คอลัมน์ ฟรีสไตล์เรื่องบ้าน บ้าน : กงเต๊กอีสาน

3.03.18 | 14:53 น.

เมืองไทยไม่ไปไม่รู้จริงๆ

กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา มีธุระกะทันหันไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมให้กับญาติผู้ใหญ่ไกลถึง จ.บึงกาฬ เดินทางราวๆ 750-800 กม. เทียบเท่าขับรถจากกรุงเทพฯ ขึ้นเชียงใหม่กันเลยทีเดียว

ทริปนี้มีโอกาสเปิดหน้าต่างความรู้บานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อง ว่าด้วยพิธีกงเต๊กสไตล์อีสาน

ว่ากันว่าเป็นพิธีที่ตกทอดมาตั้งแต่โบราณ คนพื้นถิ่นยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา

เรากำลังพูดถึงวัฒนธรรมการจัดงานศพของคนอีสานค่ะ

Advertisement

สำหรับ จ.บึงกาฬ เพิ่งยกระดับจากอำเภอขึ้นเป็นจังหวัดที่ 77 อยู่ตรงข้ามกับเมืองปากซัน สปป.ลาว และเป็นจังหวัดที่กำลังจะมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 เชื่อมการเดินทางไทย-ลาว

พิธีกงเต๊กสไตล์อีสาน จะเริ่มทำหลังจากวันเผา 1 วัน ซึ่งก็คือวันเก็บกระดูก ชาวบึงกาฬเรียกว่าการจัดทำ “พาสาด”

ในที่นี้เข้าใจว่าพาสาด แผลงมาจากคำว่า “ปราสาท” เพราะสิ่งปลูกสร้างที่ทำขึ้นมามีลักษณะคล้ายปราสาทจำลอง

ประเพณีทำพาสาดถ้าทำให้แกรนด์ขึ้นมาหน่อยก็จะมีการประดับประดาด้วย “ขี้ผึ้ง” ทำเป็นรูปดอกไม้ หาซื้อได้ตามตลาดหรือร้านสังฆภัณฑ์ ก็เลยเรียกรวมๆ ว่า “พาสาดผึ้ง” หรือปราสาทผึ้งนั่นเอง

ตัวปราสาทผึ้งใช้วัตถุดิบหลักคือต้นกล้วยตานี เหตุผลเพราะมีคุณสมบัติเหนียว แข็ง ไม่แตกเปราะเหมือนต้นกล้วยพันธุ์อื่นๆ สามารถแกะสลักลวดลายได้สวยงาม

กติกาการทำปราสาทผึ้งให้ยึดถือ “ผู้วายชนม์” เป็นหลัก ถ้าอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปจึงจะจัดทำปราสาทให้ ถ้าอายุไม่ถึงแต่ญาติต้องการทำให้ก็สามารถทำได้ แต่อาจลดหย่อนวัตถุดิบลงมา โดยใช้กะละมังแทนการใช้ต้นกล้วย เป็นต้น

สำหรับองค์ประกอบกงเต๊กสไตล์อีสาน ตัวปราสาทผึ้งถือเป็น “เครื่องเอก” สร้างขึ้นมาเปรียบเสมือนสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับผู้ตาย เพราะฉะนั้นจะต้องมี “เครื่องบริวาร” ซึ่งก็คือข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

มีตั้งแต่ที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่ม ผ้าขนหนู เสื้อผ้า ครกสาก หม้อ ไห กระบุง หวดนึ่งข้าวเหนียว เตาถ่าน พัดลม สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ฯลฯ จิปาถะบันเทิง ตามกำลังทรัพย์ของญาติ

หลังจากนั้นจะมีการถวายวัดทั้งหมด สิ่งของเครื่องใช้บางอย่างอาจบริจาคให้กับโรงพยาบาล เช่น ยาเฉพาะทาง เตียงผู้ป่วย วีลแชร์ ฯลฯ ตามควรแก่กรณี

คอนเซ็ปต์คือเครื่องบริวารของปราสาทผึ้ง ตอนสุดท้ายจะถูกนำไปบริจาคให้กับสาธารณประโยชน์ทั้งหมด เป็นการอุทิศกุศลให้กับผู้ล่วงลับไปแล้ว

 

หากเปรียบเทียบข้ามวัฒนธรรม การจัดงานศพของคนจีนมีขั้นตอนการเผากระดาษที่จำลองเป็นสิ่งของเครื่องใช้ มีทั้งบ้าน รถยนต์ มือถือ เงิน ทอง ฯลฯ ที่เรียกว่าพิธีกงเต๊ก

การจัดทำปราสาทผึ้งจะเห็นได้ว่ามีแนวคิดเดียวกัน นั่นคือการจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้แล้วยกถวายวัดเพราะมีความเชื่อว่าผู้ล่วงลับจะได้นำติดตัวไปใช้ในอีกภพหนึ่ง

เป็นแนวคิดและความเชื่อว่าปราสาทผึ้งเป็นการขึ้นบ้านใหม่ให้ผู้ล่วงลับนั่นเอง

ในด้านค่าใช้จ่าย ได้รับคำบอกเล่ามาว่าค่าแรงในการทำตัวปราสาทผึ้ง free of charge ชาวบ้านเขาร่วมแรงร่วมใจกันทำ ถือเป็นการทำบุญร่วมกัน แต่ไม่ใช่ใครจะทำก็ได้ ต้องเป็นช่างทำปราสาทผึ้งซึ่งมีการแบ่งงานกันทำชัดเจนมาก

คนแกะสลักลายก็แกะลายไป คนทำฐาน-ยกโครงสร้างก็ทำหน้าที่ของตน แบ่งงานกันทำแม้กระทั่งทำ “เข็มตอก” ซึ่งก็มาจากการเหลาไม้ไผ่แล้วดัดให้เป็นเหมือนเข็มหมุด สำหรับติดตรึงตัวปราสาท

งานฝีมือที่ออกมา ใช้วัตถุดิบธรรมชาติล้วนๆ ไม่มีการใช้ตะปู แม็ก หรือเข็มหมุดแต่อย่างใด

ค่าใช้จ่ายหลักจึงมาจากเครื่องบริวาร ส่วนใหญ่เห็นบอกว่าประมาณ 3,000 บาท +/-

อย่างไรก็ตาม หากญาติมีศรัทธาแรงกล้าและมีกำลังทรัพย์เครื่องบริวารก็สามารถจัดหาให้ใหญ่โตสมฐานะ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด เพราะของทุกชิ้นจะถูกนำไปถวายวัดหรือบริจาคทั้งหมด

ปราสาทผึ้ง หรือพาสาดผึ้ง จึงมีรูปแบบที่เรียกได้ว่าเป็น “พิธีกงเต๊กอีสาน” ด้วยเหตุนี้