ภาพเหมือนบุคคลทั้ง 7 ผู้ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นผู้รู้ผู้นำทางความคิด เป็นปราชญ์อีสาน บนผนังสีขาว ดึงดูดให้ผู้ที่เข้ามาชมงานนิทรรศการต้องเดินเข้าไปพินิจฝีแปรงใกล้ๆ
ไม่ได้เขียนด้วยสีอะคริลิก หรือสีน้ำ แต่เขียนจาก “ดิน” และเป็นดินจากแผ่นดินอีสาน ผลงาน สมภพ บุตราช จิตรกรที่ใช้ดินเขียนภาพเหมือนบุคคลในอีสาน สะท้อนชีวิตและประวัติศาสตร์ผ่านในหน้าของบุคคล ซึ่งล้วนแต่มีรากฐานจากคนธรรมดาสามัญแต่ได้สร้างประโยชน์และคุณงามความดีต่อส่วนรวมจนเป็นที่ยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ ครูอาจารย์ หมอลำ นักเขียน ชาวไร่ ชาวนา และนักต่อสู้ทางด้านสิทธิ
เดินไล่ดูตั้งแต่รูปแรก พ่อใหญ่บุญเรือง ยางเครือ, ยายไฮ ขันทา, หมอแคน สมบัติ สิมหล้า, ฉวีวรรณ ดำเนิน, สมคิด สิงสง, หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ ทุกรูปล้วนเป็นนักต่อสู้สามัญชนชาวอีสาน
ยกเว้นรูปสุดท้าย ทวี รัชนิกร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 2548 ผู้ซึ่งอุทิศและทุ่มเทให้กับวงการศิลปะมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี
อัจฉรา นวลสวาท หนึ่งในสองภัณฑารักษ์นิทรรศการ “อีสานสามัญ” ซึ่งนำเสนอรายงานปรากฏการณ์ร่วมสมัยของอีสาน อธิบายว่า งานที่เห็นตรงหน้าเป็นหนึ่งในชุดจิตรกรรม “เกิดแต่ดิน” ซึ่งดินที่ใช้ในการสร้างจิตรกรรมชุดนี้ก็เป็นดินจากอีสาน งานที่เราเลือกมาทั้งหมด มีการเพิ่มผลงานชิ้นใหม่ล่าสุด คือ ยายไฮ ขันจันทา เป็นนักสู้เพื่อผืนดินของตนเอง และมีภาพของพ่อใหญ่บุญเรือง ยางเครือ นักสู้เพื่อผืนป่าผืนสุดท้ายของมหาสารคาม
จะเห็นว่าภาพเขียนเหล่านี้จะมีบุคคลสำคัญคนหนึ่งในวงการศิลปะที่แม้ไม่ใช่คนอีสาน แต่เป็นผู้ขับเคลื่อนศิลปะสมัยใหม่ และศิลปะร่วมสมัยของอีสาน อาจารย์ทวี รัชนีกร

สิทธิธรรม โลหิตะสุข อ.ประจำหลักสูตรการจัดการภูมิวัฒนธรรม วิทยาลัยโพธิวิชาลัย ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ขยายความเพิ่มเติมว่า อาจารย์ทวีเป็นบุคคลที่สำคัญมากของวงการศิลปะสมัยใหม่ และศิลปะร่วมสมัยของอีสาน เป็นอดีตนักศึกษาศิลปากร คณะจิตรกรรม เป็นกลุ่มหัวก้าวหน้าในช่วงทศวรรษ 2500 ช่วงที่ยังเป็นนักศึกษามีความเคลื่อนไหวสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ หรือความพยายามเปิดพื้นที่ศิลปะใหม่ๆ
พอจบการศึกษา กลับไปเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา ซึ่งสำคัญมาก เพราะอาจารย์เป็นผู้ที่นำความคิดเรื่องสังคม การเมืองวัฒนธรรม การต่อสู้ของสามัญชน ทำให้เกิดการเรียนรูปแบบใหม่ ไม่ใช่แค่เรียนในตำรา แต่มีทั้งเรื่องเกี่ยวกับสังคม เรื่องการเมือง เอางานศิลปะแบบตะวันตก เข้ามาให้นักศึกษาได้ดูได้ชม และเอาหัวข้อประเด็นทางสังคมมาถกเถียงกัน หลังจากนั้นลูกศิษย์อาจารย์หลายคนทำงานสะท้อนสังคม เช่น กลุ่มบังคลาเทศ ที่พัฒนามาเป็นวงคาราวาน
นอกจากทำให้ศิลปะร่วมสมัยเกิดขึ้นมา และมีนัยที่สะท้อนถึงการต่อสู้ของสามัญชน ไม่ว่าจะเป็นกรณีของการก่อสร้างฐานทัพอเมริกา การต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกา ล้วนแล้วแต่มีหัวขบวนเป็นศิลปินอีสานทั้งสิ้นที่เข้ามาร่วมเคลื่อนไหวกับนักศึกษาในกรุงเทพฯ กับนักศึกษาเพาะช่าง ศิลปากร ประสานมิตร
ช่วง 2526 มีการรวมตัวของกลุ่มศิลปินอีสานเกิดขึ้น มีการสัญจรตามจังหวัดต่างๆ มีการทำนิทรรศการต่างๆ คนอีสานไม่ว่าจะเป็น พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ หรือ สลา คุณวุฒิ ล้วนแล้วแต่เคยคลุกคลีกับกระแสแบบนี้
ปี 2537 เกิดคณะศิลปกรรม ม.ขอนแก่น ขึ้น ได้ขยายไปเรื่องของเป็นการกระจายความคิดร่วมสมัย มีการนำเสนอในแง่ของศิลปะเชิงความคิดมากขึ้น
“เกิดแต่ดิน” เป็นส่วนหนึ่งของงานนิทรรศการอีสานสามัญ ที่นำเสนอรายงานอีสานบนความเปลี่ยนแปลงในห้วงเวลา 100 ปีที่ผ่านมา จากการตั้งคำถาม “อีสานร่วมสมัยคืออะไร” โดย 2 ภัณฑารักษ์ อัจฉรา นวลสวาท และณรงค์ศักดิ์ นิลเขต ลงพื้นที่ทำวิจัย 2 ปี และนำเสนอผ่านงานศิลปะของกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ 12 คน
จัดแสดงที่ ชั้น 9 หอศิลปวัฒธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 เมษายน 2561



