วันเด็ก-วันครู มีอะไรใหม่ นอกจากคำขวัญ : คอลัมน์ โลกสองวัย

18.01.18 | 14:35 น.

เดือนมกราคม ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ไม่ได้หลงลืมวันสำคัญนอกจากวันขึ้นปีใหม่ คือวันเด็ก เสาร์ที่สองของเดือน และวันครู 16 มกราคม เพิ่งผ่านไปเมื่อสองวันก่อน

หากแต่ตลอดเวลาที่เมื่อถึงวันเด็กนับแต่ยุคที่ยังเป็นเดือนตุลาคม จนปรับเปลี่ยนมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) เคยผ่านมาแล้วนานนับสิบปี แทบว่าไม่ได้เห็นว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจาก คำขวัญวันเด็ก ของนายกรัฐมนตรี ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปแทบว่าปีละคนสองคนในระยะหลัง

อีกเรื่องหนึ่ง คือการขนรถถัง เครื่องบิน อุปกรณ์ที่ใช้ในสงครามการรบออกมาให้น้องหนูได้ปืนป่าย เล่นยิงปืนกล ลงเรือรบ และไปขึ้นเครื่องบินทั้งที่ดอนเมือง และที่สนามบินหลายจังหวัด

แต่ละจังหวัดมักมีการแสดงบินผาดแผลง มีเครื่องบินตก นักบินเสียชีวิตหลายครั้ง

ดูเหมือนว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กพยายามหาช่องทางจัดงานวันเด็กอย่างสร้างสรรค์ แต่มักไม่ประสบความสำเร็จ จะด้วยเหตุที่เด็กยังต้องการปีนป่ายรถถัง ยิงปืนกล ลงเรือรบ ขึ้นเครื่องบิน การให้เด็กมาร่วมคิดร่วมสร้างงานใหม่ๆ แทบว่าไม่เคยเกิดขึ้น

Advertisement

ประการหนึ่งเห็นได้จากไม่มีหน่วยงานไหนสนองแนวทางความคิดของนายกรัฐมนตรีแม้แต่น้อย

ส่วนวันครู เป็นวันที่โรงเรียนหยุด ให้คุณครูมีโอกาสไปร่วมชุมนุมทำบุญตักบาตร ร่วมงานสดุดีครูซึ่งเป็นบุรพคณาจารย์ และครูที่ได้รับรางวัล

วันครู สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศงดออกรางวัล เลื่อนไปออกเป็นวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 17 มกราคม เช่นเดียวกับถัดไป วันที่ 1 มีนาคม เป็นวันมาฆบูชา เลื่อนไปออกวันที่ 2 มีนาคม

ทั้งสองวันในปีนี้คือวันเด็กกับวันครู เป็นวันสำคัญในช่วงการเปลี่ยนแปลงแนวทางความคิดที่ควรชี้ช่องให้เด็กรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งมีผลมาถึงประเทศไทย ที่ประกาศว่าไทยจะเดินเข้าสู่ยุค 4.0

สำคัญยิ่งกว่า คือระบบการศึกษา วันครูที่ผ่านมา 16 มกราคม นอกจากการเฉลิมฉลองวันครูตามรายการเดิมๆ มีอะไรให้เห็นบ้างว่า คุณครูมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนการศึกษา ทั้งที่เป็นระบบ และเป็นเนื้อหาเปลี่ยนแปลงไปสู่หลักสูตรการเรียนการสอนน้องหนูในยุคแห่งดิจิทัล และ “โซเชียล มีเดีย”

ทุกวันนี้ โลกแห่งดิจิทัลนำไปสู่นวัตกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ จากประดิษฐกรรมแรงงานมนุษย์ไปสู่แรงงานหุ่นยนต์

น้องหนูนักเรียนทุกวันนี้ หลายโรงเรียนเริ่มก้าวข้ามจากการทดลองวิทยาศาสตร์อย่างเดิม ไปสร้างนวัตกรรมใหม่ ส่งหุ่นยนต์ไปประกวดในต่างประเทศได้รางวัลมาไม่น้อย

เช่นเดียวกับคุณครูในหลายโรงเรียนเป็นพี่เลี้ยงให้น้องหนูลูกศิษย์คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ด้วยนวัตกรรมไม่ใช่จากความคิดของน้องหนูคนเดียว หากเป็นความคิดของน้องหนูหลายคนและคุณครูพี่เลี้ยง

วันนี้การสื่อสารมวลชนเช่นรายการโทรทัศน์ แต่เดิมเคยมีการประกวดนวัตกรรมที่เป็นปัญญาประดิษฐ์วันนี้ดูเหมือนว่าจะหดหายไปหลายรายการ เรื่องที่จะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ บริษัทห้างร้านที่เคยสนับสนุนหายไป เนื่องจากไม่มีทุนพอจะสนับสนุน ทั้งรายการที่ว่ายังมีราคาค่าเวลาแพงเช่นเดียวกับรายการบันเทิงอื่น

ดังนั้น การจัดประกวดรายการบันเทิง เช่นการขับร้องจึงยังเป็นที่นิยมให้มีขึ้น ด้วยเป็นรายการที่มีผู้บริโภคจำนวนมาก ทำให้ “เรตติ้ง” มีมากกว่ารายการสร้างปัญญา

ปีนี้ ประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่ “THAILAND 4.0” ด้านเศรษฐกิจเป็นเรื่องของธุรกิจการค้าทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ขึ้นกับผู้บริโภค หากผู้บริโภคมีรายได้ดี มีภาวะเศรษฐกิจดี เศรษฐกิจ 4.0 เป็นไปไม่ยาก

แต่ระบบ “การศึกษา 4.0” จะก้าวไปได้อย่างไร หากกระทรวงศึกษาธิการ ครู ยังไม่กระตือรือร้นที่จะปรับเปลี่ยนแนวทางความคิดให้ทันกับโลกแห่งระบบดิจิทัล