นับจากวันที่หนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับแรกออกสู่สายตาผู้อ่านเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2521 จนถึงวันนี้ เวลาล่วงเลยมากว่า 4 ทศวรรษแล้ว
ที่ผ่านมา “มติชน” ยืนหยัดนำเสนอข่าวสาร ข้อเท็จจริง ตลอดจนความรู้สู่สาธารณชนเสมอมา จนได้รับการยอมรับจากทุกแวดวง ในฐานะสื่อคุณภาพระดับแนวหน้าของประเทศไทย
ดังนั้น ในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง “มติชน” เดินทางมาถึง จึงมีผู้คนมากมายทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เดินทางมุ่งหน้ามาร่วมอวยพรวันเกิดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน



มี “อาจารย์ช้าง” ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บมจ.มติชน พร้อมด้วย ฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหารเครือมติชน เปิดบ้านรอต้อนรับ
แขกชุดแรกเดินทางมาถึงตั้งแต่ 07.00 น. มี วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำทีมอวยพร ยังมี มณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และ จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รองผู้ว่าฯ กทม. ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนทรรศนะ

ไม่นาน ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.เดชา เหมกรศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ จตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) มาสมทบ
ตามมาด้วย กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หอบหิ้วกระเช้าจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาร่วมแสดงความยินดี


“มติชนเป็นสำนักพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงและเสนอข่าวที่มีคุณภาพสู่สังคมเชิงความคิด เป็นผู้นำเชิงความคิดของประเทศไทยอย่างเหนียวแน่น ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลส่งความปรารถนาดีมาให้ และหวังว่าจะเป็นปีที่เข้มแข็งของมติชน ยืนหยัดอยู่คู่ประเทศไทยต่อไป” กอบศักดิ์กล่าว
จนกระทั่งฤกษ์งามยามดี เวลา 09.09 น. คณะผู้บริหารร่วมทำพิธีบวงสรวงศาลพ่อปู่เอาฤกษ์เอาชัย ก่อนจะเข้าสู่พิธีทางศาสนา เวลา 10.15 น. โดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร พร้อมด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล มี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตอธิบดีกรมตำรวจ รองประธานที่ปรึกษา บมจ.มติชน เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
ขณะที่จำนวนแขกเหรื่อที่มาร่วมอวยพรกับการก้าวสู่ปีที่ 41 ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง
ยังมี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ พร้อมด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จาตุรนต์ ฉายแสง นำทีมจากพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย วัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. พ.อ.วันชนะ สวัสดี หรือผู้พันเบิร์ด ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม วราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และ กัญจนา ศิลปอาชา อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย และประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย ร่วมงาน

กัญจนาระบุว่า ตั้งแต่เริ่มเข้ามาสู่การทำงาน มติชนเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวที่ที่บ้านรับต่อเนื่องมา เพราะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ให้สาระหลายรูปแบบ
“ในโอกาสเข้าสู่ปีที่ 41 ของมติชน ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยให้มติชนอยู่คู่กับคนไทย แม้ว่าอาจจะปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นทางโซเชียลมากขึ้น หรืออะไรก็ตาม แต่ก็เชื่อว่ามติชนยังเป็นปัญญาของสังคมอยู่”
แม้จะเป็นช่วงใกล้เที่ยง แต่บรรดาแขกเหรื่อยังคงเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับการก้าวสู่ปีที่ 41 พร้อมดอกไม้ ของขวัญ และคำอวยพร มามอบให้อย่างไม่ขาดสาย
หนึ่งในนั้นคือ สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.การต่างประเทศ และประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย (เอพีอาร์ซี) ที่มาพร้อมช่อดอกไม้ร่วมยินดี พร้อมชื่นชมมติชนด้วยว่า เป็นหนังสือพิมพ์ที่สามารถเชื่อมโยงวิชาการกับเรื่องของเศรษฐกิจและการเมืองได้เป็นอย่างดี
“เรื่องที่ผมติดตามเป็นประจำคือ เรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และการต่างประเทศ และอีกเรื่องที่เห็นว่ามติชนมีความเข้มแข็งคือการสื่อสารความเป็นไปของชุมชน สื่อสารเรื่องชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และขอชื่นชมในเรื่องการนำเสนอข่าวในพระราชสำนักทั้งในหนังสือพิมพ์และในออนไลน์ ซึ่งมีการถ่ายทอดพระราชกรณียกิจ การนำเสนอถึงความผูกพันของประชาชนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ได้เป็นอย่างดี”

สุรเกียรติ์ยังให้ความเห็นด้วยว่า บริบทสังคมในขณะนี้ สื่อหลักมีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสื่อที่เป็นหนังสือพิมพ์ เพราะสามารถสร้างภาพจำ สร้างประวัติศาสตร์ สร้างความรู้สึกได้เป็นอย่างดี
“สำหรับคนที่อยู่ในแวดวงหรือคนที่สนใจข่าวสารบ้านเมืองเวลาที่ดูข่าวหนังสือพิมพ์เราจะเห็นเลยว่าเขาให้น้ำหนักกับข่าวไหน เขาวางข่าวไหนไว้หน้าใด ใช้อักษรตัวใหญ่ ตัวเล็ก ตัวหนา ข่าวนี้วางใกล้กับข่าวอะไร แม้กระทั่งภาพไหนอยู่จุดไหน เรื่องเหล่านี้เป็นเหตุเป็นผลในตัว ซึ่งสิ่งเรานี้สัมผัสได้ในสื่อหนังสือพิมพ์ แต่ในสื่อออนไลน์เราไม่สามารถมองเห็นได้” สุรเกียรติ์อธิบาย
สอดคล้องกับ พินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ ที่ร่วมอวยพรวันเกิดมติชนเช่นกัน
“ต้องยอมรับว่าตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์มติชนถือว่าเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงที่ให้ความรู้ ความเข้าใจ ข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคมมาโดยตลอด”
พร้อมให้ข้อแนะนำที่น่าสนใจว่า “ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 41 ผมมองว่ามติชนควรมุ่งพัฒนาเรื่องเทคโนโลยี เพราะปัจจุบันมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ในอนาคตสื่อจะเป็นเรื่องของความเร็ว เรื่องของออนไลน์ การนำเสนอจะต้องให้ไวอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ ควบคู่ไปกับจุดยืนและอุดมการณ์ของมติชนที่มีอยู่ ซึ่งตรงนี้เป็นสถานการณ์ใหม่ที่ทุกสถาบันทุกสื่อในโลกนี้จะต้องเปลี่ยนแปลงและปรับปรุง” พินิจกล่าว

งานวันเกิดปีนี้ ยังมีบุคคลสำคัญจากหลายแวดวง อาทิ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
หลายท่านระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้จักกับมติชนมานานมาก ติดตามอ่านมาตั้งแต่ฉบับแรกๆ รวมถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เล่าว่า คุ้นเคยกับมติชนตั้งแต่สมัยยังรับข้าราชการตำรวจ เป็นผู้การกองปราบฯ เพราะเชื่อว่ามติชนเป็นสื่อซึ่งให้ข่าวที่ค่อนข้างมีจุดยืน มีบรรทัดฐานของตัวเอง ไม่เอนเอียงไปฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ถ้าผิดถูกก็ว่ากันไป เป็นอีกสื่อที่สามารถสะท้อนความจริง ให้เรารับฟังข้อ “จริง” ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่มีทั้ง “เท็จ” และ “จริง”
“ทิศทางในอนาคตที่คาดหวังอยากให้มติชนเดินทางต่อไปในปีที่ 41 คือการรักษาเอกลักษณ์เรื่องสื่อสารให้ประชาชนรับทราบข้อจริงอย่างที่ผ่านมา ซึ่งผมเชื่อว่าสื่อที่เป็นหนังสือพิมพ์ก็ยังมีความจำเป็น และมีความสำคัญอย่างยิ่ง ถึงแม้วันนี้มติชนจะมีออนไลน์เพิ่มขึ้นมา ซึ่งผมก็ติดตามมติชนออนไลน์อยู่ เห็นว่าข่าวมีความกระชับฉับไว แต่ผมมองว่าหนังสือพิมพ์ก็ยังมีความสำคัญ อย่างคอลัมนิสต์และนักเขียนมืออาชีพที่จะเขียนวิเคราะห์อย่างน่าติดตาม หลายท่านก็ยังมีอยู่ในหนังสือพิมพ์ ดังนั้นผมมองว่าสื่อมติชนในอนาคตควรจะดำเนินอยู่บนสื่อทั้งหนังสือพิมพ์และออนไลน์ควบคู่กัน” เป็นความเห็นจากพ่อเมือง กทม.

ไม่เพียงแต่นักการเมือง ทหาร ข้าราชการ และตำรวจเท่านั้น งานวันเกิดปีนี้ยังมีเหล่าปัญญาชน นักคิดนักเขียนร่วมอวยพรด้วย
สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ระบุว่า ก้าวสู่ปีที่ 41 เป็นหนุ่มสาวใหญ่ ผ่านโลกรู้มาทุกรสแล้วสำหรับมติชน ในความเกี่ยวข้องกับบ้านเมือง มติชนทำตัวเป็น “สื่อ” ในความหมายที่ว่าพยายามมองสองด้าน และผมเชื่อว่ามติชนยืนอยู่ข้างผู้เสียเปรียบ ผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะเดียวกันก็ไม่เลือกปฏิบัติ
“ดูได้จากคนร่วมงานกับมติชน เคยเป็นมายังไง ทะเลาะกันบ้างก็ยังเข้าใจกัน หรือทรรศนะทางการเมืองไม่ค่อยตรงกัน แต่มติชนก็เปิดโอกาสให้แสดงความเห็น มติชนมีสองด้านเสมอ”
สุชาติยังวิเคราะห์ต่อว่า ตั้งแต่จุดเริ่มต้น มติชนวางลำดับความสำคัญของหน้าที่การเป็นสื่อหนังสือพิมพ์ 1.ข่าว คือเรื่องความจริง 2.ความเห็นที่มีหลากหลาย 3.ส่วนสร้างสรรค์ที่ยังให้โอกาสงานเขียนบทกวี เรื่องสั้น และสิ่งสำคัญคือเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ มติชนมองไปข้างหน้าถึงคนรุ่นต่อไป แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสถานะความอยู่รอดเรื่องเศรษฐกิจการวางตัวในสภาพของสถานการณ์ปัจจุบัน

ส่วนความเปลี่ยนแปลงในโลกสื่อกระดาษ สุชาติเชื่อว่า “สื่อกระดาษยังไม่ตาย” ยังอยู่ได้อย่างน้อยก็อีกหนึ่งศตวรรษ แต่ต้องปรับตัว
“ผมเชื่อว่าหนังสือเล่มยิ่งสร้างบุคลิกที่โดดเด่นจะอยู่ได้อีกนาน จะกลายเป็นสื่อเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการซื้อเพื่อรักษาสถานะบางอย่าง หรือต้องการเสพในความหมายเดิมคือ อ่านจากตัวหนังสือบนกระดาษ แต่หนังสือพิมพ์ถูกท้าทายแน่นอนจากอินเตอร์เน็ตทั้งหลาย ซึ่งมติชน ข่าวสด ในฐานะสื่อกระดาษ อยู่ในสถานะที่ถูกท้าทายจากสื่อใหม่ ซึ่งผมคิดว่าถ้ารักษาแคแร็กเตอร์ได้ จะยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่กับความคุ้นเคยเก่า มติชนในแง่ของสื่อกระดาษอยู่บนปากแพร่ง เพราะมีสื่อออนไลน์ที่มาไวไปไว ต้องแข่งขันกับสิ่งซึ่งรู้ว่ามีอยู่แต่จับต้องไม่ได้”
“ที่ฝันว่าหนังสือพิมพ์ขายล้านฉบับนั้นไม่เป็นจริงอีกแล้ว คนทำหนังสือพิมพ์รู้ดี เพราะมันถูกแย่งโดยสื่อใหม่เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นสิ่งที่คงอยู่คือบุคลิก มติชนก็ต้องถามตัวเองว่าบุคลิกของตัวเองคืออะไร มีอะไรพิเศษแตกต่างไปจากสื่อใหม่ คนทำหนังสือพิมพ์ต้องเผชิญกับสถานการณ์ใหม่แน่นอน คนที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นนักหนังสือพิมพ์และคนที่จะเรียกตัวเองว่านักเขียนในความหมายเก่าถูกท้าทายโดยสภาพของศตวรรษใหม่ สมัยก่อน นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ และบรรณาธิการเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกัน แต่ปัจจุบันแยกส่วนไปหมด”
เป็นมุมมองความคิดและข้อแนะนำจากนักเขียนรุ่นใหญ่ เจ้าของนามปากกา ‘สิงห์สนามหลวง’
ในส่วนของภาคธุรกิจ งานนี้ขนขบวนมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ สุภชัย วีระภุชงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด ตัวแทนจากบริษัทและกลุ่มเอเยนต์ที่ยกขบวนมาอวยพร
ยังมีแขกเหรื่อ ญาติ มิตร อีกมากมาย ต้องขออภัยหากมิได้เอ่ยนาม
เป็นภาพความประทับใจที่มาพร้อมกับรอยยิ้ม สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและยินดีไปทั่วทั้งอาคาร “มติชน”









