เล่าเรื่อง ‘อีสาน’ ผ่าน ‘น้ำ’ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2560

29.12.17 | 15:51 น.

จากอุตสาหกรรมการเลี้ยงไหมในครัวเรือน นำวงการผ้าไหมไทยไประดับโลก คือเอกลักษณ์ของ “จิม ทอมป์สัน” ที่หลายคนอาจคุ้นหู ส่งผลให้เมื่อกล่าวถึงชื่อ “จิม ทอมป์สัน” สิ่งที่นึกถึงเป็นอันดับแรกคงหนีไม่พ้น “ผ้าไหม” อันเลื่องชื่อ

รวมถึง “ฟักทองยักษ์ และทุ่งดอกคอสมอส” จาก จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมที่มุ่งสืบสานภูมิปัญญา สานต่อองค์ความรู้ “ถิ่นอีสาน” บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ ในตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

โดยความพิเศษของ “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม” คือ การเปิดให้เข้าชมเพียงปีละครั้ง ภายในระยะเวลา 1 เดือนเท่านั้น!

เนื่องจากต้องใช้เวลาเตรียมการ วางแผน สำหรับผู้มาเที่ยวชมให้ได้รับความสุข ความประทับใจ ตลอดจนได้เรียนรู้ภูมิปัญญา วัฒนธรรมอีสานกลับไปในคราวเดียวกัน

ครั้งนี้ “จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์” ใจดีเปิดบ้านจัดกิจกรรมส่งท้ายปี 2560 “เต๋อเติน เวินวัง-พลังแห่งน้ำ” โชว์พลังเสียงของน้ำให้ดังสะเทือนกึกก้อง

Advertisement

นักท่องเที่ยวแวะถ่ายรูปตามจุดต่างๆ

ปักหมุด’ปักธงชัย’ ทางเลือกใหม่ของนักท่องเที่ยว

ชุติมา ดำสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร จิม ทอมป์สัน เผยว่า จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปี ค.ศ.1999 เพื่อต้อนรับการเข้าสู่ปี ค.ศ.2000 โดยครั้งนั้นเปิดให้เข้าชมเพียง 2,000-3,000 คนเท่านั้น ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะ “ฟักทองยักษ์” ที่กลายเป็นจุดเด่นในทันที

ชุติมา ดำสุวรรณ

ทำให้จำนวนผู้เข้าชมที่มีเพียงหลักพัน พุ่งทะยานไปสู่หลักแสนคนได้ในเวลาไม่นาน

“จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ ประสบความสำเร็จ เพราะเปิดตัวในยุคที่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสื่อสารที่มีความหลากหลายและสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย เห็นได้จากผลสำรวจที่ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทำภายหลังเข้าชมฟาร์ม ซึ่งได้ผลสำรวจเหมือนกันทุกปี คือ ต้องการมาถ่ายรูป ประกอบกับในหน้าเพจเฟซบุ๊กจะมีนักท่องเที่ยวมาถามตลอดว่า ดอกไม้บานหรือยัง อากาศดีไหม”

จุดนี้เองที่ชุติมามองว่า เป็นธรรมชาติของนักท่องเที่ยวที่จะชอบสถานที่แสนสวย พร้อมกับอากาศดี

“เราเชื่อว่าการเปิด จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ จะช่วยให้การท่องเที่ยวในภาคอีสานมีชีวิตชีวา ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานไม่ได้มีแค่ที่เขาใหญ่ หรือปากช่องเท่านั้น แต่ที่ปักธงชัยก็จะเป็นอีกสถานที่หนึ่งในทางเลือกของนักท่องเที่ยวเช่นกัน”

เรื่องเล่าอีกฉบับของ ‘ผู้สร้างตำนานแม่น้ำโขง’
และ ‘เต๋อเติน เวินวัง’

ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ หรือ ครูท็อป ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมอีสาน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เล่าว่า ก่อนจะเปิดฟาร์มทุกครั้งต้องประชุมเพื่อค้นหาว่ามีเรื่องราวหรือคอนเซ็ปต์อะไรที่ต้องการบอกเล่าให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมฟาร์มได้ร่วมซึมซับ เรียนรู้ และศึกษา ซึ่งในปีนี้ลงเอยที่ “น้ำ”

เพราะเมื่อลองให้ทุกคนจินตนาการถึงคำว่า “อีสาน” ในหัวมักปรากฏภาพผืนดินแห้งแล้ง แตกระแหง แต่ความจริงแล้ว ภาคอีสานมีผืนน้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำมากมาย ครูท็อปจึงคิดว่า เรื่องน้ำนี้เองที่น่าหยิบยกมาเป็นประเด็นในการบอกเล่าได้เป็นอย่างดี

ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ

“ภาคอีสานมีความอุดมสมบูรณ์มาแล้วมากกว่า 3 พันปี เห็นได้จากภาพปลาบึกในถ้ำผาแต้ม สะท้อนให้เห็นว่าเราอยู่กับน้ำ อยู่กับความอุดมสมบูณ์ และ ‘สายน้ำ’ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่คอยหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชนภาคอีสาน”

เห็นได้จากแม่น้ำสำคัญของภาคอีสานอย่างแม่น้ำชี แม่น้ำเลย แม่น้ำโขง และหากถามว่า “แม่น้ำเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?” ในปัจจุบันทุกคนคงตอบว่า เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่ในอดีตคนอีสานจะมีเรื่องเล่า หรือนิทานที่บอกเล่าจุดกำเนิดของแม่น้ำสายต่างๆ เป็นเรื่องสนุกสนานให้ลูกหลานฟัง เช่น นิทานเรื่องยักษ์สะลึคึ ผู้ให้กำเนิดแม่น้ำโขง ซึ่งเมื่อกล่าวถึงในปัจจุบันอาจไม่เป็นที่รู้จัก แต่จะคุ้นเคยกับเรื่องราวแม่น้ำโขงที่เกิดขึ้นจากพญานาคมากกว่า

โดยครูท็อปกล่าวเพิ่มเติมว่า นิทานของชาวบ้านเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะเมื่อย้อนกลับไปประมาณ 50 ปี จะพบว่าไม่มีชื่อพญานาคปรากฏในพงศาวดาร แต่เพิ่งมาปรากฏในช่วงเวลาไม่ถึง 50 ปีมานี้ ขณะเดียวกันในหมู่ชาวบ้านก็จะมีเรื่องเล่าอีกฉบับว่า “แม่น้ำโขงไม่ได้เกิดจากพญานาค”

โดยยุคแรกของนิทานเล่าว่า แม่น้ำโขงเกิดจากคนตัวใหญ่ จมูกสีแดง มีชื่อเรียกว่า “จึ่งขึ่งดังแดง” หรือ “ยักษ์สะลึคึ”

ถามว่าตัวใหญ่ขนาดไหน ครูท็อปเสริมว่า ใหญ่โตขนาดที่เด็กสามารถเข้าไปเล่นสะบ้า บริเวณจมูกของยักษ์สะลึคึได้เป็นร้อยเป็นพันคน

คำว่า “ดัง” ในทีนี้หมายถึง จมูก ส่วน “จึ่งขึ่ง” เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยายคำว่าแดง “จึ่งขึ่งดังแดง” จึงมีความหมายว่า จมูกแดงมากๆ หรือแดงแปร๊ด

“เจ้ายักษ์ตัวนี้มักเดินไปมาโดยไม่ใส่เสื้อผ้า ทำให้ส่วนลับของเจ้ายักษ์ หรือที่คนภาคอีสานเรียกส่วนนั้นว่า ‘ของ’ ลากไปกับผืนแผ่นดิน จนเกิดเป็นร่องลึกยาว ก่อเกิดเป็น ‘ลำน้ำโขง’ จะเห็นได้ว่าบางพื้นที่ในภาคอีสาน และเพื่อนบ้าน สปป.ลาว จะเรียกแม่น้ำโขงว่า ‘แม่น้ำของ’ อันมีความหมายว่า แม่น้ำที่เกิดจากการลากผ่านของ ‘ของ’ เจ้ายักษ์สะลึคึนั่นเอง

“พอหลายคนได้ฟังนิทานเรื่องนี้ ก็มักจะถามว่า เดินไปมาแบบไม่ใส่เสื้อผ้า ไม่โดนเสี้ยนตำบ้างหรือ โดนสิครับ และเจ้ายักษ์ก็ถอนต้นไม้ที่เป็นเสี้ยนคอยตำโยนทิ้งไป กลายเป็น ‘เรือแข่ง’ ในน่านน้ำ” ครูท็อปเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เรียกความขบขันจากผู้ฟังได้ไม่น้อย

ในขณะเดียวกันจะเห็นได้ว่า ตลอดสองฝั่งลำน้ำโขงมักจะมีเรื่องราวของชายร่างใหญ่ จมูกแดง ซึ่งเป็นตัวแทนของคนมีอำนาจ และเป็นหัวหน้าชุมชนปรากฏอยู่เสมอ เฉกเช่นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ที่ผู้คนที่นั่นใช้ชีวิตใกล้ชิดกับแม่น้ำโขง และมีความเชื่อเรื่อง “ปู่ละหึ่ง” ที่มีลักษณะร่างใหญ่และจมูกแดงเหมือนกัน

สำหรับ “เต๋อเติน เวินวัง” ครูท็อปกล่าวว่า สำหรับคนภาคอื่นๆ อาจจะออกเสียงยากหน่อย เพราะแม้แต่คนภาคอีสานเองก็ยังออกเสียงไม่ตรงกัน เพราะขึ้นอยู่กับสำเนียง

โดย “เต๋อเติน” เป็นเสียงของแรงกระเพื่อมที่ดังสะเทือนออกไป “เวิน” หมายถึงบริเวณที่กว้าง และ “วัง” ใช้กับน้ำ หมายถึงบริเวณที่ลึก จึงมีความหมายโดยรวมว่า “พลังเสียงของน้ำที่ดังสะเทือนกึกก้อง”

“เพราะความต้องการจริงๆ ของเราคือ ทำอย่างไรให้ใน 100 คน มี 20 คนที่เข้ามาเยี่ยมชมแล้วกลับไปพร้อมความคิดที่อยากรักษาทรัพยากรน้ำ ให้ความคิดนี้เป็นพลังที่ดังออกไป เหมือนระลอกน้ำที่กระเพื่อมไป เพราะน้ำเป็นทรัพยากรตั้งต้นของทุกสิ่ง จึงควรที่จะช่วยกันประหยัดน้ำ และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ครูท็อปกล่าวทิ้งท้าย

ขบวนแห่งานบุญที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

แหล่งเรียนรู้ ต้องห้ามพลาด

ด้าน พหลไชย เปรมใจ หรือ ครูทอม สถาปนิกที่ปรึกษา จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เล่าว่า ปกติแล้วการออกแบบจิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ จะมีการหมุนเวียนคอนเซ็ปต์ 3 เรื่อง คือ “ผ้าไหม วัฒนธรรม และเกษตร” ซึ่งปีที่ผ่านมาเป็นคอนเซ็ปต์ “วัฒนธรรม” ปีนี้จึงมีการประชุมกันว่าจะทำคอนเซ็ปต์เรื่อง “เกษตร” ที่จะทำอย่างไรให้ออกมาสนุกสนาน

พหลไชย เปรมใจ

“จึงตีความเรื่องน้ำออกมาในหลายมิติ โดยมิติแรกที่อยากนำเสนอคือ ‘แม่น้ำโขง’ เมื่อนักท่องเที่ยวมาที่ฟาร์มจะเจอ ‘ซุ้มทางเข้าไม้ไผ่’ พาดผ่านเข้าไปในตัวฟาร์ม ตรงบริเวณทางเข้า เปรียบเสมือนแม่น้ำโขง แม่น้ำสายหลักที่คอยหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชาวอีสานลุ่มน้ำโขง

“ต่อด้วยเรียนรู้วิธีการกักเก็บน้ำแบบใหม่ ไหดักน้ำค้างยักษ์ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งใช้หลักการดึงน้ำจากอากาศ เมื่อน้ำค้างเริ่มตกลงมาในตอนเช้า เพื่อรดดอกไม้บริเวณรอบๆ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นไปเก็บภาพทุ่งดอกไม้มุมสูงแบบ 360 องศาได้ด้วย”

หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่าง “ยอ” เครื่องมือหาปลาในภาคอีสาน ที่นอกจากจะทำให้เห็นวิถีชีวิตของชาวอีสานโบราณแล้ว “ยอ” ยังเป็นตัวชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของน้ำและพันธุ์ปลาด้วย และพลาดไม่ได้กับ ลานฟักทอง หลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของฟาร์ม

เมื่อเดินผ่านทุ่งดอกไม้หลากสี นานาพันธุ์ เพื่อเข้าสู่เขต หมู่บ้านอีสาน จะมองเห็น เรือนนางสาหร่าย อยู่เนืองๆ ซึ่งเป็นจุดที่

นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง “นาคี” และเป็นเรือนที่อยู่อาศัยของ “เจ้าแม่นาคี” หรือ “คำแก้ว” โดยใต้ถุนเรือนจะมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วม เช่น การระบายสีพวงกุญแจรูปฟักทอง นำติดตัวกลับบ้านไป

เรือนนางสาหร่าย สถานที่ถ่ายทำละครเรื่องนาคี

จากนั้นจะพบกับความยิ่งใหญ่ของหมู่บ้านอีสาน ผ่านแปลงนาข้าวไรซ์เบอรี่ และ สวนลอยน้ำ แปลงเกษตรแบบไม่ต้องรดน้ำ ที่ครูทอมเสริมว่า เป็นการทดลองนำพืชที่ปลูกบนดินไปปลูกบนน้ำ ซึ่งประสบผลสำเร็จ และมีหลายหมู่บ้านเริ่มทำกันอย่างจริงจังแล้ว

ตลอดจนงานศิลปะชุด “ลวงปลา”, เครื่องจักสานวิถีแห่งน้ำ “สุดเหวี่ยง” จากศิลปิน อินทนงค์ ชิณวงศ์ และผลงานศิลปะ “บั้งไฟพญานาค : ความเชื่อแห่งลุ่มน้ำโขง” ของ อ.ตนุพล เอนอ่อน

ผลงานบั้งไฟพญานาคของอาจารย์ตนุพล เอนอ่อน

 

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังได้เรียนรู้วงจรชีวิตมหัศจรรย์ของหนอนไหมที่ถักทอเส้นใยออกมาเป็นเส้นไหมที่สวยงาม รวมถึงกระบวนการสาวเส้นไหมแบบดั้งเดิม การเข็นฝ้าย และการย้อมคราม

สำหรับความพิเศษของปีนี้ ครูทอมเผยว่า ได้ออกแบบให้ผ่อนคลายกับเสียงของสายน้ำ สัมผัสถึงความชุ่มชื่น เย็นฉ่ำ จึงเพิ่ม “รางส่งน้ำไม้ไผ่” พาดผ่านรอบตลาดจิม สร้างความสดชื่น ร่มเย็นอย่างลงตัว

รวมไปถึงนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการ “ลอยเรือ ล่องน้ำ” นั่งเรือจากท่าน้ำหมู่บ้านอีสานไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากฟาร์มที่ ตลาดจิม ระยะทางประมาณ 400 เมตร ท่ามกลางบรรยากาศและทัศนียภาพโดยรอบที่สวยงาม ภายในอ่างเก็บน้ำของจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

เรียกได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวที่นอกจากความบันเทิงแล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมที่ดีอีกด้วย ทั้งยังเหมาะแก่การไปท่องเที่ยวแบบครอบครัว เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง มีกิจกรรมหลากหลายให้เข้าร่วม

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2560 : เต๋อเติน เวินวัง-พลังแห่งน้ำ” ได้ตั้งแต่วันนี้-7 มกราคม 2561 ณ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

ผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อของจิม ทอมป์สัน ฟักทอง, ผ้าไหม

 

ผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อของจิม ทอมป์สัน ฟักทอง, ผ้าไหม