พรุ่งนี้ ขอเชิญน้องหนูเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 16 เวลา 09.00 น. ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งนี้ แจ้งไว้ว่า “อ่านอีกครั้ง” สัญลักษณ์เป็นการ์ตูนลายเส้น หนูน้อยนอนอ่านหนังสือ ตาโต อ้าปากค้าง
บอกชื่อเรื่องหนังสือใหม่ไปเมื่อสองสามวันก่อน วันนี้ลงรายละเอียดให้น้องหนูรู้ว่า หนังสือเล่มไหนมีเรื่องน่าอ่านอย่างไร
เช่น ร้าวรานในวารวัน เรื่องแปลจาก The Glass Palace เป็นชื่อที่หยิบยืมมาจาก The Great Royal Chronicle of the Glass Palace รู้จักในนาม “พงศาวดารหอแก้ว” บันทึกประวัติศาสตร์ของพม่า
ฉบับนวนิยาย เริ่มต้นด้วยเหตุการณ์ที่อังกฤษยื่นคำขาด รุกคืบยึดกรุงมัณฑะเลย์ ถอดถอน พระเจ้าธีบอ กับ พระนางศุภยาลัต จากราชบัลลังก์ และเนรเทศไปอยู่เมืองรัตนคีรี ประเทศอินเดีย
เรื่องราวบอกเล่าผ่านมุมมองตัวละครเด็ก (central character ของรุ่นแรก) คือ ราชกุมารกับดอลลี
ราชกุมารเป็นเด็กอินเดียที่มีเหตุต้องมาอยู่มัณฑะเลย์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพม่า ส่วนดอลลีเป็นเด็กกำพร้า นางกำนัลในพระนางศุภยาลัต เนื่องจากไม่มีญาติพี่น้องหรือไปที่อื่นไม่ได้ จึงต้องติดตามพระราชวงศ์ไปอยู่รัตนคีรี ส่วนราชกุมารทำงานกับสะหย่าจอห์น พ่อค้าชาวจีนมาเลย์ในมัณฑะเลย์
เมื่อราชกุมารเติบโต เขาเรียนรู้การทำธุรกิจผ่านคำแนะนำของสะหย่าจอห์นและกลายเป็นนักธุรกิจไม้สักที่ประสบความสำเร็จ พูดได้หลายภาษา ทั้งที่แทบอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้
ส่วนดอลลีที่รัตนคีรีแทบต้องรับหน้าที่ทุกด้านเพื่อบริหารความเป็นอยู่ของครอบครัวพระเจ้าธีบอ เธอมีเพื่อนสนิทชื่อ “อุมา” เป็นภริยาของผู้ว่าการเมืองรัตนคีรี ใครๆ ต่างชื่นชมอุมาว่ามีชีวิตสมบูรณ์แบบ สามีก็มีหน้ามีตา แต่ลึกๆ แล้วเธอไม่รู้สึกอย่างนั้น
อุมามีส่วนทำให้ราชกุมารกับดอลลีได้พบกันอีกครั้งหลังเคยเจอกันมาแล้วที่หอแก้วในพระราชวัง มัณฑะเลย์ เมื่อเป็นเด็ก ราชกุมารต่างตกลงแต่งงานกันและย้ายมาอยู่กรุงย่างกุ้ง ส่วนอุมาขอกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่กัลกัตตา แต่กรณีการตั้งครรภ์ของเจ้าหญิงใหญ่แห่งพม่ากับคนขับรถม้าทำให้ผู้ว่าการถูกรัฐบาลตำหนิ
ประกอบกับที่อุมากำลังจะจากไปทำให้เขาเครียดมาก สุดท้ายมาเสียชีวิตลงกลางทะเล
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร พรุ่งนี้ไปที่สำนักพิมพ์มติชน หยิบ “ร้าวรานในวารวัน” ของผู้เขียนนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ของ Amitav Ghosh ผู้แปลคือ ธีรศักดิ์ จิรรัตนไพโรจน์ หนังสือขนาด 16 หน้ายกจัมโบ้ 624 หน้า ราคาหน้าปก 550 บาท ลดในงานนี้เท่าไหร่ ดูราคาอีกทีก่อนจ่ายเงิน
เรื่องแปลอีกเล่ม หากหัวใจไม่สามัญ (A Strangeness in My Mind) ผู้เขียน ออร์ฮาน ปามุก ผู้แปล นพมาส แววหงส์ นักเขียนประจำมติชนสุดสัปดาห์ ราคา 630 บาท
เรื่องราวของเมฟลุต คาราดัช ลูกชายคนขายใบชา (เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบดั้งเดิมของตุรกี) เกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ย้ายตามบิดาเข้าเมืองอิสตันบูลเมื่ออายุ 12 ขวบ เพื่อมาช่วยบิดาขายใบชา ไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านเดิมอีกเลย
เมฟลุตเป็นชายหนุ่มยากจน แต่สัตย์ซื่อ ตลอดชีวิตเขาคิดว่าในจิตใจมีบางสิ่งที่ผิดแปลกพิสดาร บางสิ่งทำให้เขาแปลกแยกจากสังคมรอบตัว และเขาพยายามจะประสานตัวตนกับโลกจนตลอดชีวิต
เมื่อวัยรุ่น เมฟลุตตกหลุมรักสาวชื่อ “ชามิฮา” ในงานแต่งงานของญาติ คิดอยากเขียนจดหมายไปหาเธอ แต่กลับโดนญาติหลอกให้เขียนจดหมายหาสาวคนพี่ เพราะตัวเพื่อนหมายตาซามิฮาเสียเอง
เป็นเรื่องที่ได้รับการชื่นชมว่ามีคุณค่าทางสังคมและวรรณศิลป์ เนื้อหาและตัวละครไม่ซับซ้อน อ่านสนุก
เรื่องนี้ก็น่าอ่าน กองเรือหาคู่จากเมืองฝรั่งขึ้นฝั่งที่อินเดีย สุภัตรา ภูมิประภาส แปล ราคา 390 บาท

