ได้เล่าเรื่องความต่างกันของกำเนิดนางสีดามาแล้วนึกได้ว่ามีคนถามถึงชื่อนางมณโฑว่าในรามายณะเรียกว่าอย่างไร
เท่าที่ทราบเขาเรียกมนโททารี (Mandodare) ต่างไปจากรามเกียรติ์ไทย แต่ใกล้กับมลายู คือในเรื่อง “หิกะยัตศรีราม” ของมลายูเล่าว่า ท้าวทศรถไปได้นางงามจากปล้องไม้ไผ่มีชื่อว่า มณฑูทรี ต่อมาทศกัณฐ์ได้ทราบเรื่องจึงขึ้นรถเหาะไปขอนางกับท้าวทศรถ ท้าวเธอได้แจ้งให้ทราบว่านางได้เป็นมเหสีและมีโอรสด้วยกันแล้วอย่าขอเลย ทศกัณฐ์ก็ไม่ฟังเสียง ดื้อรั้นจะเอาให้ได้ และถ้าไม่ยอมก็คงต้องใช้กำลังกันหน่อย ขณะที่โต้เถียงกันอยู่นั้น นางมณฑูทรีได้ฟังโดยตลอด ก็คิดอุบายได้รีบเข้าห้องอาบน้ำขัดถูเอาเหงื่อไคลมาปั้นแล้วเสกให้เป็นกบ จากนั้นก็เสกกบให้เป็นหญิงงาม มีรูปร่างเหมือนกับตนเองไม่ผิดเพี้ยน เมื่อแต่งตัวนางจำลองเรียบร้อยแล้วก็ให้นางจำลองออกมาเฝ้าท้าวทศรถ ท้าวเธอก็ประทานนางมณฑูทรีจำลองให้ไป ทศกัณฐ์ก็พานางกลับไปลงกา
เรื่องน่าจะยุติลงเพียงนั้น แต่ท้าวทศรถกลับคิดอกุศลเสียดายนางมณฑูทรีจำลองที่ให้ไป จะต้องเสด็จไปสมสู่กับนางเพื่อจะได้มีโอรสหรือธิดาสักองค์หนึ่ง จึงแปลงองค์เป็นทารกไปลงกา มีหญิงชราขายดอกไม้มาพาเข้าไปในวัง สรุปว่าตกกลางคืนทารกก็กลับกลายเป็นท้าวทศรถลอบบรรทมกับนางมณฑูทรีจำลองพอรุ่งเช้าก็กลับเป็นทารกให้หญิงชราพากลับออกจากพระนคร
ตามเรื่องว่าต่อมานางมณฑูทรีประสูติธิดาองค์หนึ่ง ทศกัณฐ์ให้โหรทำนายว่าจะดีร้ายประการใด โหรทำนายว่าพระธิดามีลักษณะเป็นมงคลก็จริงแต่จะทำให้ทศกัณฐ์สูญเสียราชวงศ์พงศา รวมทั้งพระองค์เองด้วย เมื่อได้ทราบดังนั้นก็จะฟาดกุมารีกับหินให้ตาย แต่นางมณฑูทรีขอร้องไว้ ทศกัณฐ์จึงให้ทำหีบเหล็กบรรจุแล้วทิ้งทะเลไปด้วยพระกรุณาแห่งพระเป็นเจ้า หีบเหล็กลอยไปถึงแคว้นทุรตปูรว ซึ่งมหาฤษีกาฬผู้ครองแคว้นชอบไปบำเพ็ญตบะยืนอยู่ในทะเลเพื่อบูชาพระสุริยะ วันหนึ่งขณะที่กำลังยืนบูชาอยู่ หีบเหล็กได้ลอยมากระทบพระชงฆ์จึงหนีบหีบนั้นไว้ ครั้นเสร็จการบูชาได้เปิดดูก็ปรากฏแสงรุ่งโรจน์มีกุมารีผิวเหมือนทองกับเครื่องประดับเป็นเพชร 2 ชิ้น มหาฤษีก็เลี้ยงไว้ให้ชื่อว่า *สีดาเทวี* แล้วสั่งให้ปลูกต้นตาลเรียงเป็นแถวยาวจำนวน 40 ต้น
เมื่อสีดาเทวีอายุได้ 12 ปี มีรับสั่งว่าถ้าผู้ใดมีความสามารถยิงต้นตาลด้วยธนูให้ทะลุตลอดไปทั้ง 40 ต้นในครั้งเดียว ก็จะอภิเษกยกสีดาเทวีให้แก่ผู้นั้นปรากฏว่าพระรามยกได้เพียงผู้เดียว นี่ก็เป็นเรื่องนางสีดาในตำนานมลายูที่แปลกออกไป

