คอลัมน์ เดินไปในเงาฝัน : ฟอร์มูล่าม้ง-เกมแห่งศักดิ์ศรี

17.12.17 | 15:20 น.

อาทิตย์ก่อนมีโอกาสเดินทางขึ้นดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อไปดูการแข่งขันรถล้อเลื่อนไม้ หรือในชื่อสมัยใหม่ว่า ฟอร์มูล่าม้ง

ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตั้งชื่อนี้ให้

รู้สึกแปลกๆ ยังไงชอบกล

แต่ไม่เป็นไรหรอก รู้สึกว่าฟอร์มูล่าม้งจะกลายเป็นคำยอดฮิตไปแล้วสำหรับคนรุ่นใหม่ แม้แต่นักแข่งชาวม้งเองยังไม่เรียกรถล้อเลื่อนไม้เลย

ไม่รู้ว่ากลัวเชย หรือกลัวตกยุคไม่ทราบ

Advertisement

ที่สำคัญ รถล้อเลื่อนไม้แต่ละคันตกแต่งดัดแปลงกันอย่างทันสมัย จากเดิมที่เคยทำจากเศษไม้วัสดุเหลือใช้ภายในชุมชนของตัวเอง เพื่อดัดแปลงเป็นรถขนของ ขนฟืน รวมไปถึงของเล่นประจำหมู่บ้าน ที่แต่ละคนไว้แข่งขันประชันความเร็วกัน

แต่เดี๋ยวนี้พัฒนาไปไกลมาก

บางคันใช้ไม้สักอย่างดี

มีล้อยาง

และมีการวางระบบจ่ายน้ำมันหล่อลื่นไปยังล้อทั้งสี่ด้วย

ทั้งนั้น เพื่อให้การควบคุมรถเป็นไปในทางที่คนขับต้องการ ยิ่งบางคันจากเบาะนั่งที่เคยทำจากไม้หนาๆ ก็เปลี่ยนเป็นเบาะนั่งจากยางรถยนต์ เพื่อให้นั่งสบายขึ้น

ไม่รวมถึงชุดแข่ง

ที่เมื่อก่อนจะใส่ชุดประจำเผ่าของตัวเองแข่งขัน แต่เดี๋ยวนี้มีการวางระบบรักษาความปลอดภัยค่อนข้างมาก ตั้งแต่ใส่หมวกกันน็อก

ใส่ชุดเกราะหนังกันกระแทก

ใส่สนับเข่า, ศอก

ถุงมือ

และใส่รองเท้าหุ้มส้น

เผื่อว่าเวลาล้มจะได้ไม่บาดเจ็บจนแข้งขาหักหรือพิการไป

ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนเดี๋ยวนี้ถึงเรียกว่าฟอร์มูล่าม้ง ทั้งๆ ที่ในอดีตต่างเรียกการแข่งขันรถล้อเลื่อนไม้ทั้งสิ้น คงอาจเป็นเพราะเกมการแข่งขันพัฒนาไปไกลกว่าอดีตนั่นเอง

ยิ่งเดี๋ยวนี้ผู้ชนะเลิศจะได้เงินรางวัลกันหลักหมื่นบาท ส่วนหมู่บ้านของผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลหลักแสนบาทด้วย ซึ่งผมเห็นแล้วก็เข้าใจ

เพราะตอนนี้ฟอร์มูล่าม้งเริ่มมีภาคเอกชนมาให้การสนับสนุนค่อนข้างมาก

มองในแง่ดี ถือว่าประโยชน์ตกกับชาวบ้านและชุมชน

แต่ถ้ามองแง่ร้าย ผมไม่รู้ว่าชาวม้งในภาคเหนือเหล่านี้จะหลงลืมวัฒนธรรมรากเหง้าของตัวเองหรือเปล่า แต่เท่าที่สอบถามและพูดคุยกับนักแข่งหลายคน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พวกเขาไม่หลงลืมรากเหง้าของตัวเองหรอก แต่กลับชื่นชอบให้มีการแข่งขันแบบนี้ด้วย

เพราะเดิมทีกิจกรรมเหล่านี้มีอยู่แล้ว

ไม่จำเป็นต้องเป็นช่วงใกล้ปีใหม่หรือปีใหม่หรอก พวกเขาก็แข่งขันกันเป็นประจำ แต่เมื่อเริ่มมีภาคเอกชนเข้ามาให้การสนับสนุน

ปรากฏว่าพวกเขากลับตื่นตัว และตื่นเต้นอย่างมาก

บางคนซ้อมแล้วซ้อมอีก เพื่อจะได้เป็นตัวแทนหมู่บ้าน

บางคนต้องรอปีหน้า

ขณะที่บางคนมานั่งชมหาประสบการณ์ไปพลางๆ ก่อน เพื่อหวังว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นนักแข่งประจำหมู่บ้านของตนเอง ซึ่งผมเห็นแล้วก็เข้าใจ

และเท่าที่พูดคุยกับนักแข่งแต่ละคน ทุกคนล้วนประกอบอาชีพส่วนตัวทั้งสิ้น บางคนปลูกพืชผัก-ผลไม้เมืองหนาว บางคนขายของบนดอย ขณะที่บางคนเป็นลูกจ้างโครงการหลวงต่างๆ

ไม่บางคนก็มีอาชีพรับจ้างทั่วไป

แต่พวกเขากลับชอบการแข่งขันรถล้อเลื่อนไม้ เพราะเป็นประเพณีท้องถิ่นแต่โบราณที่คนรุ่นปู่ ย่า ตา ยายเขาแข่งขัน หรือเล่นกันมาหลายร้อยปี

สำคัญไปกว่านั้น ยังเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านด้วย

เพราะพวกเขาอยู่บนที่สูง

ดังนั้น จะมีกิจกรรมอื่นใดตื่นเต้นไปกว่าการแข่งขันรถล้อเลื่อนไม้เป็นไม่มี เพราะทุกครั้งที่มีการแข่งขัน จะต้องปล่อยรถครั้งละสองคันจากที่สูง เพื่อให้ไหลเลื่อนลงมาสู่เบื้องล่าง โดยผ่านช่วงเคี้ยวคดที่นักแข่งจะต้องบังคับรถล้อเลื่อนไม้ให้อยู่ในทางให้ได้

ระยะทางประมาณ 300-400 เมตร

ดังนั้น หากใครไม่มีความสามารถพอ รถจะแหกหลุดโค้งกระเด็นกระดอนล้อหลุดไปคนละทางสองทาง ใครชนะแต่ละเซตจะจดชื่อไว้ เพื่อเตรียมแข่งในรอบต่อไป

กระทั่งถึงรอบสุดท้ายที่จะต้องชิงชัยกันเพื่อหาผู้ชนะเลิศเพียงหนึ่งเดียว

คนคนนั้นจะกลายเป็นฮีโร่ของการแข่งขันในทันที

ทั้งยังเป็นฮีโร่ประจำหมู่บ้าน

เพื่อรอให้ผู้แพ้ของแต่ละหมู่บ้านมาแก้ตัวในปีหน้า

พูดง่ายๆ มันเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีสำหรับชาวม้งพอสมควร เนื่องจากชาวเขาเผ่าม้งที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่มีอยู่เพียง 12-13 หมู่บ้าน

พวกเขารู้กันดีว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร

ฝีมือแค่ไหน

จุดแข็งจุดอ่อนแต่ละคนเป็นอย่างไร

พอถึงเวลาแข่งขัน เขาก็จะซัดกันเต็มที่ ตั้งแต่เริ่มปล่อยตัวจนมาถึงเส้นชัย และตลอดเส้นทางของการแข่งขันประมาณ 300-400 เมตร จะมีชาวเขาเผ่าต่างๆ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ สตรี รวมไปถึงคนเมืองอย่างเราๆ และชาวต่างประเทศมายืนเชียร์อยู่จำนวนมาก

ผมรู้สึกว่านี่เป็นอีกมิติหนึ่งของการแข่งขันการละเล่นแบบโบราณ

รถล้อเลื่อนไม้หรือฟอร์มูล่าม้ง

ที่หาชมได้เพียงปีละครั้งเดียวเท่านั้น