ทำเอาแวดวงประวัติศาสตร์โบราณคดี อีกทั้งสังคมประเทศชาติพากันตื่นเต้นเป็นอย่างหนัก เมื่อมีข่าวการพบโบราณวัตถุระลอกใหญ่ในการขุดค้น “เขาพระนารายณ์” อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งที่ดูจะคุ้นปากมากกว่าว่า “เขาศรีวิชัย” โดยมีไฮไลต์ที่เรียกเสียงครางฮือ คือ “จักรสัมฤทธิ์” อายุ 1,300 ปี ซึ่งอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เป็นการพบครั้งแรกในไทย เรียกยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอดคนอ่านมหาศาล ทั้งจากความสำคัญในเชิงวิชาการ และความงดงามสะดุดตา
ไม่เพียงเท่านั้น ยังพบโบราณวัตถุสำคัญอีกมากมายที่บ้างก็ว่าชวนให้ขนลุกเกรียว อย่างอิฐแกะสลักรูปใบหน้าบุคคล รวมถึงภาพหงส์และพันธุ์พฤกษา ที่ต้องนำมาเรียงต่อกันหลายๆ ก้อนจึงมองเห็นเป็นรูปร่าง ไหนจะลูกปัดนับแสนเม็ด ธรรมจักรหินที่จมอยู่ใต้ดินมานานนับพันปี เครื่องถ้วยจีนและเครื่องเคลือบสีฟ้าแสนสวยจากเปอร์เซีย ข้าวของเครื่องใช้นักบวชสำหรับใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา และอื่นๆ อีกมากมาย ก่อนปิดท้ายให้พุทธศาสนิกชนยกมือไหว้ขณะสไลด์หน้าจอมือถือชมภาพแผ่นดินเผาจำหลักรูปอวโลกิเตศวร ปางมหากรุณิกะ ผู้มีเมตตาเปี่ยมล้น

เขาศรีวิชัยไม่ใช่แหล่งโบราณคดีที่เพิ่งพบใหม่ หากแต่เป็นพื้นที่ซึ่งมีการดำเนินงานทางโบราณคดีอย่างต่อเนื่องยาวนานถึงกว่า 20 ปี กล่าวกันว่าเจอของ “เป็นตัน” การพบหลักฐานเพิ่มเติมอีกมากมายในครั้งนี้ จะช่วยส่องไฟให้ความกระจ่างในประเด็นใดบ้าง ก็เป็นเรื่องที่ชวนติดตาม ส่งผลให้นักวิชาการหลายสำนักพากันแสดงความเห็นที่น่าสนใจ ขุดประเด็นเก่า เปิดประเด็นใหม่ให้ถกเถียงอย่างสร้างสรรค์สนั่นวงการอีกครั้ง
อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ลั่นวาจา นอกจากจะมีการบูรณะโบราณสถานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม ยังเตรียมจัดเสวนาอินเตอร์ จ่อเชิญนานาชาติร่วมถกปม “ศรีวิชัย” ซึ่งมีหลากแนวคิดทฤษฎี บ้างก็ว่าเป็นอาณาจักร บ้างก็เชื่อว่าเป็นวัฒนธรรรม บ้างก็ฟันธงว่าศูนย์กลางอยูที่ปาเล็มบัง อินโดนีเซีย บ้างก็ส่ายหน้าบอกว่าอยู่ที่เมืองไชยาต่างหาก และบ้างก็ยืนยันว่าเป็นเมืองท่าที่เจริญขึ้นมาพร้อมกันหลายๆ แห่ง ไม่มีเมืองไหนเป็นศูนย์กลาง บ้างก็มีแนวคิดว่าแท้จริงแล้วเป็นอาณาจักรในจินตนาการของเจ้าอาณานิคม เหล่านี้คือสิ่งที่ถกเถียงกันมานานนับสิบๆ ปี
ยังไม่นับชื่อ อ.พุนพิน ที่ถูกโยงกับ “พันพัน” ชื่อบ้านเมืองในเอกสารจีนโบราณ ว่าสงสัยจะเป็นที่เดียวกันเพราะทั้งเสียงและ “โลเกชั่น” มันดูจะสอดคล้อง อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่ยังไม่อาจฟันธง

เขาศรีวิชัย อยู่ที่ไหน?
ก่อนเจาะปมปริศนาพร้อมต่อจิ๊กซอว์ประวัติศาสตร์ ต้องมาเช็กอินพิกัดเขาศรีวิชัย ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านหัวเขา ต.ศรีวิชัย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี สภาพทั่วไปเป็นภูเขาลูกโดดในพื้นที่ราบ มีความสูงราว 20-30 เมตร อยู่ห่างจากแม่น้ำพุนพินประมาณ 400 เมตร บนยอดเขามีโบราณสถาน 8 แห่ง ก่อด้วยอิฐ โดยนำหินก่อเรียงซ้อนกันเป็นฐาน พบร่องรอยการขุดโดยชาวบ้านเป็นหลุมลึก
เขาแห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า “เขาพระนารายณ์” เนื่องจากพบเทวรูปพระนารายณ์หรือพระวิษณุ ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดฯให้นำไปเก็บรักษาไว้ที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ต่อมายังพบประติมากรรมพระวิษณุอีกหลายองค์
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 53 ตอนที่ 34 วันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2479 อย่างไรก็ตาม ในช่วงนั้นยังไม่มีการดำเนินงานทางโบราณคดีอย่างเป็นระบบ กระทั่งมีการลักลอบขุดลูกปัดอย่างมโหฬาร เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ นำไปสู่การริเริ่มขุดค้นอย่างจริงจังใน พ.ศ.2541 นำโดย นงคราญ สุขสม นักโบราณคดีกรมศิลปากร แล้วเผยแพร่รายงานขุดค้นในปี 2545 หรือเมื่อ 16 ปีก่อนด้วยข้อสันนิษฐานว่า เขาศรีวิชัยเป็นชุมชนโบราณขนาดใหญ่ มีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12-13 เป็นต้นมา มีการติดต่อกับชุมชนภายนอก นับถือศาสนาฮินดูทั้งไวษณพนิกาย ซึ่งนับถือพระวิษณุ และไศวนิกาย ซึ่งนับถือพระศิวะ จากนั้นศาสนาพุทธนิกายมหายานจึงค่อยแพร่เข้ามาในราวพุทธศตวรรษที่ 14-15


ถกเข้ม ‘จักรสัมฤทธิ์’ ของใครกันแน่?
ตัดฉากมาถึงการขุดค้นครั้งล่าสุด ซึ่งพบหลักฐานมากมาย โดยไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ จักรสัมฤทธิ์ ซึ่ง ภาณุวัฒน์ เอื้อสามาลย์ นักโบราณคดีชำนาญการ เล่าว่า ตอนขุดพบมีสภาพเป็นสนิมและดินเกาะติดแน่น ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไรจึงส่งไปยังกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่กรุงเทพฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ พอไปรับคืน ก็ตกใจหนักมาก เพราะเห็นลวดลายวิจิตรบรรจง ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาในประเด็นว่าเป็นธรรมจักรในศาสนาพุทธหรือวิษณุจักรกันแน่ เบื้องต้นคิดว่าน่าจะเป็นของใช้ในพิธีกรรม เป็นของมงคล ศักดิ์สิทธิ์ อาจจะเป็นไปได้ทั้งจักรของพระวิษณุ หรือของโพธิสัตว์ในลัทธิมหายาน

ประเด็นนี้ กูรูด้านศิลปะอินเดียอันดับต้นๆ ของไทยอย่าง รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี อาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร บอกว่า ไม่เห็นด้วยหากสันนิษฐานว่าเป็นของโพธิสัตว์มหายาน เนื่องจากเขาศรีวิชัยนับถือไวษณพนิกายเป็นหลัก ไม่ใช่พุทธมหายาน นอกจากนี้ ยังฟันธงว่าจักรชิ้นนี้ไม่ใช่โบราณวัตถุที่นำเข้ามาจากอินเดีย แต่ถูกทำขึ้นในท้องถิ่นอย่างแน่นอน เพราะลวดลายที่พบ ไม่ใช่ลวดลายของจักรในอินเดีย
ในขณะที่ ดร.วัณณสาส์น นุ่นสุข ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ภายใต้องค์การรัฐมนตรีศึกษาธิการแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO SPAFA) หรือ “ซีมีโอ สปาฟา” ไม่เชื่อว่าเป็นจักรของพระวิษณุ หรือใช้ประกอบกับประติมากรรมใดๆ แต่คิดว่าทำขึ้นไว้ใช้ในพิธีกรรมในพุทธศาสนามหายาน ลัทธิ “ตันตระ” ซึ่งในยุคดังกล่าวเน้นการทำพิธีกรรมที่ซับซ้อน ใช้อุปกรณ์เยอะ
“อย่างไรก็ตาม เขาศรีวิชัยผสมผสานกันอยู่ทั้งพุทธและพราหมณ์ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทั้ง 2 ศาสนาไม่แยกออกจากกัน ที่นี่อาจไม่ได้แยกด้วยซ้ำว่าศาสนสถานไหนเป็นของศาสนาใด คงจะใช้คู่กัน” ดร.วัณณสาส์นวิเคราะห์

เปิดประตูศาสนาและการค้าข้ามคาบสมุทร
สำหรับภาพรวมของแหล่งนี้ จากหลักฐานต่างๆ ที่พบอย่างต่อเนื่องตลอด 20 ปี นักโบราณคดีผู้ควบคุมการขุดค้นครั้งล่าสุด บอกว่า สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเขาศรีวิชัยเป็นแหล่งศาสนาซึ่งมีการสร้างศาสนสถานบนเขาตามคติความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุหรือเขาไกรลาส สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลอารยธรรมอินเดียที่เข้ามาในยุคนั้น โดยมองว่าศาสนสถานเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับพ่อค้าที่เดินทางมาจากต่างแดนเพื่อค้าขายและเปลี่ยนสินค้าต่างๆ ชี้ให้เห็นถึงการเป็นเมืองท่าที่รุ่งเรือง
“จะเห็นได้ว่ามีทั้งความเชื่อทั้งพุทธ พราหมณ์ นับถือทั้งพระศิวะ และพระนารายณ์ อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน เหมือนที่นี่เป็นเจ้าบ้าน แล้วสร้างศาสนสถานในศาสนาต่างๆ ไว้พร้อมอำนวยความสะดวกตามความเชื่อของพ่อค้าซึ่งมาจากที่ต่างๆ สำหรับโบราณวัตถุ เช่น เครื่องถ้วย หากเชื่อมโยงจะเห็นถึงการเดินทางข้ามคาบสมุทร จากอ่าวไทย แหลมโพธิ์ ไชยา ผ่านเขาศรีวิชัยไปตามแม่น้ำตาปี ออกอีกทางที่แหล่งโบราณคดีทุ่งตึก เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ซึ่งเป็นเมืองท่าฝั่งอันดามัน” ภาณุวัฒน์สรุป

แนะคุยนานาชาติ บรรจุประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
ปิดท้ายด้วยความคิดความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานในอนาคต โดยนักวิชาการบางท่านแนะว่าต้องเชื่อมโยงหลากหลาย มุ่งหน้านานาชาติ ส่วนนักวิชาการไทยก็อย่าลืมสถาบันการศึกษาต่างๆ ไม่จำเป็นว่าต้องจากค่ายศิลปากรเท่านั้น ที่สำคัญควรมองภาพของความเป็นเครือข่ายน่านน้ำ และการเข้ามาผสมผสานของศาสนา
ตรงใจ หุตางกูร นักวิชาการกลุ่มงานวิจัยและพัฒนา ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มองว่า ประเด็นที่ต้องศึกษาต่อไปคือ ความสัมพันธ์ของศรีวิชัยทางภาคใต้ของไทยกับศรีวิชัยที่ปาเล็มบัง ว่าสัมพันธ์ด้วยเครือญาติ ด้วยอำนาจทางการเมือง หรือสัมพันธ์เฉพาะศิลปะเท่านั้น หากไทยไม่ใช่ศูนย์กลาง แสดงว่าศรีวิชัยในอินโดนีเซียให้ความสำคัญที่จะใช้พื้นที่ทางภาคใต้ของไทยเป็นฐานขยายอำนาจ หรือป้องกันอำนาจที่จะมาจากทางภาคกลางของไทยหรือไม่ อีกประการหนึ่งคือ หากพิจารณาที่ตั้งของสุราษฎร์ธานีลงไปถึงนครศรีธรรมราช หรือปัตตานี จะพบว่าเป็นจุดที่พ่อค้าอาหรับและอินเดียสามารถแล่นเรือตัดข้ามไปทางเขมรและทางเวียดนามใต้ได้ทันทีโดยไม่ต้องแวะเข้าอ่าวไทย
ด้าน ผศ.พิพัฒน์ กระแจะจันทน์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เห็นว่า ประเด็นที่น่าสนใจต่อการทำงานในระดับนานาชาตินั้น มี 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ การศึกษาเครือข่ายทางศาสนาพราหมณ์ในยุคต้นประวัติศาสตร์ คือ ราวพุทธศตวรรษที่ 11-13 ที่มีการติดต่อระหว่างภาคใต้ของอินเดีย มายังคาบสมุทรไทย แล้วไปยังปราจีนบุรี และกัมพูชา
เรื่องที่สองคือ ศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างเทวสถานบนเขาศรีวิชัยกับชุมชนต่างๆ ที่อยู่รอบๆ โดยหน่วยงานท้องถิ่นและภาคเอกชนต้องช่วยกรมศิลปากร เพราะไม่เช่นนั้น ภาพของประวัติศาสตร์ยุคต้นของสุราษฎร์ธานีจะไม่สมบูรณ์ และจะเข้าใจได้แค่เฉพาะวัดแต่ไม่เห็นคนสามัญสมัยโบราณที่พัฒนาการมาเป็นสุราษฎร์ธานีในทุกวันนี้
เรื่องที่สาม สร้างศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดเป็นหลักสูตรการเรียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
แม้ข้อสันนิษฐานหลายอย่างจะยังไม่คลี่คลาย แต่การขุดค้นขุดแต่งและบูรณะที่ยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าย่อมพบหลักฐานเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง นับเป็นเรื่องที่ต้องเกาะติดขอบหลุมอย่างตาไม่กะพริบ



