ฤดูหนาวเย็นยะเยือกเช่นนี้ นกอพยพจะหนีหนาวมากันมากแน่นอน ”แร้งหิมาลัย” ที่พบในประเทศไทยคือ แร้งดำหิมาลัย และ แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย ก็เป็นนกอพยพที่จะพบในฤดูหนาวจัดๆ เช่นนี้
รายงานจากนักดูนก พบ แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย บินเข้าไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วหลายตัว มี 1 ตัว โชคไม่ดี หาซากสัตว์กินเป็นอาหารไม่ได้ หมดแรงร่วงที่ชายทะเล จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ศกนี้ แต่ยังโชคดีที่พบชาวบ้านใจดี ช่วยเหลือไว้ แล้วประสานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำตัวไปส่งให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา เพื่ออนุบาลไว้ก่อนจะส่งตัวมาที่หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อเพื่อปล่อยคืนธรรมชาติ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งมีความร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพของแร้งร่วงเหล่านี้ ให้แข็งแรงอีกครั้ง แล้วนำไปปล่อยคืนธรรมชาติ ณ เส้นทางอพยพผ่านของแร้งหิมาลัยในประเทศไทย เช่น ดอยลาง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติผ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่
ตั้งแต่ พ.ศ.2550 หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อฯ ฟื้นฟูสุขภาพและปล่อยแร้งหิมาลัยแล้ว จำนวน 25 ตัว เป็นแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย 22 ตัว และแร้งดำหิมาลัย 2 ตัว ทุกตัวเป็นแร้งวัยเด็ก ด้อยประสบการณ์ ที่บินร่อนมาตามลมหนาวจากทิศเหนือ/ตะวันออกเฉียงเหนือจากประเทศจีน พัดพาเข้ามาในอาเซียน ในแต่ละปี พบว่าแร้งหิมาลัยบินเข้าไทย นับสิบตัว บางปี บินเข้ามามากถึง 30 ตัว มักจะพบเป็นฝูง 5-15 ตัว แร้งทั้ง 2 ชนิดมีสถานภาพใกล้ถูกคุกคามจะสูญพันธุ์ มีประชากร ไม่เกิน 20,000 ตัว ดังนั้น กระบวนการฟื้นฟูสุขภาพเพื่อปล่อยคืนธรรมชาติ เป็นการอนุรักษ์แร้งหิมาลัยเหล่านี้ด้วยการพยุงประชากรในธรรมชาติ มิให้ลดลงไปน้อยกว่าเดิมที่ถูกคุกคามอยู่แล้ว
ผลการศึกษาการเดินทางของแร้งหิมาลัย ที่ปล่อยไปแล้วด้วยสัญญาณดาวเทียมที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินบริจาคของประชาชนผ่าน กองทุนวิจัยนกนักล่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ พบว่าแร้งดำหิมาลัย 1 ตัว มุ่งหน้าไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือในประเทศจีน ภายใน 3 สัปดาห์ หลังจากปล่อยไปแล้ว เดินทางไกลกว่า 3,000 กิโลเมตร
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เป็นถิ่นอาศัยในฤดูผสมพันธุ์ของแร้งดำหิมาลัย เช่นเดียวกับประเทศมองโกเลีย ซินเกียง เทือกเขาหิมาลัยและภูมิภาคเอเชียกลาง ส่วนแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยนั้น ทำรังวางไข่ในภาคตะวันตกของประเทศจีน และเทือกเขาหิมาลัย แม้ว่าข้อมูลใหม่นี้เป็นผลเบื้องต้น เนื่องจากมีจำนวนตัวของแร้งในการศึกษาน้อย แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าแร้งหิมาลัยที่บินเข้ามาในประเทศไทย อาจจะมาจากประเทศจีน มากกว่าเทือกเขาหิมาลัย จึงควรติดตามการเดินทางของแร้งหิมาลัยที่ฟื้นฟูสุขภาพและปล่อยคืนธรรมชาติต่อไป ซึ่งเป็นการต่อยอดสร้างองค์ความรู้ใหม่ จากงานช่วยเหลือแร้ง ผู้ทรงศีลแห่งฟากฟ้าเพราะเป็นกินซากสัตว์ไม่พรากชีวิตสัตว์อื่น และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของไทย
ถ้าพบเห็นหรือทราบข่าวแร้งร่วง ขอความร่วมมือโทรแจ้งเบาะแส ที่สายด่วน 1362 กรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อประสานให้แร้งโชคร้ายเหล่านั้นได้รับการช่วยเหลือเพื่อจะได้มีโอกาสโผสู่ฟากฟ้าอย่างสง่างามในฐานะสัตว์กินซากขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย

