‘รูทการ์เด้น’ เปลี่ยนที่ว่างเป็น ‘พื้นที่สร้างสรรค์’

5.02.18 | 13:58 น.

เป็นที่คุ้นเคยสำหรับชาวกรุงเทพฯโดยเฉพาะย่านทองหล่อ สำหรับ “รูทการ์เด้น” พื้นที่สร้างสรรค์ให้คนเมืองได้เรียนรู้การทำการเกษตร

หลังปิดตัวไปเมื่อปี 2559 ล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้วรูทการ์เด้นกลับมาทำภาคต่อ และยังยึดพื้นที่เดิมที่สวนครูองุ่น มาลิก ซอยทองหล่อ ในรูปแบบที่ต่างจากเดิมเล็กน้อย คือจะมีการจัดกิจกรรมทุกเสาร์อาทิตย์ต้นเดือน นำเสนอประเด็นเชิงสังคม

ปริญญาพร สุทานนท์ ผู้จัดการโครงการรูทการ์เด้น เล่าว่าครั้งแรกโครงการสำเร็จดีแต่เมื่อหมดสัญญาจึงหาพื้นที่กันใหม่ ก็มีคนเสนอพื้นที่ว่างเปล่าในเมืองมาให้จำนวนมาก แต่อาจไกลบ้างเพราะรูปแบบกิจกรรมของเราเป็นอีเวนต์ มีเสวนา มีเวิร์กช็อป ต้องอาศัยเรื่องการเดินทางที่สะดวก

“เมื่อได้ข่าวว่ามูลนิธิกระจกเงาเข้ามาดูแลพื้นที่นี้ต่อโดยเปิดเป็นสวนสาธารณะสำหรับเด็กและมี Charity shop เราเห็นว่ามีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ในเมืองก็เลยมาร่วมกัน และลงตัวว่าจะจัดงานทุกเสาร์-อาทิตย์ต้นเดือน”

ปริญญาพรเผยว่า รูทการ์เด้นเป็นพื้นที่ในเมืองที่สื่อสารประเด็นทางสังคม จัดโดยองค์กรอ็อกแฟม และมาดี

Advertisement

“รูทการ์เด้นพยายามพูดเรื่องประเด็นทางสังคมให้เชื่อมโยงกับคนอื่นง่ายๆ โดยใช้อาหารเป็นตัวร้อยเรียง มีตลาด มีเวิร์กช็อปทำอาหารกับคนไร้บ้าน กับผู้สูงอายุ แรงงานข้ามชาติ แรงงานนอกระบบ คนพิการ เพราะเรามองว่าปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียม เรื่องการเข้าถึงสิทธิ ยังมีอยู่เยอะมาก จึงพยายามให้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจและหลากหลายมากขึ้น”

เธอยกตัวอย่างงานที่เคยจัดเช่นเรื่องผู้หญิงใน 3 จังหวัดภาคใต้ โดยจำลองงานปีใหม่ในพื้นที่มา

“มีน้องที่มาจาก 3 จว. บอกว่าตั้งแต่เกิดความไม่สงบงานแบบนั้นไม่ถูกจัดขึ้นเพราะเป็นช่วงเย็นค่ำซึ่งไม่ปลอดภัยแล้ว เลยคุยกันว่าให้มาจำลองงานที่นี่ เราพยายามสร้างการรับรู้และอยู่ด้วยกันด้วยความหลากหลาย ไม่ได้พยายามบอกว่าปัญหารุนแรงอย่างนี้ คนตายเท่านี้ คนเป็นม่ายมีกี่คน แต่เราใช้อาหาร ใช้งานรื่นเริง การแต่งตัว มาเล่าว่าสิ่งที่เขาเจอคืออะไร สร้างความเข้าใจกัน พยายามเล่าให้เชื่อมโยงคนเมืองมากขึ้น”

โดยการใช้เรื่องอาหารจะสามารถเชื่อมโยงกับผู้คนได้มากขึ้น เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว

“เรามีตลาด รูทมาร์เก็ต อย่างน้อยคนก็จำได้ว่าต้นเดือนมาเดินตลาด ซื้อของแล้วอาจมานั่งดูนั่งฟัง เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนกัน คิดว่าใช้งานรื่นเริงและอาหารจะทำให้สื่อสารกับคนเมืองได้ง่าย เช่น มาเวิร์กช็อปเรื่องอาหารแรงงานข้ามชาติ ก็บอกว่าทำยังไงและเขากินกันยังไง วัฒนธรรมเป็นยังไงเหมือนเราไหม ใช้เรื่องเหล่านี้ เป็นเครื่องมือทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น”

กิจกรรมของรูทการ์เด้นประกอบด้วย “รูทมาร์เก็ต” เป็นตลาดที่เน้นเรื่องที่มาของผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองชุมชนและสังคม

“แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรอินทรีย์ แต่เป้าหมายของเราไม่ใช่ตลาดสินค้าออร์แกนิคแต่เน้นที่มาของร้านมากกว่า ว่าผลิตภัณฑ์นี้ตอบโจทย์ชุมชนและสังคมหรือไม่ ไม่ใช่เป็นฟาร์มใหญ่ที่ขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค”

เป็นจุดมุ่งหมายที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน สังคม โดยมีพื้นที่ให้มาออกร้านทุกเดือน เพราะอย่างน้อยเวลาซื้อขายกันก็ทำให้คนได้พูดคุย ได้สัมผัสและสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันระดับหนึ่ง

แต่ด้วยความจำกัดของพื้นที่จึงทำให้ออกร้านได้คราวครั้งละ 10-15 ร้าน โดยแต่ละครั้งจะมีร้านที่สอดคล้องกับประเด็นที่นำเสนอ

แต่ก็มีร้านประจำที่มาร่วมออกร้านหลายครั้ง อาทิ “คนจับปลา” เป็นผลผลิตแฟร์เทรดจากกลุ่มประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก ให้ผู้บริโภคได้ของสดโดยไม่ใช้ฟอร์มาลิน ช่วยสนับสนุนประมงขนาดเล็กให้ยั่งยืน


“กินเปลี่ยนโลก” ของมูลนิธิชีววิถี สนับสนุนสโลว์ฟู้ด อาหารจากวัตถุดิบที่หาได้ในชุมชน ทั้งกะปิ น้ำตาล น้ำปลา ข้าว จากชาวบ้านที่ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป้าหมายเพื่อสร้างความยั่งยืนในการกิน สนับสนุนชุมชน และลดปัญหาเรื่องการใช้สารเคมี

นอกจากนี้ยังมี “ขนมปังคนไร้บ้าน” แม้วัตถุดิบไม่ใช่ออร์แกนิค แต่เป้าหมายคือการสร้างงานให้คนไร้บ้าน อบรมให้คนไร้บ้านทำขนมปังแล้วเอาไปขาย ในคอนเซ็ปต์ว่า “คนไร้บ้านไม่ได้ไร้ฝีมือ”

“เป้าหมายเราอยากสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลาย โดยใช้พื้นที่รูทการ์เด้นในการสื่อสาร แต่ไม่ได้อยู่ยั่งยืนอยู่ตลอดไป ซึ่งตอนนี้ตั้งเป้าว่ามีกิจกรรมที่ต้องจัดทั้งหมด 18 ครั้ง”

ปริญญาพรยังแนะนำว่าการนำพื้นที่ว่างเปล่ามาใช้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ในการจัดกิจกรรมเช่นรูทการ์เด้น สามารถเป็นโมเดลที่นำไปใช้กับพื้นที่อื่นๆ ได้

“ถ้าเป็นไปได้เป้าหมายคือสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่เคยส่งพื้นที่มาให้เรา หรือสนใจเรื่องการสร้างพื้นที่รกร้างให้เกิดประโยชน์ มีพื้นที่จำนวนมากที่เสนอมาให้เรา แต่เราไม่ได้เลือกเขาก็ขาดคนเข้าไปทำ รูทการ์เด้นเกิดขึ้นจริงได้เพราะมีคนดูแลโครงการ อยากให้คนมีพื้นที่กับคนอยากจัดกิจกรรมได้เจอกัน หากโมเดลนี้กระจายไปในพื้นที่อื่นก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นรูทการ์เด้นทำเท่านั้น แต่ใครก็ทำได้”

เธอยืนยันว่ารูทการ์เด้นพร้อมเป็น “เพื่อน” ให้คำปรึกษากับคนที่อยากปั้นโมเดลนี้ให้เป็นจริง

“เรายินดีอยากให้เกิดรูปแบบนี้อีก ถ้าเดินมาในรูทการ์เด้นแล้วมีไอเดียก็ยินดีมานั่งคุยกัน แม้เราอาจไม่ได้เข้าลงมือทำเอง แต่เรายินดีเป็นที่ปรึกษาให้”