มนุษย์เราดูจะถูกตั้งโปรแกรมไว้ให้มีเป้าหมายอยู่ที่ไปให้ถึง “ความสุข”
ในคำพรที่ให้ต่อกันในทุกวาระโอกาส ไปในทาง “ขอให้มีความสุข”
อาจจะต่อพ่วงมาด้วย ”ขอให้มีความเจริญรุ่งเรือง” “สำเร็จ” หรือ ”อบอุ่น” หรืออะไรก็ตาม แต่นั่นก็คือการขยายความหมายของความสุขให้ชัดเจนมากขึ้นมาว่าคืออะไร
มนุษย์เราได้รับการบ่มเพาะจากกระแสสังคมให้มุ่งไปให้ถึง “ความสุข”
แต่ดูจะเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่งที่มนุษย์ส่วนใหญ่ หรือว่าไปแล้วแทบทั้งหมด ไม่เคยชัดเจนว่า ”ความสุข” ที่เขาแสวงหานั้นที่แท้คืออะไร
คนเรานั้นน่าจะสร้างพลังตัวเองไปถึงความสุขได้โดยไม่ลำบากลำบนอะไรนัก หากชัดเจนว่าความสุขของตัวเองคืออะไร
เพียงมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นความสุขที่ใฝ่หา จากนั้นจดจ่อพยายามอย่างมั่นคงที่จะไปถึง โดยค้นคิดวิเคราะห์หาหนทางที่เหมาะสม
จะสามารถเดินทางใกล้ความสุขที่ปรารถนาไปเรื่อยๆ ที่สุดแล้วจะไปถึงได้ในวันใดวันหนึ่ง
แต่นั่นแหละส่วนใหญ่มักดำเนินชีวิตไปอย่างพร่าเลือน
ความไม่ชัดเจนว่า ”ความสุขคืออะไร” ทำให้ความมุ่งมั่นพยายามไม่มั่นคง เกิดการปรับเปลี่ยนเป้าหมายอยู่เรื่อยๆ เดี๋ยวไปทางนั้น เดี๋ยวไปทางนี้ กระตือรือร้น เบื่อหน่าย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
กลายเป็นชีวิตที่ขาดเป้าหมาย
สาเหตุใหญ่ที่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงอยู่ที่ความไม่ชัดเจนในความต้องการเสียเป็นส่วนใหญ่
หากคนคนหนึ่ง เห็นภาพความปรารถนาของตัวเองชัดเจน พอใจอย่างเต็มเปี่ยมในความปรารถนานั้น ดื่มด่ำในความรู้สึกเป็นสุขในการมุ่งสู่ปรารถนานั้นเต็มหัวใจ มั่นคงเปี่ยมล้นอย่างไม่มีวันแปรเปลี่ยน
หากเป็นเช่นนั้นหนทางไปสู่ปรารถนาจะปรากฏให้รับรู้ ความยินดีต่อหนทาง จะสร้างพลังให้เดินหน้าต่อไปสู่เป้าหมาย
แค่เดินไปเรื่อยๆ ชีวิตจะใกล้เป้าหมายไปทุกที
และสักวันหนึ่ง จะไปถึง ซึ่งแล้วแต่ว่าเป้าหมายนั้นใกล้แค่ไหน ระหว่างทางจัดหาเครื่องมือเครื่องไม้ ยานพาหนะที่จะใช้เดินทางได้ประสิทธิภาพแค่ไหน
ความสำเร็จจะเกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอนและเรียบง่าย หากดำเนินไปด้วยสติปัญญาที่มองเห็นความเป็นจริง และหนทางที่ชัดเจน ไม่ถูกความทะยานอยากบดบังจนมองไม่เห็นความเป็นจริง
รับรู้ความสุขอยู่ในใจ และเดินไปหาอย่างกระจ่างชัดในหนทาง
ชีวิตง่ายๆ เช่นนั้น
ความยากอยู่ที่การวางใจไว้ที่ความเรียบง่ายนั้น
คนส่วนใหญ่ล่องลอยไปตามกระแสอันประกอบด้วย “ไม่ชัดเจนในความต้องการของตัวเอง” และความสับสนนั้นก่อความตึงเครียดอันเป็นต้นทางของความไม่พอใจ ที่จะก่อให้เกิดความอยากเป็นอย่างโน้น อยากเป็นอย่างนี้ขึ้นมา
ความสับสนจะทำให้ความอยากเกิดขึ้นไม่รู้จบ อยากทางโน้นทีอยากทางนี้ที ส่งเสริมกันและกันให้วุ่นวายมากขึ้นอยู่อย่างนั้น
หนทางจึงมีแค่ หาความชัดเจนให้กับตัวเองให้ได้ว่า “ความสุขของชีวิต” หมายถึงอะไร
จากนั้นแค่น้อมใจให้ดื่มด่ำกับเป้าหมายนั้นอย่างเชื่อมั่น พยายามอย่างเห็นความเป็นจริงในขณะนั้นด้วยความมุ่งมั่นและใคร่ครวญในหนทาง
การไปสู่เป้าหมายจะเกิดขึ้นเอง

