไปเขาอาจมาซื้อหลักสูตรเราแล้วเอาไปสอนได้ โลกเราไม่ใช่โลกที่ตะวันออกมาเจอตะวันตกอีกต่อไป มันคือการเอาเรื่องของเราให้โลกเห็น

ถ้าเราเอาแต่ไปตาม ผมว่าเราเดินทางผิด ระบบบ้านเรามันไม่เข้าใจ เราถูกครอบงำความรู้โดยระบบการศึกษา และเกมของผมเอง ในสหรัฐต้องการนำเข้าในหลักสูตรสอน แต่พอผมมาบอกที่ไทย ก็พูดว่า เขาไม่สนใจหรอก ฉะนั้นมันตลกตรงที่ว่า คนไทยสร้างงานแล้วต้องไปดังต่างประเทศ คนไทยต้องหัดเรียนรู้ให้คนไทยสร้างงานในประเทศไทยก่อน แล้วคนอื่นจะค่อยดึงมา

เกมพวกนี้สามารถเป็นระบบการศึกษาที่ดีได้ มันสามารถช่วยอะไรได้ แต่ต้องรู้แจ้งก่อนว่า เมื่อเด็กได้เรียนรู้เกมแล้ว เด็กจะได้เรียนรู้อะไรจากบอร์ดเกมบ้างหรือไม่ แล้วค่อยๆ พัฒนาไป บางครั้งบางทีมันก็ต้องไปเรื่อยๆ ดูว่าเป็นอย่างไร แต่ถ้าถามว่า มีคนเชื่อไหม มีอยู่แล้ว ตอนนี้ผมเหมือนคนบ้าที่ยืนตะโกนอยู่กลางสนามฟุตบอล ฉะนั้นถ้าไม่มีคนมายืนตะโกนเป็นเพื่อนด้วยมันก็ไม่ดัง แต่ถามว่าจะหยุดตะโกนไหม ก็คงไม่ (ยิ้ม)

– เสน่ห์ที่แท้จริงของบอร์ดเกม?

คนเราไม่ได้เห็นคุณค่าของการที่ต้องออกแรง เราอยู่ในโลกที่ทุกอย่างมันเข้าถึงง่ายไปหมด บอร์ดเกมเป็นการดึงคนจากชีวิตที่วิ่งไปข้างหน้า ให้มานั่ง แล้วมาเจออะไรด้วยกัน ผมว่าอันนี้มันเปลี่ยน เป็นการสร้างสัมพันธภาพ ต่อไปนี้โลกเราจะเป็นโลกที่ต้องให้ความสำคัญกับอะไรที่หยุดนิ่งแล้ว ซึ่งบอร์ดเกมเป็นตัวที่จะบอกว่า ช้าลงหน่อยนะ มานั่งเล่นกัน นี่คือเสน่ห์ ทำให้เวลาในชีวิตของคนเราช้าลง มานั่งคุย ใช้เวลาซึ่งกันและกัน ทำให้ชีวิตมันมีคุณค่ามากขึ้น

ชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดจนตายก็คือการวิ่ง วิ่งไปเรื่อยๆ พอเกิดมาก็คิดว่าเมื่อไหร่จะโต พอเรียนก็คิดว่าเมื่อไหร่จะเรียนจบ จะได้ทำงาน พอทำงานแล้วเมื่อไหร่จะมีเงิน พอป่วย เมื่อไหร่จะหาย พอจะตายก็ถามว่าเมื่อไหร่จะตาย มันวิ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา

สุดท้ายแล้วเราก็ไม่มีเวลาหยุดแล้วดูชีวิตส่วนตัวเลย เราอยู่ในโลกที่เรื่องมือถือน่ากลัวมากเลยนะ พอเรามาอยู่แล้วรู้สึกว่ามันต้องไปข้างหน้า วิ่ง แล้วเราไม่รู้ตัวเลยว่าเราเหนื่อย แต่ก่อนโลกเราคนรวยต้องมีอุปกรณ์ไฮเทค แต่ผมว่าในอนาคตคนรวยคือคนที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถแก้ผ้าเดินกลางทุ่งได้โดยไม่มีใครสนใจ คือโลกมันกลับกันไปหมดแล้ว


เปิด ‘Game Rules’ เดอะ ลิตเติล ออเคสตรา

เดอะ ลิตเติล ออเคสตรา (The Little Orchestra) เป็นการ์ดเกมที่มีธีมหลักเป็น เครื่องดนตรีในวงออเคสตรา จุดประสงค์คือการสอนให้รู้จักเครื่องดนตรี ประเภทเครื่องดนตรี นักดนตรี

และตำแหน่งประจำวงสามารถเล่นได้ตั้งแต่ 2 ถึง 10 คน เหมาะสำหรับผู้มีอายุ 4 ปีขึ้นไป

ใน 1 กล่องประกอบด้วย การ์ดผู้คุมวง (Conductor Cards) 4 ใบ, การ์ดเครื่องดนตรีและนักดนตรี (Instrument & Musician Cards) 40 ใบ, การ์ดอ้างอิงวิธีการเล่นฉบับย่อ (Reference Card) 10 ใบ, การ์ดนับจำนวนเทิร์น (Turn Tracking Card) 1 ใบ, การ์ดผู้ชม (Audience Card) ใช้สำหรับนับแต้มที่ได้ 10 ใบ และคู่มือการเล่น

มีวิธีการเล่นคือ 1.ในการเล่นเกม 1 รอบ ผู้เล่นแต่ละคนจะเล่นได้คนละ 4 ตา โดยวนเล่นตามเข็มนาฬิกาคนละ 1 ตาจนครบกำหนดรอบ ผู้เล่นคนแรกที่มีการ์ดจำนวนเทิร์นจะเป็นผู้รับผิดชอบหมุนการ์ด เพื่อให้ทราบว่าถึงรอบที่เท่าไหร่แล้ว และจะเป็นคนแรกที่เล่นในแต่ละตา/รอบ

2.ในแต่ละตา ผู้เล่นสามารถเลือกทำได้ 1 ใน 3 อย่างนี้คือ แลกการ์ดกี่ใบในมือก็ได้กับผู้เล่นคนหนึ่งในเกม, แลกการ์ดกี่ใบก็ได้กับการ์ดที่อยู่กลางโต๊ะ, ขอ “ผ่าน” และไม่ทำอะไรทั้งสิ้น โดยผู้เล่นไม่สามารถแลกการ์ดกับผู้เล่นเดิมจนกว่าทุกคนจะเล่นครบตานั้นๆ

3.ระหว่างแลกการ์ด ผู้เล่นแต่ละคนเป็นผู้เลือกเองว่าจะให้การ์ดใบไหน แต่ละคนไม่สามารถดูการ์ดฝ่ายตรงข้ามได้จนกว่าจะแลกการ์ดเสร็จสิ้น รวมถึงผู้เล่นทั้งคู่ต้องแลกการ์ดในจำนวนเท่ากัน

4.เมื่อทุกคนเล่นครบ 4 ตา คนที่มีการ์ดในมือคะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะ หากการ์ดกลางโต๊ะมีคะแนนรวมสูงสุด จะไม่มีผู้ชนะในรอบนั้น

5.ผู้เล่นคนใดมีการ์ดผู้คุมวง 4 ใบในมือ จะชนะในรอบนั้นทันที

และ 6.ผู้เล่นที่ชนะในรอบนั้นจะได้รับการ์ดผู้ชม 1 ใบ และจะเป็นคนเริ่มคนแรกในรอบต่อไป

หากสนใจการเล่นเกมและได้รู้จักวงออเคสตราในตัว “เดอะ ลิตเติล ออเคสตรา” เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจยิ่ง สามารถติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก Dr.Zax Games