การนอนเป็นกิจกรรมที่ยิ่งตั้งใจจะยิ่งทำไม่สำเร็จค่ะ แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตานอนให้หลับ ก่อนนอนควรผ่อนคลายและหยุดคิดเรื่องต่างๆ ให้หมดรวมถึงหยุดการเล่นอุปกรณ์สื่อสารที่จะทำให้มีเรื่องติดค้างอยู่ในสมองก่อนนอนด้วย นักศึกษาสาวคนหนึ่งมาพบแพทย์เพราะมีปัญหานอนไม่หลับค่ะ เธอเรียนปี 2 ในคณะนี้ด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจว่าเป็นคณะที่อยากเรียนจริงหรือไม่ เมื่อปรึกษาทางบ้านก็ได้คำแนะนำว่าถ้ายังไม่รู้ว่าชอบอะไรจริงก็ควรเรียนต่อไปก่อน เธอก็เรียนด้วยความเบื่อหน่ายจนในที่สุดก็เริ่มขาดเรียนบ่อยๆ นอนอยู่ที่หอและเปิดวิดีโอดูการสอนที่ทางคณะบันทึกและอัพโหลดไว้ให้ หิวเมื่อไรก็ค่อยลงไปร้านสะดวกซื้อเพื่อหาข้าวกินโดยไม่สนใจว่าเป็นมื้อใดเพราะร้านเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เธอเริ่มนอนดึกขึ้น ตื่นสายหรือบางครั้งตื่นหลังเที่ยง ความที่ไม่ได้ออกจากหอพักไปพบเพื่อนจึงส่องชีวิตเพื่อนๆ ผ่านทางโซเชียลมีเดียซึ่งยิ่งทำให้เธอรู้สึกหดหู่ขึ้นไปอีกเพราะทุกคนต่างก็โพสต์แต่ช่วงชีวิตที่มีความสุข ทุกครั้งก่อนนอนเธอจะคิดวนเวียนแต่ว่าชีวิตไม่ควรเป็นอย่างนี้เลย ไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือต้องการอะไร กินนอนก็ไม่เป็นเวลา ชีวิตไม่มีอะไรดีพอจะโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย กระทั่งพรุ่งนี้ควรจะทำอะไรเธอยังนึกไม่ออกค่ะเพราะวงจรชีวิตของเธอไม่ได้เป็นเหมือนนักศึกษาคนอื่นที่ต้องตื่นเช้ามาเรียน ตกเย็นพบปะกับเพื่อน ทำกิจกรรม แล้วค่อยกลับหอพักไปนอน ในตอนนั้นจึงแนะนำเธอเบื้องต้นก่อนค่ะว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือปรับวงจรการกินการนอนให้กลับมาปกติเสียก่อน นอนและตื่นให้ตรงเวลา กินอาหารให้ตรงมื้อ และวางแผนให้ชัดเจนว่าวันรุ่งขึ้นจะทำอะไรบ้างเพราะการปล่อยให้ชีวิตไหลไปตามเข็มนาฬิกาเรื่อยๆ แบบที่ปฏิบัติมาน่าจะทำให้วงจรชีวิตของเธอแย่ลงค่ะ
สำหรับบางท่านที่กังวลเรื่องอดีตและกลัวเรื่องอนาคตมากเกินไปอาจเหมาะกับการใช้ชีวิตแบบมีสติระลึกรู้กับปัจจุบันในทุกขณะจิตค่ะ แต่สำหรับบางท่านที่อยู่กับปัจจุบันโดยไม่วางแผนว่าวันพรุ่งนี้จะต้องทำอะไรก็อาจเป็นทุกข์ได้เหมือนกันนะคะ คงเหมือนเราหลงทางอยู่ในถ้ำที่มืดสนิทและทำได้แค่ก้าวสั้นๆ ได้ทีละก้าวเพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นเหวหรือเปล่า ก้าวไปก้าวมาก็อาจจะย่ำอยู่กับที่โดยไม่รู้ตัว กรณีนี้การวางแผนชีวิตล่วงหน้าไว้สักนิดน่าจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นค่ะ มีแอนิเมชั่นใหม่ซีซั่นนี้ที่กล่าวถึงชีวิตมืดแปดด้านของเด็กหนุ่มมัธยมต้นได้น่าสนใจค่ะ “Gakuen Babysitters” ซึ่งสร้างจากหนังสือการ์ตูนชื่อเดียวกัน
“ริวอิจิ” หนุ่มวัยมัธยมต้นสูญเสียคุณพ่อคุณแม่ไปพร้อมกันจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก เขากับน้องชาย “โคทาโร่” ซึ่งอยู่ในวัยยังไม่เข้าอนุบาลไม่มีญาติที่ไหนอีกเลย ในช่วงที่สิ้นหวังอย่างที่สุด สุภาพสตรีสูงวัยคนหนึ่งซึ่งสูญเสียลูกชายและลูกสะใภ้ไปในอุบัติเหตุครั้งนี้ได้พบเด็กทั้งสองในงานศพ ใครๆ เรียกเธอว่า “ท่านประธาน” เพราะเธอเป็นเจ้าของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ท่านประธานตัดสินใจรับอุปการะริวอิจิกับโคทาร่าไว้ในความดูแลโดยให้พักและเรียนในโรงเรียนของเธอ แม้ริวอิจิจะรับความปรารถนาดีไว้แต่เขาก็ยังคิดไม่ออกว่าควรจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร เขาจะเรียนหนังสือไปพร้อมกับดูแลน้องชายได้อย่างไร คิดวนเวียนเรื่องนี้จนเครียดกระทั่งจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก ในตอนนั้นท่านประธานผู้เข้มงวดจึงบอกว่า “ฉันไม่ได้ให้เธออยู่ฟรีๆ ทุกเย็นเธอต้องทำกิจกรรม ‘ชมรมพี่เลี้ยงเด็ก’” ซึ่งเป็นเนิร์สเซอรี่ของโรงเรียนที่รับดูแลลูกของคุณครูที่สอนหนังสือในโรงเรียนนั้น แล้วจู่ๆ ริวอิจิก็มีความหวังกับชีวิตขึ้นมาค่ะ เขารู้ว่าวันนี้และพรุ่งนี้ต้องทำอะไร ไม่มีเวลาให้นั่งเศร้าคนเดียวอีกต่อไป วันที่รับความปรารถนาดีจากท่านประธานจึงเป็นวันแรกที่ริวอิจิหลับได้สนิทนับตั้งแต่สูญเสียคุณพ่อคุณแม่ไป
เป็นที่ทราบดีว่าถ้าเราคิดเรื่องต่างๆ ก่อนนอนมักจะนอนไม่หลับแต่บางทีการพยายามไม่คิดกลับยิ่งจะทำให้กังวลมากขึ้นจนนอนไม่หลับได้เหมือนกัน งานวิจัยหนึ่งจากมหาวิทยาลัยเบย์เลอร์พบว่าในเมื่ออดคิดช่วงก่อนนอนไม่ได้ก็ลองเขียนสิ่งที่คิดออกมาเสียเลยค่ะ การเขียนเรื่องที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ในช่วงก่อนนอนจะช่วยให้ใจของเราสงบลงและทำให้หลับง่ายขึ้น คุณสคัลลินผู้วิจัยบอกว่าเราอยู่ในวัฒนธรรม 24/7 หมายถึงสามารถใช้ชีวิตได้ตลอด 24 ชั่วโมงในแต่ละวันทั้ง 7 วันต่อสัปดาห์เนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความสะดวกสบายของร้านสะดวกซื้อ ความที่สามารถทำงานได้ตลอดเวลาเช่นนี้จึงทำให้เราคิดถึงเรื่องที่ยังไม่ได้ทำโดยไม่มีเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาส่วนตัว ในหัวจึงมีเรื่องที่ยังไม่ได้ทำเต็มไปหมดจนทำให้นอนไม่หลับ คุณสคัลลินจึงทำการศึกษาในนักศึกษา 57 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้เขียนเรื่องที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้หรือไม่กี่วันข้างหน้าลงกระดาษช่วง 5 นาทีก่อนนอนส่วนอีกกลุ่มหนึ่งให้เขียนเรื่องที่ทำไปแล้วในแต่ละวัน ผู้วิจัยท้าทายความเชื่อเดิมที่ว่าการคิดถึงเรื่องที่ทำสำเร็จในแต่ละวันอาจดีกว่าคิดเรื่องที่ยังไม่ได้ทำในวันรุ่งขึ้นแต่ผลการศึกษากลับออกมาตรงข้ามกับความเชื่อนี้ เขาวัดคุณภาพการนอนด้วยเครื่องโพลีซอมโนกราฟฟีตอนเข้านอนเวลา 4 ทุ่มครึ่งโดยห้ามทำงานหรือเล่นอุปกรณ์สื่อสารก่อนนอนรวมถึงปิดไฟมืดสนิทขณะนอนหลับด้วย ผลการศึกษาพบว่าคนที่เขียนรายการที่จะต้องทำในวันรุ่งขึ้นจะหลับสนิทได้เร็วกว่าอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเขียนงานที่ได้ทำสำเร็จไปแล้วในวันนั้น
ท่านใดที่มีปัญหาการนอนเพราะกังวลกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้นหรืออีกไม่กี่วันข้างหน้า ลองหยิบดินสอกับกระดาษขึ้นมาเขียนสิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ดูค่ะ การวางแผนชีวิตให้เรียบร้อยก่อนนอนจะช่วยให้หลับได้เร็วขึ้นนะคะ และอย่าลืมเรื่องที่สำคัญคือไม่เล่นอุปกรณ์สื่อสารก่อนนอนด้วยค่ะ

