หาความหมายเพื่อสร้างความสุข : คอลัมน์มหัศจรรย์การ์ตูน

7.01.18 | 16:39 น.

ช่วงวันหยุดปีใหม่จับพลัดจับผลูได้มาดูแอนิเมชั่นเรื่องหนึ่งที่เคยเห็นฉบับการ์ตูนมานานมากแล้วค่ะ เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ในทางดีแต่ยังไม่มีโอกาสได้ดูสักที Blade of the ImmortalŽ หรือชื่อไทย
ฤทธิ์ดาบไร้ปรานีŽ กล่าวถึงญี่ปุ่นในยุคซามูไร มันจิŽ คืออดีตซามูไรฝีมือดีที่เคยฆ่าคนมาแล้วถึง 100 คน อยู่มาวันหนึ่งเขาถูกหญิงชราปริศนาสาปให้ไม่มีวันตาย ทางเดียวที่มันจิจะล้างคำสาปได้คือต้องฆ่าคนเลวให้ได้ 1 พันคน

แค่เริ่มเรื่องก็มีคำถามชวนให้ขบคิดมากมายแล้วค่ะ ประการแรกคือ คนเลวŽ มีอยู่จริงหรือไม่ เห็นด้วยไหมคะว่าเราจะนิยามว่าใครดีใครเลวบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเล่าเรื่องคนนั้นให้เราฟัง ลูกสาวของคนที่ถูกฆ่าย่อมบอกว่าคนฆ่าพ่อของเธอเป็นคนเลว ส่วนคนที่มาฆ่าอาจบอกว่าฆ่าเพื่อล้างแค้นเนื่องจากบุคคลนี้เคยฆ่าคนในครอบครัวของเขามาก่อน ดังนั้น นิยาม คนเลวŽ ในเรื่องน่าจะหมายถึงคนที่ฆ่าผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันควรแก่การฆ่า คำถามต่อมาก็ผุดขึ้นมาอีกค่ะว่า เหตุอันควรแก่การฆ่าŽ ควรจะมีขอบเขตแค่ไหน มีตอนหนึ่งที่นักบวชจิตไม่ปกติฆ่าหญิงสาวเพราะเชื่อว่าความตายคือการแสดงความเคารพต่อความงามของเธอและเป็นการแสดงความรักประเภทหนึ่ง เขาก็ว่าเขามีเหตุผลในการฆ่านะคะแต่มันจิ (รวมถึงคนดู) ไม่คิดอย่างนั้น ถ้าจะให้สรุปว่ามันจิควรฆ่าใคร คำตอบคือใครก็ตามที่มันจิเห็นว่าเคยฆ่าคนอื่นด้วยเหตุผลที่ตัวเขาเองรับไม่ได้ ดังนั้น ไม่สำคัญว่าบุคคลนั้นจะเลวจริงหรือไม่ แค่มันจิให้ความหมายว่าบุคคลนั้นเลว เขาก็มีเหตุอันชอบธรรมในการฆ่าแล้ว

การให้ความหมายกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งน่าจะมีอิทธิพลต่อการกระทำของเรามากกว่าการค้นหาสัจธรรมของสิ่งนั้นค่ะ คุณสุภาพสตรีท่านหนึ่งรักษาอาการวิตกกังวลและนอนไม่หลับมาหลายเดือนจนอาการดีขึ้นมากแล้วแต่ก็ยังไม่หายสนิทเพราะเธอเชื่อว่าปัญหาของเธอยังไม่จบ ปัญหาคือสามีของเธอเคยนอกใจไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น เมื่อรู้ความจริงเธอก็ยื่นคำขาดให้สามีเลือกทางใดทางหนึ่ง แม้สุดท้ายสามีเลือกกลับมาอยู่กับครอบครัวและตัดขาดจากชู้รักอย่างเด็ดขาดแล้วแต่คุณสุภาพสตรีท่านนี้ก็ยังไม่หายคาใจค่ะ ไม่ใช่ระแวงว่าสามีจะนอกใจอีกนะคะ เธอมั่นใจว่าสามีไม่กลับไปหาชู้รักแน่นอน

“ดิฉันยังไม่เชื่อใจค่ะ ที่เขาบอกว่าเลิกกับทางนู้นแล้วก็เพราะเขาสองคนไม่ได้เจอหน้ากันอีก ถ้าได้กลับมาเจอหน้ากัน ถ่านไฟเก่าก็อาจจะติดขึ้นมาอีกก็ได้ ดังนั้นเลยอยากให้เขากลับไปเจอกันอีกครั้งแล้วดูว่าสามีดิฉันจะควบคุมตัวเองไม่ให้กลับไปเป็นชู้กันอีกได้หรือเปล่าŽ”

“หมอฟังดูสามีของคุณก็พิสูจน์ตัวเองด้วยการเลิกกับทางนั้นอย่างเด็ดขาดและไม่เจอหน้ากันอีกตามที่คุณต้องการแล้ว ถ้าคุณให้กลับไปเจอกันอีกก็เหมือนช่วยส่งเสริมให้ปัญหาเดิมกลับมาอีกไม่ใช่เหรอคะŽ
ถ้าเขาตัดใจได้จริง ต่อให้เจอหน้าก็ต้องควบคุมตัวเองได้สิคะŽ”

Advertisement

สามีที่นั่งอึดอัดอยู่จึงบอกบ้างว่าสาเหตุที่เขาไม่ยอมกลับไปเจอหน้าอดีตชู้รักเพราะไม่ได้ต้องการเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว เขาเลือกครอบครัวแล้ว ถ้าเจอหน้าอีกดีไม่ดีทางอดีตชู้รักอาจจะเป็นฝ่ายก่อเรื่องเสียมากกว่าเพราะอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเขายังมีใจ

“ฟังดูแล้วการไปพบกับผู้หญิงคนนั้นสำหรับคุณทั้งสองคนมีความหมายคนละแบบ สำหรับคุณภรรยา การให้สามีกลับไปพบหมายถึงการพิสูจน์ว่าตัดใจได้จริงหรือไม่เพื่อต้องการจบปัญหาแรกที่เกิดขึ้นอย่างถาวร แต่สำหรับคุณสามี การกลับไปพบหมายถึงการก่อปัญหาที่สองขึ้นมาใหม่ทั้งที่ปัญหาแรกอุตส่าห์จบไปได้แล้วแท้ๆŽ”

พอให้ความหมายคนละแบบ ต่อให้การกระทำออกมาแบบเดียวกันก็ใช่ว่าจะทำให้เกิดความรู้สึกแบบเดียวกันกับทุกคนค่ะ เวลาสองคนทะเลาะกันและต่างคนต่างบอกว่าอีกฝ่ายพูดไม่รู้เรื่อง บางทีที่ไม่รู้เรื่องอาจจะไม่ใช่คำพูดแต่เป็น การให้ความหมายŽ นี่ล่ะค่ะ

การให้ความหมายŽ เป็นเรื่องความรู้สึกนึกคิดที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งซึ่งทำได้ยากกว่าการพิจารณาแค่การกระทำภายนอกมากนะคะ ถ้ามันจินิยามแค่ว่า คนเลวŽ คือคนที่ฆ่าคนอื่นก็คงจะง่ายแต่มันจิเลือกจะฟังเรื่องราวถึงที่มาของการฆ่าเพื่อพิจารณาว่าในการกระทำแบบเดียวกัน ผู้กระทำทำไปด้วยเหตุผลใด ถ้าความหมายของการฆ่าสมเหตุสมผลสำหรับเขาเขาก็ตีความว่าคนนั้นไม่ใช่คนเลว การตีความนี้นำมาใช้กับการแสวงหา ความสุขŽ ได้ด้วยนะคะ เคยสงสัยไหมคะว่าการกระทำแบบเดียวกัน เช่น ไปเที่ยวต่างประเทศ ถือกระเป๋าแบรนด์เนม ซื้อนาฬิกาแพงๆ สำหรับบางคนทำแล้วรู้สึกมีความสุขมากแต่บางคนทำแล้วกลับรู้สึกเฉยๆ แต่ไปมีความสุขตอนมีคนอื่นเห็นและอิจฉาเสียมากกว่า งานวิจัยโดย ดร.พอล เค พิฟฟ์ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Emotion พยายามตอบคำถามโลกแตกที่ว่าถ้าเรามีเงินเพียงพอที่จะทำกิจกรรมเหล่านี้ได้ เงินจะนำพาความสุขมาให้ได้ไหม เขาถามระดับความสุขที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ แบ่งเป็นสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกดีกับตัวเอง เช่น ภูมิใจ สนุก เพลิดเพลิน กับสถานการณ์ที่รู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่น เช่น เห็นใจ รัก รู้สึกทึ่ง ผลพบว่ากลุ่มที่รายได้น้อยกว่ามักจะมีความสุขกับสถานการณ์ที่ได้เชื่อมโยงกับผู้อื่นในระหว่างที่กลุ่มรายได้มากกว่ามักจะมีความสุขเมื่อเกิดความรู้สึกดีขึ้นกับตัวเอง

การวิจัยนี้บอกว่าคนที่มีเงินจำกัดก็สามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ด้วยวิธีของเขาโดยสร้าง ความหมายŽ ให้กับกิจกรรมนั้น เช่น ทำเพื่อความสุขของผู้อื่น ทำเพื่อสังคม เช่นเดียวกับมันจิที่เปลี่ยนจากการฆ่าคนเลวเพื่อให้ตัวเองพ้นคำสาปเป็นช่วยเหลือเด็กสาวให้เธอแก้แค้นแทนพ่อเสียแทนในตอนหลัง

สำหรับคนที่มีเงินจำกัดซึ่งเข้าไม่ถึงวัตถุหรือบริการราคาแพง ลองหาคุณค่าและความหมายให้เรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวันค่ะ เช่น กดไลค์ให้เพื่อนที่โพสต์ลงโซเชียลว่าเพิ่งไปเที่ยวต่างประเทศมาหรือช่วยเพื่อนร่วมงานในวันที่เขาติดธุระแล้วเขาขอบคุณเรา ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวเองหรือได้รับคำยกยอก็มีความสุขได้นะคะ