คอลัมน์ เดือนหงายที่ชายโขง : บินข้ามภาค เทรนด์ใหม่การบินอีสาน

31.01.18 | 17:10 น.

เดิมทีการเดินทางระหว่างจังหวัดหัวเมืองใหญ่ในภาคต่างๆ เป็นเรื่องลำบาก หากคนภาคใต้มีธุระปะปังต้องทำงานหรือติดต่อญาติพี่น้องในภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็เป็นไปได้ลำบาก ต้องอดทนเดินทางยาวนานข้ามวัน เนื่องจากประเทศไทยมีลักษณะยาวและระยะห่างระหว่างภาคต่างๆ มาก กรุงเทพมหานครที่เป็นจุดศูนย์กลางจึงเป็นแหล่งนัดพบกระจุกตัวอยู่เพียงแห่งเดียว

ภายหลังจากสายการบินต้นทุนต่ำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จนคนไทยเคยชินกับการเดินทางด้วยเครื่องบิน

อย่างไรก็ตาม การบินดังกล่าวยังมีศูนย์กลางอยู่เพียงในกรุงเทพมหานครทั้งสองสนามบิน คือสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง โดยจำนวนผู้เดินทางภายในประเทศทวีเพิ่มมากขึ้นถึง 22 ล้านคน/เที่ยว ในปี 2560 ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งอาศัยกรุงเทพมหานครเพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อเครื่องจากต่างประเทศหรือจังหวัดต่างภาคไปยังภูมิภาคอื่น

หัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัดที่มีศักยภาพในการพัฒนาการบินได้ขยายทั้งอาคารผู้โดยสาร รันเวย์ และเครือข่ายการรองรับนักเดินทางเพื่อธุรกิจและท่องเที่ยว ทำให้เกิดความก้าวหน้าขั้นต่อไปในการเดินทางทางอากาศ คือการเดินทางข้ามภูมิภาคโดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพมหานคร และการเดินทางตรงจากต่างประเทศเข้ามายังเมืองนั้นโดยตรง โดยฐานการบินหลักที่ได้รับการพัฒนา คือ เชียงใหม่และภูเก็ต แต่จังหวัดทางภาคอีสานที่ผ่านมายังไม่มีเส้นทางบินเช่นนี้เท่าใดนัก เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารยังไม่มากพอ และสายการบินเห็นว่าโอกาสคุ้มทุนยังน้อยอยู่

ในปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ต่อปี 2561 ได้มีแนวโน้มการขยายการบินระหว่างภูมิภาคโดยใช้ฐานการบินอยู่ในภาคอีสานมากขึ้น ซึ่งสนามบินหลักในภาคอีสาน ได้แก่ สนามบินนานาชาติอุดรธานี (ผู้โดยสารประมาณ 2.5 ล้านคน/เที่ยว) สนามบินขอนแก่น (ผู้โดยสารประมาณ 1.4 ล้านคน/เที่ยว) สนามบินอุบลราชธานี (ผู้โดยสารประมาณ 1.7 ล้านคน/เที่ยว)

Advertisement

มีเที่ยวบินระหว่างจังหวัดภูมิภาคนอกจากกรุงเทพฯมากขึ้น ได้แก่ เส้นทางอุดรธานี ไปกลับ เชียงใหม่ หาดใหญ่ พัทยา (อู่ตะเภา) ภูเก็ต ล่าสุดคืออุบลราชธานี เส้นทางขอนแก่น ไปกลับ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ เส้นทางอุบลราชธานี ไปกลับเชียงใหม่และอุดรธานี อีกทั้งมีการกลับมาเปิดใช้สนามบินนครราชสีมาอีกครั้ง โดยสายการบินนิวเจนแอร์เวยส์ เพื่อเชื่อมกับเชียงใหม่และภูเก็ต

การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเส้นทางการบินระหว่างภูมิภาคในอีสาน ทำให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเล็งเห็นศักยภาพในการพัฒนา และต้องการเข้ามาบริหารจัดการการบินเพื่อเสริมขนาดการเดินทาง เนื่องจากสนามบินเดิมของการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง มีเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารเกินพิกัดความจุเดิม

เป้าหมายหลักของการท่าอากาศยาน คือสนามบินนานาชาติอุดรธานี เนื่องจากมีศักยภาพในการปรับปรุงและพัฒนาสูง ได้แก่ การอยู่ใกล้นครหลวงเวียงจันทน์ มีผู้โดยสารชาวลาวจำนวนมากเลี่ยงการขึ้นเครื่องบินจากสนามบินวัดไตที่มีตัวเลือกสายการบินน้อยและราคาแพงมาต่อเครื่องจากอุดรธานีเพื่อออกไปประเทศอื่นแทนเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดย 23% ของผู้โดยสารที่มาสนามบินอุดรธานีเป็นผู้โดยสารต่อเครื่องมาจากต่างประเทศ ทำให้เป็นสนามบินที่พลุกพล่านและหนาแน่นที่สุดในภาคอีสาน หากสามารถทำให้สนามบินอุดรธานีมีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศ ก็จะบรรเทาความแออัดของสนามบินหลักและขยายโอกาสของการดินทางมากขึ้น

เมื่อมีเที่ยวบินจากต่างประเทศมาลงโดยตรง ยังสามารถเพิ่มเที่ยวบินระหว่างจังหวัดในประเทศได้มากขึ้นโดยไม่ต้องแออัดกับสภาพการจราจรทางอากาศในกรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเส้นทางการบินระหว่างภูมิภาคและจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น จำเป็นต้องสอดคล้องกับการพัฒนาสาธารณูปโภคภายในสนามบิน การให้ข้อมูลการท่องเที่ยวและการคมนาคมขนส่งจากตัวเมืองมายังสนามบินที่จะแออัดมากขึ้น

การพัฒนาการบินจึงจำเป็นจะต้องมองให้รอบด้านและรองรับผลกระทบที่เกี่ยวข้องในทุกส่วน เพื่อลดปัญหา อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทาง และให้ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการเดินทางทางอากาศมีผลสูงสุด และกระจายรายได้เข้าสู่ตัวเมืองรอบนอกอีกทางหนึ่ง