คนเรานับถือพระเจ้าคนละองค์ จริงหรือปล่าวน้า
ซัมเมอร์นี้มีธุระกตัญญู พาคุณหญิงแม่วัย 88 กะรัต มาเที่ยวสงกรานต์เมืองเชียงใหม่ โอ้โห! คนยังกะหนอน เยอะแยะไปหมด
วิวเมืองก็สวยอยู่แล้วเพราะตัวเมืองตั้งอยู่ในหุบเขา แต่ที่ดูสะอาดตาคงเป็นเพราะไม่ค่อยมีตึกสูงระฟ้าทำให้ดูไม่รกสายตา
อืมม์ นั่นดิ ทำไมเชียงใหม่ไม่ค่อยมีตึกสูง ถ้าถามคนในวงการอสังหาริมทรัพย์ทุกคนคงชี้เป้ามาที่ผังเมือง ซึ่งเป็นกฎหมายที่อยู่เบื้องหลังการควบคุมตึกสูง
ไม่เหมือนมหานครกรุงเทพ เพิ่งอ่านบทความของ “พี่แซม-สัมมา คีตสิน” นักเศรษฐศาสตร์อสังหาริมทรัพย์บอกว่าตึกสูงในเมืองหลวงตอนนี้ปาเข้าไป 51 ชั้น
ในอนาคตอีก 2-3 ปี จะมีตึกสูงที่นักลงทุนจีนประกาศก่อสร้างโครงการ ชื่อซุปเปอร์ทาวเวอร์ เห็นบอกว่าสูง 125 ชั้น 600 กว่าเมตร
คำว่าวิวศักดิ์สิทธิ์ที่จั่วหัวไว้ข้างบน ถ้าเป็นนิยามของผู้ประกอบการคงหมายถึงระดับความสูง เพราะคอนโดมิเนียมเขาขายวิว ดังนั้น ยิ่งสูง
ยิ่งแพง
วิวศักดิ์สิทธิ์ของผู้ประกอบการจึงคิดเอาเองว่าเป็นวิวชั้นสูงๆ เพราะตึกเดียวกันแต่ถ้าอยู่ชั้นบนๆ จะสามารถขายได้แพงกว่าชั้นล่างๆ
ตามประสาข่าวอิจฉา ยกตัวอย่างห้องชุดยี่ห้อ “98 ไวร์เลส” ก็แล้วกัน ทั้งตึกมีแค่ 77 ห้อง สูง 25 ชั้น ราคาเฉลี่ย 5.8 แสนบาท/ตารางเมตร ต่ำสุด-สูงสุดแถวๆ ตารางเมตรละ 4-8 แสนบาท
เดาได้ไม่ยากว่าชั้นล่างๆ คือชั้น 4 น่าจะเริ่มต้น 4 แสนบาท (แบบห้องเปล่า ไม่ได้ตกแต่ง) แพงสุดเจ้าของโครงการประกาศออกมาว่าตารางเมตรละ 8 แสนบาท ไม่ต้องเดาค่ะ น่าจะเป็นชั้นบนและเป็นห้องรวมตกแต่งแล้ว
ตัดฉากกลับมาที่หัวเวียงเชียงใหม่ ด้วยความที่ผังเมืองเข้มข้นทำให้หาทำเลขึ้นตึกสูงได้ยากเต็มที ทำเลเกิดใหม่เท่าที่เห็นก็มีเส้นเกาะริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง บริเวณแยกศาลเด็ก

ประมาณว่ามีคอนโดไฮไรส์ปักหมุดโด่เด่อยู่3 แท่ง เป็นของค่ายศุภาลัย 2 แท่ง อีกโครงการเป็นของอสังหาฯ ดาวรุ่ง “บริษัทซีพีเอ็น เรสซิเดนซ์” ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป
ระดับความสูงอยู่ที่ 26-32 ชั้นเท่านั้นเอง
มีข้อสังเกตว่าทั่วทุกหัวระแหงของเชียงใหม่ตอนนี้ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวจีน แม้แต่ในตลาดโต้รุ่งช้างเผือกนั่งเปิบข้าวขาหมูบุฟเฟต์กันหน้าสลอน
ในขณะที่การซื้อคอนโดฯ ลูกค้าต่างชาติสามารถซื้อได้ 49% ในแต่ละโครงการ ดังนั้น
ดีเวลอปเปอร์จึงออกแบบให้ต่างชาติซื้อแล้วต้องโอน ด้วยการบังคับวางเงินดาวน์สูง 30-35%
สมมุติอยากซื้อราคา 10 ล้าน ต้องวางเงินดาวน์ 3.5 ล้าน ไรงี้ แต่เอาเข้าจริง สัดส่วนผู้ซื้อคนไทยก็ยังมากกว่าอยู่ดี
มีข้อมูลผลสำรวจอสังหาฯ เชียงใหม่มาฝากเป็นน้ำจิ้มค่ะ ทาง “REIC-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์” ระบุโครงการจัดสรรกระจุกตัวอยู่เพียง 26 จังหวัด จาก 77 จังหวัดของประเทศไทย
คัดออกมา 6 จังหวัดเป็นเขตของกรุงเทพฯ และปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) จะเหลืออีก 20 จังหวัด ที่มีส่วนแบ่งตลาด 93-95%
หมายความว่าถ้ามีการสร้างบ้านหรือ
คอนโดฯ ทั่วประเทศ 100 หลัง จะอยู่ใน 26 จังหวัดนี้ 93-95 หลัง ที่เหลือเป็นบ้านสร้างบนที่ดินตัวเอง ไม่ใช่โครงการจัดสรร
ปรากฏว่า เชียงใหม่ติดโผกับเขาด้วย โดยคอนโดฯขายไปแล้ว 6,000 กว่าห้อง อยู่ในกลุ่มราคา 2-3 ล้านจำนวน 2,700 ห้อง ราคา 1.5-2 ล้านจำนวน 1,200 ห้อง และราคา 5-7 ล้านจำนวนเกือบ 500 ห้อง
คำว่าวิวศักดิ์สิทธิ์ก็มีกับเขาด้วย โดยมีจุดขายคือด้านที่หันหน้าไปหาดอยสุเทพ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุดอยสุเทพนั่นเอง
บังเอิญว่าไม่ได้เช็กราคาคอนโดโลว์ไรส์หรือคอนโดเตี้ย สูงไม่เกิน 8 ชั้น จึงไม่ทราบว่าแตกต่างกันหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เช็กราคาคอนโดไฮไรส์ โครงการ ESCENT อยู่ด้านหลังห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่
โครงการนี้ออกแบบสูง 26 ชั้น คนทำเขาบรรจงวางพื้นที่ส่วนกลางไว้สูงสุดบนชั้น 25-26 เรียกว่าคืนกำไรให้ลูกค้าอะไรประมาณนี้ เท่ากับห้องชุดอยู่อาศัยสูงสุดบนชั้น 24
สอบถามมาแล้ว พนักงานขายสาวสวยแจ้งว่า คอนโดหันหน้า 2 ด้าน คือด้านดอยสะเก็ดกับด้านดอยสุเทพ
สนนราคาแต่ละชั้นไม่เท่ากันตามความสูง
แต่ถ้าให้ยกตัวอย่าง ชั้นเดียวกัน ไซซ์ห้องเท่ากัน ฝั่งที่หันหน้าไปหาพระธาตุดอยสุเทพแพงกว่าตารางเมตรละ 10,000 บาท
อยากรู้ว่าแพงต่างกันแค่ไหน ถ้าเป็นห้องไซซ์ 30 ตารางเมตร ก็แพงกว่ากันห้องละ 3 แสน ถ้าห้องไซซ์ 50-60 ตารางเมตร ก็แพงกว่ากัน 5-6 แสนบาท
วิวศักดิ์สิทธิ์จึงเป็นศาสตร์และศิลป์ของการกำหนดราคาห้องชุดด้วยประการ ฉะนี้แล

