มหัศจรรย์การ์ตูน : งดก้มหน้าในเวลารับประทานอาหาร

31.12.17 | 14:44 น.

เมื่อไม่กี่วันก่อนคุยกับคุณหมอลูกศิษย์ที่ปรึกษาซึ่งต้องพบกันสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง อย่างสม่ำเสมอมาเป็นเวลา 6 เดือน ว่าในที่สุดเราก็จะถึงเวลาจากกันแล้ว คุณหมอจะต้องพบอาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่ ส่วนอาจารย์ก็ต้องพบลูกศิษย์คนใหม่เหมือนกัน

การนั่งคุยและปรึกษากัน 2 ชั่วโมงต่อเนื่องเป็นกิจกรรมที่เหน็ดเหนื่อยอย่างมากเลยค่ะ พอถามลูกศิษย์ว่าสถาบันอื่นๆ เขามีวิธีพบอาจารย์ที่ปรึกษาแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่การนั่งคุยกันเฉยๆ ในห้องบ้างไหม คุณหมอก็ยิ้มเลยค่ะ

มีครับ ผมเคยเห็นอาจารย์สถาบันอื่นบางครั้งก็ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ชวนลูกศิษย์ไปนั่งคุยกันในร้านกาแฟ บางครั้งก็ไปกินข้าวกลางวันหรือข้าวเย็นด้วยกันแล้วคุยกันไปด้วยŽ

น่าสนใจ อาจารย์มีข้อสงสัยนิดหน่อย ตอนกินข้าว…เราใช้ปากกินข้าวอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วจะพูดคุยปรึกษากันตอนไหนŽ

คุณหมอลูกศิษย์ก็อมยิ้มอีกค่ะ พอลองมานั่งพิจารณาดูก็พบว่าผู้เขียนเป็นคนไม่ชอบคุยในเวลาอาหารเท่าไร ถ้าไปรับประทานอาหารในร้านบรรยากาศดีๆ ก็มักจะไม่คุ้มเพราะก้มหน้าก้มตากินเสร็จก็กลับ ไม่ได้ใช้เวลาชื่นชมสิ่งรอบตัวหรือพูดคุยกับคนที่ไปกินด้วยเท่าไรนัก

Advertisement

แต่พอลองนึกถึงช่วงอาหารกลางวันของที่ทำงานบ้างก็เพิ่งระลึกได้ว่าการ กินไปด้วยคุยไปด้วยŽ คืออย่างไร ความที่อาจารย์แต่ละท่านในภาควิชาต้องแยกย้ายไปทำงานระหว่างวันจนแทบไม่ได้เจอหน้ากัน เวลาเดียวที่พอจะได้นั่งคุยกันบ้างคือเวลาอาหารกลางวันค่ะ แต่ละคนซื้ออาหารของตัวเองมาหรือถ้าบางท่านตรวจผู้ป่วยจนหมดแรงไม่มีเวลาซื้ออาหารก็จะมาขอปันจากคนอื่น กินไปก็คุยเรื่องสัพเพเหระไป บางครั้งดูเหมือนจะอยากพูดมากกว่าอยากฟังเพราะประโยคสนทนาไม่ต่อเนื่องเท่าไรแต่ก็ยังคุยกันได้อย่างออกรส โต๊ะอาหารจึงเป็นเวลาคลายเครียดและสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับที่ทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาได้พบกันมากนัก

ถ้าการกินอาหารพร้อมหน้ากันเป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจริง โต๊ะอาหารก็ควรเป็นสถานที่

ที่สมาชิกครอบครัวได้มาพบหน้าและพูดคุยกันค่ะ

เคยได้ยินจากผู้ป่วยหลายท่านว่าแม้จะแยกบ้านกับพ่อแม่ที่อายุมากแล้วแต่ก็พยายามไปกินข้าวด้วยกัน 1-2 สัปดาห์ต่อมื้อ การโทรศัพท์หรือโพสต์โซเชียลมีเดียอาจไม่เพียงพอเพราะไม่ได้พบหน้ากันจริงๆ และเมื่อพบกันแล้วจะให้คุยกันเฉยๆ ก็อาจจะจืดชืดไป การคุยไปด้วยกินไปด้วยจึงกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

ในตอนที่ 11 ของ The Ancient Magusž BrideŽ แอนิเมชั่นแนวโรแมนติกแฟนตาซีที่กำลังจะจบซีซั่นในเร็ววันนี้ เอเลียสŽ พ่อมดที่มีศีรษะเป็นกะโหลกสัตว์บอกกับ จิเสะŽ ว่าที่คู่หมั้นซึ่งเขาส่งไปพบเพื่อนเก่าจนต้องแยกจากกันหลายวันว่า บ้านที่ไม่มีเธออยู่ดูกว้างและเงียบมากŽ เขาพบว่าโต๊ะอาหารที่ต้องนั่งกินคนเดียวและบ้านที่อาศัยอยู่คนเดียวไม่เหมือนบ้านหลังเดิมที่เขาเคยอยู่ตั้งแต่ก่อนที่จิเสะจะมาอยู่ร่วมชายคาด้วย เขาเคยกินอาหารคนเดียวและใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาก่อน แต่เมื่อได้มีเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารสักครั้งแล้ว การกลับมากินคนเดียวก็ดูจะเหงามาก

เคยถามนักศึกษาสาวคนหนึ่งที่มาปรึกษาเพราะมีปัญหากับเพื่อนว่า ทราบได้อย่างไรว่าเพื่อนกำลังตีตัวออกห่าง เธอบอกว่าสัญญาณแรกที่รู้สึกได้คือเพื่อนขอไปกินข้าวเย็นกับคนอื่น แม้จะเรียนคนละคณะทำให้เลิกเรียนคนละเวลากัน แต่ตอนที่ยังสนิทกันดีก็มักจะหาเวลาไปกินด้วยกันให้ได้ทุกวัน ถ้าเจอเพื่อนคนอื่นก็ค่อยชวนไปกินด้วยกันหลายๆ คน พอไม่ได้กินข้าวเย็นด้วยกันแล้วก็ดูเหมือนความสนิทสนมจะลดลงไปด้วย เรื่องที่คุยกันในหอพักแม้เป็นเรื่องเดียวกับที่เคยคุยบนโต๊ะอาหารกลับรู้สึกขาดอารมณ์ครื้นเครงไปค่ะ แต่ก็มีนักศึกษามหาวิทยาลัยอีกไม่น้อยที่บอกว่าชอบกินข้าวคนเดียวเพราะรู้สึกเป็นอิสระดี

โต๊ะอาหารกับความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นหัวข้อวิจัยยอดฮิตมานานตั้งแต่ยุคที่โทรทัศน์เข้ามาเป็นเฟอร์นิเจอร์สามัญในบ้าน และสมาชิกครอบครัวมักจะดูโทรทัศน์ระหว่างรับประทานอาหาร แทนที่จะใช้เวลาพูดคุยกันเหมือนแต่ก่อน ล่าสุดการสำรวจเด็ก 1,492 คน โดยมหาวิทยาลัยมอนทรีออล พบว่าเด็กอายุ 6 ขวบ ที่ใช้เวลากินอาหารร่วมกับครอบครัวเป็นประจำจะมีสุขภาพดีกว่า ดื่มน้ำอัดลมน้อยกว่า และมีทักษะทางสังคมดีกว่าเมื่อตอนอายุ 10 ขวบ เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ค่อยกินอาหารร่วมกับครอบครัว ผู้วิจัยอธิบายว่าโต๊ะอาหารเป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกปฏิสัมพันธ์ทางสังคมด้วยการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวในชีวิตประจำวันหรือแม้แต่ปัญหา ทักษะนี้ช่วยให้เด็กสามารถสื่อสารกับคนนอกครอบครัวได้ดีขึ้นด้วย

สำหรับบ้านที่อยากเพิ่มโอกาสให้พูดคุยสื่อสารกันมากขึ้นอาจลองเริ่มจากการยกโทรทัศน์ออกไปจากห้องรับประทานอาหาร งดใช้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์สื่อสารในขณะที่สมาชิกครอบครัวกำลังกินอาหารกัน และลองเงยหน้ามองเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารแล้วถามเรื่องราวในชีวิตประจำวันดูค่ะ