หนุมาน เทพแห่งสรรพวิทยา (124) โดย ส.พลายน้อย

14.01.18 | 14:37 น.

มีผู้อ่านคนหนึ่งบอกกับผู้เขียนว่านึกไม่ถึงว่าเรื่องของหนุมานจะแปลกพิสดารไปจากหนุมานในรามเกียรติ์ไทย แล้วเขาถามว่าเรื่องของนางสีดามีอะไรที่ต่างไปจากของไทยบ้าง ขอให้เล่ารวมไว้ด้วย ผู้เขียนเพิ่งมานึกได้ว่าเรื่องความเป็นมาของนางสีดามีกล่าวกันต่างๆ เพราะรามายณะมีหลายสำนวนบางแห่งก็นำไปอ้างเฉพาะตอนปลาย ไม่เล่าตอนต้น ผู้เขียนกว่าจะพบเต็มเรื่องก็ต้องเสียเวลาอ่านแรมปี มีอยู่เรื่องหนึ่งค่อนข้างแปลกอยู่ในเรื่องทศรถชาดก มีความโดยย่อว่า

เมื่อครั้งไตรดายุคในกรุงทวารกามีพราหมณ์ชื่อ เกาศิก เป็นคนจงรักภักดีต่อพระวิษณุ เป็นผู้ขับกล่อมเพลงบูชาพระวิษณุ ในครั้งนั้นราชาแห่งแคว้นกลิงค์ (อยู่ทางตอนเหนือของมัทราส) ขอให้เกาศิกขับกล่อมเพลงบูชาตนบ้าง เกาศิกไม่ยอมอ้างว่าขับกล่อมได้เฉพาะบทสดุดีพระวิษณุเท่านั้น ราชากลิงค์กริ้วมาให้เนรเทศเกาศิกออกจากกรุง เกาศิกได้รับความยากลำบากในที่สุดได้สิ้นชีวิตแล้วไปเกิดในพรหมโลก พระวิษณุทรงตั้งให้เป็นหัวหน้าเทพในคณะรับใช้ของพระองค์ ได้มีงานฉลองตำแหน่งเป็นงานใหญ่ มีคนธรรพ์มาร้องรำดีดสีตีเป่า พระลักษมีมเหสีพระวิษณุก็เสด็จมาฟัง มีเทวดาและฤษีมาชุมนุมกันมาก เพราะเป็นงานพิเศษไม่มีบ่อยนัก และเนื่องจากมาชุมนุมกันมาก การเดินทางของพระลักษมีจึงไม่สะดวก บรรดาบริวารต้องใช้ไม้กั้นและผลักไสพวกเทพและฤษีเพื่อขอทางให้พระลักษมีเสด็จไปในงานได้สะดวก

ในครั้งนั้น มีคนธรรพ์ชื่อ ตุมพุรุ เป็นนักร้องสำคัญมีชื่อเสียงโดดเด่นกว่าคนอื่นได้เป็นผู้ขับกล่อมสรรเสริญพระวิษณุ และได้รับประทานรางวัลเป็นอันมาก ปรากฏว่าในงานนี้ฤษีนารทได้มาชุมนุมด้วย และเป็นผู้หนึ่งที่ถูกบริวารพระลักษมีเอาไม้กั้นกันไว้ ทำให้ไม่พอใจอยู่แล้วเมื่อมาเห็นคนธรรพ์ตุมพุรุได้รับรางวัลเป็นอันมาก ก็ยิ่งมีอารมณ์พลุ่งพล่านบังเกิดความริษยา (เพราะตนเองก็ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าคนธรรพ์เป็นนักดนตรีสวรรค์) จนไม่อาจควบคุมสติได้ ถึงกับพลั้งวาจาสาปพระลักษมี ว่าเป็นผู้มีลักษณะจรรยาดังรากษสจึงปล่อยให้บริวารเอาไม้มาขับไล่ผลักไสตน เพราะฉะนั้นให้พระลักษมีไปเกิดในหมู่รากษส และให้นางรากษสโยนทิ้งไว้บนดิน แต่เมื่อสาปในเช่นนั้นแล้ว จึงได้สติระลึกว่าคำสาปนั้นรุนแรงไปก็นึกละอายใจ ส่วนพระวิษณุและพระลักษมีก็ยอมรับได้ พระลักษมีตรัสว่า

“คำสาปของพราหมณ์จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องให้เป็นไปตามนั้น ขอแต่ให้ไปเกิดในครรภ์รากษสีที่ได้ดื่มกินโลหิตของมุนีที่รวมอยู่ในผอบก็แล้วกัน ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นเชื้อสายของมุนี ไม่ประสงค์ให้เป็นสายเลือดของผู้อื่น”

ฤษีนารทเห็นเป็นการเหมาะสมก็ตกลงตามนั้น ซึ่งจะได้ทราบต่อไป

Advertisement