‘แพทย์รังสิต มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน’ มอบโลกใหม่ให้เด็กโรคหัวใจ

30.01.18 | 14:09 น.

เมื่อกระแสงานวิ่งยังเจริญงอกงามไม่หยุด ทุกเช้าวันอาทิตย์ต้องมีคลื่นมนุษย์ในชุดสีเดียวกันเริ่มออกวิ่งตั้งแต่ร้านโจ๊กยังไม่ตั้งเตา หลายงานส่งมอบรายได้ไปยังการกุศล หลายงานมุ่งเน้นไปยังความพึงพอใจของนักวิ่ง หากแต่จะมีงานไหนที่ครบเครื่องคงไม่พ้นงาน “แพทย์รังสิต มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 3” ด้วยสโลแกน “Good Run Fund For Kids” ที่จะจัดขึ้นในเช้าวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ณ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

นำทีมโดยหัวเรือใหญ่ โต้-พิรพัชร์ แย้มสอาด ทายาทหนุ่มรุ่นใหม่ของ “โรงพยาบาลแพทย์รังสิต และโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต” ผู้อยู่เบื้องหลังผลักดันกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือโรงเรียนในพื้นที่ที่ขาดแคลน ช่วยสร้างห้องพยาบาล บริจาคอุปกรณ์ที่จำเป็น หรือตามเทศกาลต่างๆ ที่จะมีกิจกรรมมอบของขวัญให้กับเด็กๆ

เรื่อยมาจนถึงงานวิ่ง “แพทย์รังสิต” ครั้งที่ 3 หลังจากจัดมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2558 ที่ได้รับความร่วมมือจากจังหวัดปทุมธานีและสภากาชาดไทย สมทบทุนผู้ป่วยโรคต้อกระจก และในปี 2559 สมทบทุนผู้ป่วยโรคหัวใจ ส่วนงานวิ่งในปี 2561 ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับ “มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก” ช่วยเหลือเด็กที่เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิด

ทั้งนี้ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็ก เกิดจากความผิดปกติของขั้นตอนการสร้างหัวใจตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในประเทศไทยพบทารกที่เกิดมาพร้อมกับโรคนี้ถึง 8 คน จาก 1,000 คน หรือราว 7,000-10,000 คนต่อปี อีกทั้งโรคนี้ยังมีความหลากหลายแตกต่างกันไป ทั้งในด้านพยาธิสภาพและอาการที่แสดงออก มีความซับซ้อนในการรักษา ซึ่งเด็กๆ ที่โชคร้าย หากได้รับการวินิจฉัยล่าช้าอาจส่งผลต่อภาวะแทรกซ้อนจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

“จากสถิติ เด็กส่วนใหญ่ที่เกิดมาพร้อมกับโรคหัวใจมักอยู่ในครอบครัวที่ยากจน แต่เด็กเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด สวนหัวใจ หรือให้ยาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกว่าสิทธิที่มีอยู่ เราจึงอยากช่วยเหลือสักทางหนึ่ง จนเกิดเป็นงานวิ่งในครั้งนี้” พิรพัชร์กล่าวถึงจุดเริ่มต้น

Advertisement

 

พิรพัชร์ แย้มสอาด

แม้งานนี้จะเน้นไปยังการระดมทุนเพื่อการกุศล ทว่าพิรพัชร์ที่เป็นผู้ชื่นชอบในการเล่นไตรกีฬา และด้วยประสบการณ์ในด้านการวิ่ง ที่ชิมสนามงานวิ่งมาแล้วนับไม่ถ้วน จึงเข้าใจถึงความต้องการของนักวิ่งได้เป็นอย่างดี เป็นเหตุให้งานนี้มีเซอร์ไพรส์ที่อุบไว้ไม่อยู่ นั่นคือ นวัตกรรมเสื้อวิ่งนำเข้าจากต่างประเทศ มีการตัดเย็บแบบพิเศษด้วยเนื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี รวมถึงเทคโนโลยี “ไทเทเนียม ดอตส์” (Titanium Dots) ที่เป็นเม็ดไทเทเนียมเรียงตัวอยู่บริเวณหลังช่วงบนของเสื้อวิ่ง ช่วยซับความร้อนในร่างกาย เพิ่มความรู้สึกเย็นขณะวิ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ในแบรนด์ชั้นนำเท่านั้น

“ผมไปงานวิ่งอยู่บ่อยครั้ง จึงเคยได้ยินเสียงบ่นทั้งจากตัวเองและกลุ่มเพื่อนมาโดยตลอด เช่น งานไหนขาดตกบกพร่องเรื่องอะไร หรือยังมีสิ่งไหนที่นักวิ่งต้องการ ผมก็เก็บเล็กผสมน้อยเรื่อยมา จนได้ข้อมูลมาชุดหนึ่งที่จะเติมเต็มความสุขให้กับผู้ร่วมงานวิ่งในครั้งนี้ ทั้งเรื่องคุณภาพของเสื้อ ดีไซน์ของเหรียญ เส้นทางการวิ่งในเรื่องความปลอดภัยและทิวทัศน์ ความเป็นกันเองท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเหมือนครอบครัว รวมไปถึงอาหารพร้อมสรรพที่ขาดไม่ได้หลังวิ่งเสร็จ นอกจากคุณจะอิ่มท้องแล้ว คุณจะอิ่มใจกลับบ้านไปด้วย” พิรพัชร์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

หากย้อนไปถึงเสียงผลตอบรับจากการจัดงานวิ่งทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา พิรพัชร์เล่าให้ฟังว่า “ผมไม่เคยคิดว่าจะได้รับความสนใจมากขนาดนี้ งานแรกคาดไว้แค่ 1,000-1,500 คน แต่ก็มีคนเข้าร่วมกว่า 3,000 คน ซึ่งเหนือความคาดหมาย แต่เราก็จัดการทุกอย่างให้ราบรื่นได้อย่างสุดความสามารถ และในครั้งนี้เราได้วางระบบใหม่ทั้งในแง่พื้นที่และบุคลากร จนสามารถรองรับนักวิ่งได้ถึง 3,500 คนแล้ว ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีคนมาคอยถามตลอดว่างานวิ่งครั้งต่อไปจะจัดเมื่อไร เราก็รู้สึกดีที่มีแฟนคลับ”

รายละเอียดของเส้นทางจะแบ่งเป็น 3 ระยะด้วยกันคือ 6 กม. 11.5 กม. และ 23.5 กม. ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 400, 450 และ 500 บาท ตามลำดับ โดยจุดสตาร์ตและเส้นชัยอยู่ที่โรงพยาบาลแพทย์รังสิต


“อยากให้มาร่วมทำบุญด้วยกัน อีกอย่าง เราตั้งใจจะคืนกำไรให้นักวิ่ง รวมถึงเมื่อทุกคนเริ่มออกกำลังกายจนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ก็เป็นการลดปัญหาโรคภัยต่างๆ จากต้นเหตุ และลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ลงไปได้เยอะพอสมควร ถ้าภาพรวมออกมาได้อย่างที่ผมกล่าวไป จำนวนการสูญเสียคนรักจากโรคภัยจะลดลง โลกนี้ก็จะน่าอยู่มากขึ้น” พิรพัชร์กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก PatRangsit Hospital เว็บไซต์ http://www.patrangsit.com หรือสมัครได้ด้วยตนเองที่โรงพยาบาลเเพทย์รังสิต

เชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันเป็นก้าวหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือน้องๆ ที่เป็นโรคหัวใจ มาก้มขยับปรับสายรองเท้า แล้วไปงานวิ่ง “แพทย์รังสิต” กัน