คอลัมน์ อาศรมมิวสิก : วงลอนดอนซิมโฟนี มาแสดงที่ศาลายา โดย สุกรี เจริญสุข

4.02.18 | 13:19 น.
ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ (Heliport) บนดาดฟ้าโรงแรมเพนนินซูล่า

ความพยายามที่จะใช้ดนตรีเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะเรื่องความมีรสนิยมและราคาของความน่าเชื่อถือนั้น เป็นเรื่องยากลำบากยิ่ง เพราะความสำคัญเฉพาะหน้าของประเทศนั้น จะเน้นเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง และเรื่องปากท้องของประชาชน เพราะเป็นพื้นฐานความอยู่รอดของรัฐบาล ดังนั้น เรื่องรสนิยมดนตรี ศิลปะและการแสดง เป็นความสำคัญ ลำดับท้ายๆ ของตารางการพัฒนาประเทศ บางรัฐบาลก็ไม่ได้ทำเลย ในบางรัฐบาลก็ได้ดำเนินการบ้าง จึงทำให้การพัฒนากิจกรรมดนตรีระดับนานาชาติดำเนินไปอย่างลุ่มๆ ดอนๆ และยากแสนเข็ญ

ข้อจำกัดของไทยเรานั้น แต่ก่อนไทยเราไม่มีหอแสดงดนตรีที่สุดยอดหรือทุกคนกล่าวขวัญถึงในระดับนานาชาติ เป็นเงื่อนไขที่วงดนตรีขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงไม่ได้มาแสดง วันนี้เมืองไทยมีอาคารมหิดลสิทธาคารแล้ว เป็นอาคารที่มีระบบเสียงธรรมชาติ (Acoustic) ที่ดี พิสูจน์โดยวงดนตรีชั้นแนวหน้าของโลกอย่างวงโตเกียวฟีลฮาร์โมนิก (TPO) วงสถาบันดนตรีโบราณจากอังกฤษ (Academy of Ancient Music) วงบีบีซี ซิมโฟนีออเคสตรา (BBCSO) ซึ่งวงดนตรีเหล่านี้ได้เคยมาแสดงแล้ว ให้การยอมรับและรับรองคุณภาพ รวมทั้งมีผู้ควบคุมวง (Conductor) นักดนตรีที่มีชื่อเสียง (Soloist) ผ่านการแสดงที่อาคารมหิดลสิทธาคาร กับวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (TPO) เป็นที่ยอมรับมาแล้วจำนวนมาก ทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงด้านดนตรีและทำให้ประเทศไทยอยู่ในแผนที่โลกเรื่องดนตรีคลาสสิก ถ้านักดนตรีชื่อดังไม่ว่าจะเป็นชาวยุโรปหรืออเมริกัน ก็จะพูดถึงการมาแสดงที่อาคารมหิดลสิทธาคาร ประเทศไทยด้วย

ในส่วนของที่พักนักดนตรี ซึ่งเป็นเงื่อนไขว่าจะต้องโรงแรม 5 ดาวนั้น ประเทศไทยสอบผ่านมานานหลายสิบปีแล้ว เพราะไทยมีโรงแรมสุดยอดติดลำดับต้นๆ ของโลกมานานเป็นสิบๆ ปีก่อนหน้านี้ จะเพิ่มปัญหาที่ทุกคนกลัวมากก็คือการเดินทางในกรุงเทพฯ ซึ่งมีรถติดหนักมาก หากวันใดที่มีฝนตกในกรุงเทพฯ ก็จะกลายเป็นเมืองนรกไปทันที ทั้งนี้ ก็เป็นปัญหาของชาติที่ใหญ่เกินไป ไม่สามารถที่จะช่วยอะไรได้

ปีนี้ มีวงดนตรีสำคัญของโลก ตกลงและทำสัญญามาแสดงที่อาคารมหิดลสิทธาคาร 2 วงด้วยกัน คือ วงลอนดอนซิมโฟนีออเคสตรา (London Symphony Orchestra, LSO) ซึ่งจะมาแสดงในวันที่ 6-7 มิถุนายน 2561 และวงเบอร์ลินฟีลฮาร์โมนิกออเคสตรา (Berlin Philharmonic Orchestra) จะมาแสดงในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งถือเป็นราคาของความน่าเชื่อถือที่สำคัญ

ทั้ง 2 วงไม่เคยมาแสดงในไทยมาก่อน เนื่องจากวงดนตรีมีเงื่อนไขสูงมากเกิน ทั้งค่าใช้จ่ายที่สูง ทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับส่วนอื่นๆ อาทิ ต้องเอาเครื่องดนตรีมาเองทั้งหมด ต้องประกันทุกอย่าง ทั้งมาตรฐานสูง ซึ่งศักยภาพที่เรามีไม่พร้อมที่จะรับ วงดนตรีระดับโลกเหล่านี้ก็บินข้ามหัวเราไปโตเกียว ไปปักกิ่ง ไปเซี่ยงไฮ้ ไปไต้หวัน ไปกรุงโซล อย่างเก่งก็แวะแสดงที่สิงคโปร์ ซึ่งผู้ชมชาวไทยก็บินไปดูกันที่นั่น

Advertisement

การติดต่อวงดนตรีระดับโลกก็ใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี เพราะเขาวางแผนล่วงหน้าก่อน 3 ปี เมื่อเราสามารถรับเงื่อนไขของเขาได้ เราก็มีโอกาสได้ตกลงเซ็นสัญญากัน ซึ่งอยู่บนเงื่อนไขมาตรฐานทั่วไปของเขา แปลว่าเราสามารถพัฒนาให้เป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติได้ ความจริงแล้ว ใครๆ ก็อยากมาเมืองไทยกัน เพราะคนไทยมีความเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส มีอาหารอร่อย เป็นเมืองที่มีความตื่นเต้น เป็นเมืองที่น่าอยู่ มีวัดวาอารามสวยงาม มีชายหาดเป็นธรรมชาติ วันนี้เมืองไทยได้เพิ่มข้อดีขึ้นมาอีกข้อหนึ่งคือ มีศิลปะดนตรีที่น่าชม มีวงดนตรีของโลกไปแสดงที่เมืองไทยได้ หมายถึงคนไทยมีรสนิยมด้านศิลปะดนตรีมากขึ้น ซึ่งก็จะจูงให้มาตรฐานของวงดนตรีในประเทศไทยขยับฐานะสูงขึ้นด้วย

วงลอนดอนซิมโฟนีออเคสตรา (LSO) มาแสดงที่อาคารมหิดลสิทธาคาร มีปัญหาเฉพาะหน้าก็คือ ราคาค่าบัตรเข้าชมแพงขึ้น หากเก็บราคาเท่าเดิมก็จะเดือดร้อนมาก เพราะจะไม่มีเงินจ่ายค่าวงดนตรีได้ หากจะหวังพึ่งผู้ให้การสนับสนุนก็ไม่ค่อยมั่นใจมากนัก เพราะคนที่ให้การสนับสนุนก็เป็นคนหน้าเดิม ขอกันบ่อยซึ่งก็เกรงใจมากแล้ว ครั้งนี้จึงได้ตัดสินใจพึ่งตัวเองมากขึ้น เชื่อมั่นว่ามิตรแฟนเพลงดนตรีคลาสสิกไทย มีเพียงพอสำหรับการซื้อบัตรเข้าชมวงลอนดอนซิมโฟนีออเคสตรา (LSO) ในจำนวน 2 รอบ มีที่นั่งเพียง 4,000 คน

ส่วนวงเบอร์ลินนั้นมาแสดงเพียงรอบเดียว มีที่นั่งเพียง 2,000 คนเท่านั้น ซึ่งแต่ละวงก็มีราคาต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท

เกมวัดใจ เมื่อมีราคาค่าตั๋วตั้งแต่ 3,000 5,000 8,000 10,000 15,000 และ 20,000 บาท ซึ่งก็เป็นราคาที่แพง เมื่อเปรียบเทียบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย การเปิดประเทศออกสู่ความเป็นนานาชาติ จึงหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ แน่นอนไทยต้องรักษาความเป็นท้องถิ่นนิยม (Localization) เอาไว้ ในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดรับความเป็นสากลโลกนิยม (Globalization) ด้วย แม้จะขัดแย้งกันในทางวิถีชีวิตหรือขัดแย้งในทางเศรษฐกิจก็ตาม แต่ในที่สุดแล้ว เราก็ต้องวิ่งตามโลก วิ่งหาโลกอยู่ดี หากเราปรับตัวเองได้ ทำให้โลกวิ่งมาหาเราบ้าง คนไทยและคนในโลกก็จะรู้สึกว่าประเทศไทยก็เจริญเหมือนกัน

ราคาของความน่าเชื่อถือของประเทศ ไม่ได้วัดด้านเศรษฐกิจ การเมือง รายได้ของประชากรเท่านั้น แต่รสนิยมของคนในประเทศก็เป็นปัจจัยที่สำคัญมากด้วย ซึ่งเกาหลี ญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์ ทำเรื่องเหล่านี้ล่วงหน้าไปก่อนไทยหลายปีแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องบัตรเข้าชม LSO หากจองก่อนก็มีส่วนลดได้

การมาแสดงของวงลอนดอนซิมโฟนีออเคสตรา จะพักที่โรงแรมเพนนินซูล่า (Peninsula Hotel) ซึ่งเป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง (หกดาว) อยู่ย่านเจริญนคร คลองสาน ที่เป็นหกดาว ซึ่งได้บอกนักดนตรีวงลอนดอนซิมโฟนีไปว่า เพราะคุณไม่ต้องจ่ายŽ เป็นภาระของผู้จัดงานคือวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้รับผิดชอบในการจ่าย ทั้งนี้ ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากโรงแรมเป็นอย่างดียิ่ง เพื่อช่วยกันทำงานสร้างรสนิยมให้กับประเทศไทย แทนคนไทยทั้งประเทศด้วย

สิ่งที่พบที่โรงแรมเพนนินซูล่า ก็คือ บนดาดฟ้าของโรงแรมมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ (Heliport) เป็นโรงแรมที่เหลือเพียงแห่งเดียวในกรุงเทพฯ ส่วนโรงแรมอื่นๆ ที่เคยมีพื้นที่ลงจอด ก็ถูกอาคารที่สร้างใหม่บดบัง ไม่สามารถที่จะให้เฮลิคอปเตอร์ลงได้อีก เมื่อขึ้นไปสำรวจดูดาดฟ้าของโรงแรม ก็ทำให้รู้สึกประทับใจว่า ผู้ออกแบบ ผู้สร้างโรงแรม ซึ่งเป็นธุรกิจเอกชน เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว คิดได้ไกลถึงเพียงนี้ สอบถามได้ความว่า ในปัจจุบันมีบริษัทให้เช่าเฮลิคอปเตอร์เป็นครั้ง นั่งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งในกรุงเทพฯ ไปยังเมืองใกล้ๆ สนามบินสุวรรณภูมิ พัทยา หัวหิน ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น โดยมีอัตราค่าเช่าต่อเที่ยว 50,000 บาท

เมื่อมีรถติดในเมืองมากๆ ธุรกิจการเช่าเฮลิคอปเตอร์ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่สดใสอีกทางหนึ่ง

ทำให้เกิดแรงบันดาลใจเสนอไปทางอาคารมหิดลสิทธาคาร น่าจะสร้างพื้นที่สำหรับให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอด (Heliport) บนพื้นที่บริเวณอาคารมหิดลสิทธาคาร (พื้นที่ 30×30 เมตร) สำหรับรับ-ส่งเสด็จฯเจ้านาย เมื่อมีงานรับพระราชทานปริญญา หรือไว้ต้อนรับผู้นำประเทศที่ต้องเดินทางไปชมการแสดงดนตรี เพื่อรับบุคคลสำคัญหรือศิลปินดังของโลก

ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือกหลีกเลี่ยงรถติด เมื่อต้องเดินทางไปที่อาคารมหิดลสิทธาคาร อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกว่า ”เท่มาก”Ž รู้สึกว่าประเทศไทยเจริญ

ในการทำงานที่มุ่งประสิทธิภาพและคุณภาพนั้น เป็นเรื่องที่ยาก คนที่ทำงานคุณภาพก็ไม่สบายนัก กว่าจะทำให้สำเร็จได้ก็ลิ้นห้อย ยิ่งเป็นเรื่องศิลปะดนตรีแล้ว ก็ยากขึ้นไปอีก เพราะศิลปะดนตรีเป็นเรื่องของโลกอนาคต ซึ่งสังคมไทยส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับโลกอดีต ดังนั้น การออกแรงเพื่อทำงานอนาคตอย่างต่อเนื่องและยาวนานนั้น ต้องใช้เวลา หากไม่ตายเสียก่อนก็ถือว่าบุญแล้ว

รายการเพลงของวงลอนดอนซิมโฟนีออเคสตรา (LSO) ที่จะมาแสดงในครั้งนี้ ตอนแรกก็ปล่อยให้ทางวงเลือกเพลงเอง เพราะเชื่อว่าเขาจะต้องเลือกสิ่งที่ดีสำหรับตลาดใหม่ (ไทย) และพื้นที่ในอาเซียน แต่ก็อย่าลืมว่าวงดนตรีดังๆ ในยุโรปทุกวง ต่างก็มุ่งหน้าหาตลาดใหม่ เพื่อจะเดินทางไปแสดงให้ดูดีมีราคา เมื่อไทยเป็นตลาดใหม่ เขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีสุดมานำเสนอ ถ้าประสบความสำเร็จ เขาก็อยากจะมาแสดงอีก

สำหรับรายการเพลงวงลอนดอนซิมโฟนีออเคสตรา (LSO) มาแสดงครั้งนี้ ทั้ง 2 วัน รายการแสดงไม่เหมือนกัน โดยมีโนเซด้า (Gianandrea Noseda) เป็นคอนดักเตอร์ควบคุมวง และมี เยฟิม บรอน์ฟแมน (Yefim Bronfman) เป็นนักเปียโนที่มีชื่อเสียงและมีผลงานบันทึกเสียงไว้จำนวนมาก

ดังนั้น ใครที่จะมาดูวันไหนก็ต้องดูรายการให้ดี หรือจะดูทั้ง 2 วัน ก็ไม่ผิดหวัง แม้จะดูเพียงวันใดวันหนึ่ง ก็คุ้มแล้วสำหรับชาตินี้