เทศกาลอาหารอร่อย “FUN FOOD FAIR แม่มณีชวนชิม” ชุมนุมร้านเด็ด “เมนู”ดังทั่วไทย (คลิป)

16.03.18 | 16:36 น.

เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่คนรักการกินห้ามพลาด!

เตรียมตัวกันให้พร้อม อิ่มอร่อยแบบจัดเต็มกับสุดยอดอาหารจานเด็ด ร้านดังจาก 50 เขต ทั่วกรุงเทพฯ และร้านอร่อย 4 ภาคทั่วไทย มากกว่า 180 ร้านที่จะมารวมอยู่ในที่เดียว

ในงานมหกรรมอาหาร “FUN FOOD FAIR แม่มณีชวนชิม” ระหว่างวันที่ 22-25 มีนาคมนี้ ที่เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ โดย หนังสือพิมพ์ข่าวสด ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรอีกมากมาย ร่วมคัดสรรทั้งร้านอาหารระดับตำนานและร้านดังขึ้นชื่อมารวมในงานครั้งนี้ เพื่อเอาใจนักชิมให้ “อร่อยครบจบในงานเดียว”

สุรพล พิทยาสกุล

สุรพล พิทยาสกุล ผู้จัดการอาวุโส แผนกกิจกรรมพิเศษ ฝ่ายโฆษณา บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) บอกว่า หัวใจหลักของงานครั้งนี้คือการรวมสุดยอดร้านเด็ด ร้านดัง และร้านในตำนานจาก 50 เขต ใน กทม. ร่วมกับร้านอร่อยจาก 4 ภาคทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกว่าเด็ดและดังจริงๆ มารวมไว้ในงานเดียว ซึ่งหลายร้านก็ยังไม่เคยไปร่วมงานที่ไหนมาก่อน

Advertisement

“ส่วนหนึ่งเป็นร้านเก่าแก่และร้านในตำนาน อีกส่วนหนึ่งจะเป็นร้านที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก”

ซึ่งในงานนี้มีร้านเก่าแก่หลายร้าน ไม่ว่าจะเป็น “ร้านจกโต๊ะเดียว” ร้านดังในตำนาน 1 ใน 100 ของร้านอร่อยที่สุดของโลก สุรพลเล่าว่า ในงานมหกรรมอาหารครั้งก่อนร้านจกโต๊ะเดียวก็เคยมาร่วมงานกับเราแล้วคนชื่นชอบมาก โดยเฉพาะเกี๊ยวกุ้ง แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าเดิม “เฮียจก” แห่งร้านจกโต๊ะเดียว นำ “กระเพาะปลา” สูตรพิเศษของร้านมาด้วย

“ปกติเมนูนี้ไม่มีในร้าน เป็นเมนูที่ต้องสั่งทำเป็นพิเศษในงานสำคัญเท่านั้น เพราะกว่าจะได้กระเพาะปลาสูตรพิเศษแต่ละหม้อ มีขั้นตอนและวิธีทำที่ต้องใช้เวลานานเป็นวัน อย่างตัวน้ำกระเพาะปลาจะต้องตุ๋นประมาณ 7-8 ชั่วโมง ทำให้ได้กระเพาะปลาที่หอมและอร่อย ส่วนไก่ฉีกจะเป็นไก่หมักสูตรพิเศษด้วยเหล้าจีน มาจำหน่ายในงานครั้งนี้”

ยังมี “ร้านนายโซว” ร้านในตำนานย่านพลับพลาไชย สุดยอดหอยทอดกระทะร้อน

“ร้านนายโซวก่อตั้งมากว่า 50 ปี ความพิเศษของร้านนายโซว เริ่มตั้งแต่การคัดวัตถุดิบหรือหอยที่นำมาใช้โดยการเลือกหอยสดแล้วแกะเองทุกตัวก่อนเอามาทอด ทำให้ได้รสชาติอร่อย หอยเปล่งปลั่งไม่ลีบแบน อีกร้านเด็ดห้ามพลาดคือ โจ๊กสามย่าน ที่ทุกคนรู้จัก นอกจากความอร่อยแล้ว จุดเด่นของโจ๊กสามย่านคือการเลือกปลายข้าวหอมมะลิคัดพิเศษมาเคี่ยวในระยะเวลานาน เวลารับประทานจะได้กลิ่นหอมของข้าว ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมาออกงานที่ไหนมาก่อน เพราะปกติเขาขายดีอยู่แล้ว จะมาที่งานนี้ด้วย” สุรพลบอก

และว่า ยังมีร้านดังอย่าง ข้าวหมูแดงสีมรกต ย่านวัดไตรมิตร เป็นร้านข้าวหมูแดงในตำนาน การันตีความอร่อยกว่า 70 ปี และในโลกออนไลน์ สีมรกตนับ

เป็น 1 ใน 3 ร้านข้าวหมูแดงที่คนพูดถึงมากที่สุด และ ร้านลิ้มเหล่าโหงว ลูกชิ้นในตำนาน 1 ใน 3 ร้านเย็นตาโฟที่ดีที่สุดของไทย ร้านที่จะมาร่วมงานครั้งนี้เป็นร้านประยุกต์ ของรุ่นลูกที่สยามวัน พร้อมกับโชว์พิเศษทำล็อบสเตอร์กระทะร้อนในงานด้วย

สำหรับคนรักเนื้อ พลาดไม่ได้กับ 2 ร้านดัง คือ ร้านรสดีเด็ด งานนี้มีเมนูพิเศษ “เล้งเนื้อ” เป็นสูตรของร้านนี้ กับกระดูกเนื้อวัวชิ้นโตและมีเนื้อเยอะ โดยในงานนี้จะทำขึ้นเป็นพิเศษในราคาพิเศษ และอีกร้านน้องใหม่ชื่อดัง กำลังมาแรงในตอนนี้อย่าง “ร้านบังโต” ที่มาพร้อมกับเนื้อย่างสูตรพิเศษกับเนื้อ “Dry Aged” ของอดีตร้องนำ Silly Fools


“อีกร้านที่กำลังเป็นกระแส มีการแชร์ต่อกันเยอะมากคือ ร้านผัดไทยนรกแตก ผัดกันแบบนรกแตกจริงๆ ด้วยการใช้ไฟแรงตลอดการผัด ส่วนเครื่องปรุงเป็นสูตรแบบดั้งเดิม และไม่ใช้ผงชูรส อีกร้านเด็ดที่อยากแนะนำคือ เจ๊อ้อย หมี่กระเฉดตลาดพลู เป็นหมี่กระเฉดเจ้าดัง”

นอกจากนี้ยังมีกองทัพร้านอร่อยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ข้าวผัดปูเมืองทอง, ก๋วยจั๊บยืนพื้น, ก๋วยเตี๋ยวชาติหน้า 15 เส้น, เฮียเลิศข้าวมันเป็ด, หมาล่า 5 เหรียญ, ข้าวเหนียวมะม่วงแม่วารี, ขาหมูเยอรมัน by เชฟเดย์ ฯลฯ

เสริมทัพด้วยร้านเด็ดจาก 4 ภาคทั่วไทย ภาคเหนือ กับเมนูล้านนา ทั้งไส้อั่วแสนอร่อย, ข้าวซอยรสเด็ด, น้ำพริกน้ำย้อยของอร่อยเมืองแพร่ ภาคอีสาน ยกครัวส้มตำจานใหญ่ ร้านตำระรัว มาให้ลองชิม ยังมี บ้านไก่โคราช, ส้มตำแซ่บเวอร์ ส้มตำถาดเจ้าเด็ด 1 ใน 5 เจ้าดังของเมืองโคราช ภาคตะวันออก กับร้าน กุ้ยช่ายเจ๊อิม กุยช่ายเจ้าดัง แห่งอำเภอพนมสารคาม, ร้านลอดช่องแม่วงษ์ และ ภาคใต้ กับเมนูพิเศษ ร้านผัดไทยทรงเครื่องอิงธารา กะไหล ผัดไทยโบราณทรงเครื่อง และซาลาเปาทับหลี เป็นต้น

สุรพลบอกอีกว่า ทุกร้านที่เลือกมาครั้งนี้เป็นร้านอร่อย ร้านเด็ด ร้านดังจริงๆ การมารวมตัวกันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นจึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

“เราพยายามคัดเลือกร้านที่เป็นระดับร้านดัง ร้านในตำนาน ซึ่งร้านส่วนมากก็แทบจะไม่ไปออกงานที่ไหน เพราะปกติเขาขายดีอยู่แล้ว ในงานยังมีกิจกรรมพิเศษทั้งการสาธิตการทำอาหารและดนตรีสดเพราะๆ สิ่งที่เราคาดหวังคือ อยากเห็นคนมาร่วมงานเยอะๆ และอยากเห็นคนจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ทำให้งานครั้งนี้เป็นการเปิดประสบการณ์การใช้จ่ายแบบไร้เงินสด พร้อมด้วยสิทธิพิเศษอีกมากมาย กระตุ้นให้คนสนใจการใช้จ่ายผ่านคิวอาร์โค้ดมากขึ้น” สุรพลทิ้งท้าย

สำหรับงาน “FUN FOOD FAIR แม่มณีชวนชิม” ครั้งนี้นับเป็นต้นแบบ Digital Cashless Event ครั้งแรกของประเทศไทยที่เครือข่าวสดจับมือกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการจับจ่ายแบบไร้เงินสดด้วย QR Code ทั้งหมดกว่า 180 บูธ ภายใต้แคมเปญ “SCB EASY PAY-แม่มณี Money Solution” โดยมี “แม่มณี” แมสคอตของแคมเปญในครั้งนี้เป็นผู้ “ชี้ทางอร่อย”

พร้อมลุ้นโชค 2 ต่อ คือ 1.ช้อปครบ 300 บาท รับเครดิตเงินคืนเข้าบัญชี 60 บาท (จำกัดเครดิตเงินคืนสูงสุด 60 บาท/คน/เดือน) 2.สะสมยอดครบทุก 300 บาท รับสิทธิจับรางวัล ลุ้นรับบัตรรับประทานอาหารจากร้านชื่อดังที่มาร่วมออกบูธ และของรางวัลน่ารักๆ จาก “แม่มณี” อีกมากมาย

พิมพ์ใจ ทองมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Payments Product Sales and Delivery ระบุว่า ไทยพาณิชย์ต้องการเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องที่ใกล้ตัวจะหนีไม่พ้นเรื่องกิน ช้อป เที่ยว ซึ่งงาน FUN FOOD FAIR แม่มณีชวนชิม นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ตอบโจทย์ เพราะรวบรวมร้านอาหารเด็ดๆ ชื่อดังไว้มากถึง 182 ร้าน ราคาอาหารเฉลี่ยอยู่ที่ 50-100 บาท ซึ่งเป็นยอดการทำธุรกรรมที่ไม่สูงมากนักในการให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้จ่ายผ่านคิวอาร์โค้ด

“งาน FUN FOOD FAIR แม่มณีชวนชิม ในครั้งนี้ ธนาคารคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี และสามารถเข้าถึงความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุค 4.0 รวมทั้งยังเป็นการมอบประสบการณ์ตรงและกระตุ้นให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้ทดลองใช้จ่ายผ่าน QR Code โดยภายในงานสามารถใช้โมบายแบงกิ้งแอพพลิเคชั่นของธนาคารใดก็ได้ในการสแกนคิวอาร์โค้ดแม่มณีเพื่อชำระค่าสินค้า แต่ถ้าหากเป็นลูกค้าของไทยพาณิชย์และใช้แอพพลิเคชั่น SCB EASY ธนาคารก็จะมีโปรโมชั่นพิเศษมอบให้ด้วย”

พิมพ์ใจระบุอีกว่า ธนาคารมองว่าคิวอาร์โค้ดมาตรฐานที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สนับสนุนให้เกิดขึ้นนั้น เป็นนวัตกรรมทางการเงินที่สำคัญและดีมากในการกำหนดมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งการมีคิวอาร์โค้ดมาตรฐานนี้จะช่วยสร้างความสะดวกให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย และเมื่อดูจากการให้บริการและการตอบรับระบบนี้ในประเทศจีนที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเวลาไม่กี่ปี ประกอบกับการที่ประเทศไทยเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ช่วยเร่งให้ผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะร้านค้าต่างๆ เปิดรับการใช้งานผ่านคิวอาร์โค้ดเร็วขึ้น โดยคาดว่าผู้บริโภคชาวไทยจะสามารถปรับตัวและเปิดรับการใช้งานคิวอาร์โค้ดภายในระยะเวลาประมาณ 3-5 ปี

“เราเชื่อว่าการให้ความรู้ที่ดีที่สุดเกี่ยวกับคิวอาร์โค้ด ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ คือการสร้างประสบการณ์ตรงให้กลุ่มเป้าหมายได้ทดลองใช้จ่ายจริงด้วยตนเอง เราจึงให้ความสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ กิน เที่ยว ช้อป ซึ่งงานในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้จ่ายผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดแม่มณีด้วยตนเอง เพื่อสร้างความคุ้นเคยในการก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งเป็นเทรนด์ด้านการเงินที่กำลังมาแรงทั่วโลก”
พิมพ์ใจทิ้งท้าย

เป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ ที่สายกินห้ามพลาด!