จันทรุปราคา (lunar eclipse) เป็นปรากฏการณ์ที่ผู้สังเกตบนโลกมองเห็นดวงจันทร์ค่อยๆ เว้าแหว่งไป เนื่องจากโลกอยู่ระหว่างดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์ แล้วดวงจันทร์ค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่เงาของโลก
(ภาพ 1)
หากการบังกันมากที่สุดเกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์ จะเรียกว่าจันทรุปราคาบางส่วน แต่ถ้าการบังกันมากที่สุดเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ กล่าวคือดวงจันทร์ทั้งดวงเข้าไปอยู่ในเงามืดของโลก จะเรียกว่าจันทรุปราคาเต็มดวง (lunar eclipse)
ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงในคืนวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2561 จะเริ่มตั้งแต่
– ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกเวลา 17.51 น. ซึ่งจะสังเกตเห็นยากมาก
– จากนั้นดวงจันทร์จะเริ่มสู่เงามืดของโลก จึงจะเริ่มสังเกตเห็นได้ว่าดวงจันทร์เริ่มเว้าแหว่งไป
– จันทรุปราคาเต็มดวงจะเริ่มตั้งแต่เวลา 19.51-21.07 น.
การบังอย่างสมบูรณ์นี้จะเกิดขึ้นนานถึง 1 ชั่วโมง 16 นาที
– ดวงจันทร์จะออกจากเงามืดของโลกทั้งดวงในเวลา 22.11 น. หลังจากนั้นดวงจันทร์ยังอยู่ในเงามัวของโลกอยู่แต่จะสังเกตเห็นได้ยากมาก
– สุดท้ายดวงจันทร์จะพ้นจากเงามัวของโลกเวลา23.08 น.
การสังเกตจันทรุปราคาเต็มดวงนั้นมีแง่มุมน่าสนใจและน่าศึกษาอยู่หลายอย่าง ได้แก่
1.จากตำแหน่งของดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ จะสังเกตได้ว่าจันทรุปราคานั้นจะเกิดราวๆ คืนวันขึ้น 15 ค่ำ หรือวันเพ็ญเสมอ
2.แต่จันทรุปราคาไม่ได้เกิดขึ้นทุกเดือน เพราะระนาบวงโคจรของดวงจันทร์ทำมุมเอียงราวๆ 5 องศา กับระนาบการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ทำให้ดวงจันทร์ไม่ได้โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกับโลกและดวงอาทิตย์ทุกเดือน
3.นักดาราศาสตร์โบราณสังเกตว่าขณะที่เงามืดของโลกพาดผ่านดวงจันทร์ เงาของโลกมีลักษณะโค้งเสมอ จึงสรุปได้ว่าโลกของเราเป็นทรงกลม

โลกของเรากลม จันทรุปราคาจึงมีลักษณะเช่นนี้

ถ้าโลกเราแบนอย่างเหรียญ ควรจะมีสักครั้งที่จันทรุปราคามีลักษณะเช่นนี้
4.การเกิดข้างขึ้นข้างแรมนั้นไม่ได้เกิดจากการที่เงาของโลกพาดผ่านไปยังดวงจันทร์ สังเกตได้จากดวงจันทร์ประมาณแรม 10 ค่ำ นั้นมืดไปบางส่วน แต่โลกซึ่งเป็นทรงกลมไม่มีทางทำให้เกิดเงาในลักษณะนี้ได้ จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า ข้างขึ้นข้างแรมไม่ได้เกิดจากเงาของโลก

5.ขณะที่ดวงจันทร์ถูกเงาของโลกบังอย่างสมบูรณ์ หลายคนเข้าใจผิดว่าดวงจันทร์จะมืดสนิทตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีแดงอิฐ เนื่องจากโลกของเรามีชั้นบรรยากาศบางๆ ห่อหุ้ม ชั้นบรรยากาศของโลกเรานี่เองจะหักเหแสงอาทิตย์ให้ไปตกกระทบดวงจันทร์

เหตุที่ดวงจันทร์ปรากฏเป็นสีแดงอิฐเนื่องจากแสงสีฟ้าและสีม่วงถูกชั้นบรรยากาศของโลกเรากระเจิงไปหมดแล้ว เหลือเพียงสีแดงเท่านั้นที่ทะลุผ่านมายังดวงจันทร์ได้
6.ดังนั้นในขณะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง หากมองจากดวงจันทร์จะเห็นโลกของเรามีลักษณะนี้ โดยแสงสีแดงส้มที่ขอบก็คือ แสงอาทิตย์สีแดงที่ผ่านชั้นบรรยากาศ ของโลกเราไปยังดวงจันทร์นั้นเอง (ภาพจำลอง)

7.สีของดวงจันทร์ขณะที่กำลังเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงสามารถใช้บ่งบอกสภาพชั้นบรรยากาศโลกแบบรวมๆ ในขณะนั้นได้
8.จันทรุปราคาเต็มดวงสามารถสังเกตเห็นได้จากทุกที่บนโลกฝั่งกลางคืน ในขณะที่สุริยุปราคาเต็มดวงนั้นจะสังเกตเห็นได้ไม่กี่แห่งบนโลก
9.ในเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ มาเรียงอยู่ในแนวเดียวกัน ดังนั้นก่อนหรือหลังเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงราวๆ ครึ่งเดือนจะมีสุริยุปราคาเกิดขึ้นเสมอ แต่จะเป็นเต็มดวงหรือไม่ก็ได้
อย่างเช่นในวันที่ 31 มกราคม ที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ จะเกิดสุริยุปราคาบางส่วนที่อเมริกาใต้และแอนตาร์กติกา ช่วงเวลาที่จะเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคานี้เรียกว่า Eclipse Season
10.Eclipse Season จะเกิดขึ้นทุกๆ 6 เดือนโดยประมาณ

