คอลัมน์ ประสานักดูนก : แร้งอาเซียน

4.02.18 | 16:01 น.
อีแร้งเทาหลังขาว

เข้าสู่ปลายฤดูหนาว ก็เข้าสู่ฤดูแร้ง ส่วนของ “แร้งหิมาลัยŽ” ที่ยังทยอยบินเข้าไทยมากกว่า 12 ตัว มีรายงานมาจากจังหวัดภูเก็ตรวมฝูงกัน เพราะแร้งตัวไหนพบเห็นซากสัตว์ แร้งตัวอื่นๆ ก็จะพุ่งมามีส่วนร่วมในการทึ้งซากกิน ดังนั้น ในภาคใต้ ถ้าพบแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยบินร่อนอยู่บนฟ้า มองไกลๆ เหมือน ประตูบินได้Ž ก็มักจะพบเห็นเป็นฝูงเช่นนี้ ข่าวว่าแร้งยักษ์ใหญ่ของวงศ์นกนักล่า โดนนกออกเจ้าถิ่นชายทะเลไล่ตีซะหมดราคา ต่อให้ตัวใหญ่ แต่ก็เทอะทะ ขาดความคล่องตัว เลยโดนหักเหลี่ยม เย้ยให้รู้ว่าไผเป็นไผโดยนกอินทรีทะเลเจ้าถิ่น

วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่คนเขียนเดินทาง(อีกแล้ว)มาตะลอนดงแร้ง กลางแดดกล้าที่ ประเทศกัมพูชา เป็นครั้งที่ 4 เพื่อเก็บข้อมูลแร้งประจำถิ่น 3 ชนิด ได้แก่ พญาแร้ง อีแร้งเทาหลังขาว อีแร้งสีน้ำตาล ที่ปัจจุบันไม่มีรายงานในประเทศไทยมานานกว่า 3 ทศวรรษ จนร่ำๆ ว่าจะกากบาทตัวแดงว่าสูญพันธุ์จากธรรมชาติไปแล้วจริงๆ?

ประชากรของแร้งอาเซียนตอนนี้ ที่มีการติดตามศึกษาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี อยู่ที่แถบอินโดจีน โดยมีประเทศกัมพูชาเป็นแนวหน้า เพราะเขาจัดทำร้านอาหารแร้ง จัดหาซากวัวซากควายสะอาด ปลอดโรคและสารเคมีให้เป็นแหล่งอาหารของแร้ง เมื่อแร้งมีอาหารทั้งที่มนุษย์จัดให้และหาเองตามธรรมชาติ สุขภาพสมบูรณ์ ระบบสืบพันธุ์ก็เจริญดีไปด้วย ทำให้ออกลูกออกหลานจนมีประชากรรวม 3 ชนิด มากกว่า 300 ตัวแล้ว

นอกจากนั้น หน่วยงานอนุรักษ์ของกรุงกัมโพช ยังอ่านขาดว่าจะอนุรักษ์แร้งประจำถิ่นได้อย่างยั่งยืน ต้องให้ชาวบ้านชุมชนมีส่วนร่วม มีรายได้จากการช่วยเหลือสัตว์ป่า เขาจึงจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นักดูนก นิยมธรรมชาติ อยากดูแร้งในป่า ไม่อยากเห็นในกรงเลี้ยง ก็ต้องไปดูกันที่ป่าเต็งรังแดนขแมร์ รายได้จากนักดูนกทุกสารทิศทั่วโลก ส่วนหนึ่งผ่องถ่ายไปถึงชาวบ้าน ที่จัดสร้างที่พัก อาหารไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว อีกส่วนจ้างชาวบ้านเป็นคนพิทักษ์ป่า ช่วยสำรวจเก็บข้อมูลวิจัย และช่วยปกป้องคุ้มครองสัตว์ป่า มิให้คนบางคนแอบล่าสัตว์ นับว่าเปลี่ยนจากพรานเป็นเพื่อน อันเป็นกุศโลบายที่น่าจะยั่งยืน ใช้ร่วมไปด้วยกันกับการบังคับใช้กฎหมายต่อคนที่ดื้อดึง เห็นแก่ตัวเบียดเบียนสัตว์ป่า

ทริปนี้ คนเขียนจะกลับไปร้านอาหารแร้งที่ จังหวัดพระวิหาร ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนไทยมากกว่าชายแดนลาว ที่ป่าเซียมปัง เมื่อทริปเดือนมีนาคมปีกลาย นอกจากแร้งอาเซียนที่ทุกชนิดตกอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต ประชากรตั้งแต่อนุทวีปอินเดียจรดแถบอินโดจีนแล้ว (เว้นบ้านเราไปอย่างน่าอาย) เหลือไม่เกิน 1 หมื่นตัว ฟังดูเหมือนเยอะ แต่ไม่เยอะนะครับ ประชากรขนาดนี้ ถ้าเกิดโรคระบาด ขาดแหล่งอาหาร หรือป่าเต็งรังถูกทำลายไปเรื่อยๆ แร้งก็ลดจำนวนได้อย่างรวดเร็ว เช่น บ้านเราเป็นตัวอย่างชั้นเอกเลยละ ที่พญาแร้งโดนยาเบื่อในป่าห้วยขาแข้ง หรือชนิดอื่นๆ ที่ขาดอาหารจนคาดว่าอพยพหนีไปประเทศเพื่อนบ้านแทน

Advertisement

นอกจากนั้น นกเทพ ตัวเด็ดของทริปดูนกแดนขแมร์นี้ยังมีนกช้อนหอยใหญ่ และนกช้อนหอยดำ หายากใกล้สูญพันธุ์อีก 2 ชนิด และวิกฤตขนาดประชากรโลกเหลือไม่เกิน 1,000 ตัว น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าพญาแร้งอีกครับ