การเสียอินทรชิตผู้ยิ่งใหญ่ทำให้ท้าวราพณาสูตรเดือดดาลอย่างสุดขีดถึงขนาดให้ไปนำนางสีดาจากสวนอโศกมาตั้งใจจะประหารด้วยพระขรรค์ แต่อำมาตย์ชื่อ รักขส ทูลทัดทานว่า การฆ่านางสีดาไม่มีประโยชน์อะไร ราพณาสูรจึงได้สติ ให้นำทางสีดากลับไปคุมขังที่สวนอโศกตามเดิม แล้วให้จัดทัพใหม่ ให้มโหทรเป็นแม่ทัพ มโหทรนี้ว่าเป็นโอรสราพณาสูตร มีฤทธิ์มากเหมือนอินทรชิต ฝ่ายพระรามให้องคตออกไปรบ และองคตได้แสดงฝีมือฟันมโหทรขาดกลางตัวสิ้นชีวิต
กล่าวโดยสรุปในการทำสงคราม ท้าวราพณาสูรใช้น้องและโอรสออกไปต่อสู้แทนและตายจนหมด เรื่องราวเกียรติ์เขมรตอนปลายไม่มีอะไรเหมือนรามเกียรติ์ไทย เช่นกล่าวว่า ตรีเศียร เป็นราชบุตร (ของไทยว่าเป็นน้อง) ได้ออกรบกับหนุมานก็ตายด้วยฝีมือหนุมาน หลังจากนั้นมีราชบุตรชื่อ นราตัก (ไม่มีชื่อในทะเบียนรามเกียรติ์ไทย) นำทัพออกมารบถูกวานรชื่อ พิพิตร หักคอสิ้นชีวิตท้าวราพณาสูรก็ส่ง มหากบาล ออกมาแก้แค้น พระรามก็ให้ อุสุภ ออกสู้มหากบาลก็ตายอีก นอกจากนี้ก็มีราชบุตรอีกหลายตนเช่น ทุรมุข, กุมพันธพล, มุขรักขัส และกุมภคทาธร ออกมารบก็ตายหมด เรียกว่าทั้งน้องทั้งลูกไม่มีเหลือในที่สุดต้องใช้ขุนนางผู้ใหญ่ เช่น มาสมาท, มูลผลัม ซึ่งต้องมาดับดิ้นสิ้นชีวาเช่นเดียวกัน
เมื่อหมดขุนพลที่จะเป็นแม่ทัพออกรบ ท้าวราพณาสูรก็จำต้องออกรบเอง คราวนี้พระรามก็ไม่ใช้คนอื่นเพราะมีศักดิ์เสมอกัน พระรามแผลงศรพรหมาสไปถูกอกราพณาสูรผ่าออกเป็น 2 ซีก มอดม้วยมรณา
พระรามเป็นผู้มีน้ำใจ จัดการเผาศพท้าวราพณาสูร ณ สนามรบนั้นเอง และจัดการอภิเษกพิเภกให้เป็นเจ้ากรุงลงกา โดยให้พระลักษณ์เสด็จไปสรงน้ำมุรธาภิเษกแทน ส่วนพระรามประทับอยู่นอกกรุงลงกา ต่อจากนั้นให้พิเภกเชิญนางสีดาออกมาเฝ้า และเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนางสีดา ได้จัดให้นางสีดาลุยไฟ เหมือนกับเรื่องรามเกียรติ์ไทย
ที่เล่าเรื่องรามเกียรติ์เขมรมาค่อนข้างยาว ก็เพื่อให้เห็นความต่างกันในบางเรื่องบางตอน และรามเกียรติ์ไทยไม่ได้เอามาจากเขมร เสียดายที่ยังไม่พบเรื่องพิสดาร จึงไม่ทราบว่าหนุมานในรามเกียรติ์เขมรมีพฤติกรรมที่สนุกโลดโผนอย่างไรบ้าง
ในตอนต่อไป จะได้กลับไปเล่าเรื่องหนุมานที่เล่าค้างไว้ และบางเรื่องบางตอนที่ผู้อ่านถามมา

