ทุกช่วงเทศกาลสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่, วาเลนไทน์, ตรุษจีนหรือสงกรานต์ของทุกปี บรรดา ค่ายมือถือจะพร้อมใจกันออกมาแสดงถึงความพร้อมของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการให้บริการในช่วงเวลา และในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการประเมินแล้วว่าจะมีการใช้งานเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ
ถ้าปีใหม่ก็จะเป็นช่วงวันที่ 31 ธันวาคม ค่ำคืนรอยต่อระหว่างปีเก่ากับปีใหม่ที่คนไทยมักส่งความสุขและความปรารถนาดีให้พี่น้องเพื่อนฝูง ในอดีตอาจเป็นการโทรหากัน หรือส่งข้อความสั้น (SMS) แต่ทุกวันนี้มาครบทั้งการส่งข้อความ, ส่งสติ๊กเกอร์ เรื่อยไปจนถึงคลิปวิดีโอ
สงกรานต์ปีนี้ก็เช่นกัน “เอไอเอส, ทรูมูฟเอช และดีแทค” ทุกรายต่างประกาศความพร้อมรับปีใหม่ไทยเต็มพิกัด โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ “กสทช.” คอยกำชับอีกทางว่าต้องเพิ่มขีดความสามารถของระบบให้พร้อมเพื่อไม่ให้มีปัญหากับการให้บริการ
ทุกวันนี้ก็อย่างที่รู้กันว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์สื่อสารเท่านั้น แต่เป็น “เกือบทุกสิ่ง” ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนไทย ทำให้เครือข่ายการให้บริการมีความสำคัญมาก
สงกรานต์ปีนี้มีวันหยุดยาว 5 วัน “เอไอเอส” ประกาศว่าจะเพิ่มขีดความสามารถของระบบให้รองรับการใช้เครือข่าย ทั้ง NEXT G, 4G, 3G และ AIS SUPER WiFi ในพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นสถานที่จัดงานสงกรานต์หลักทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากช่วงเวลาปกติ
เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 11 เมษายน 2561 ที่คนเริ่มเดินทางกลับบ้าน และต่อเนื่องตลอดวันหยุดตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน 2561 เนื่องจากคาดการณ์ว่าการใช้ดาต้าจะสูงขึ้นมาก ทั้งในบริเวณเทศกาลสงกรานต์ และเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตจากพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ของคนไทยที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด
จากสถิติการใช้ดาต้าในช่วงสงกรานต์ปี 2560 ที่ผ่านมา มีการใช้งานภายในประเทศเพิ่มขึ้นสูงสุด 2.5 เท่าจากช่วงปกติ โดยเฉพาะบริเวณจุดจัดงานเทศกาลสงกรานต์หลักที่มีประชาชนร่วมเล่นน้ำหนาแน่น, บริเวณสถานีขนส่งมวลชน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งเส้นทางหลวงมุ่งสู่ภาคเหนือ และภาคอีสาน
เช่นกันกับการใช้งานในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นสูงสุด 3 เท่าจากช่วงเวลาปกติด้วย โดยเฉพาะประเทศยอดนิยม ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น
“เอไอเอส” จึงเตรียมเพิ่มทั้งสถานีฐานชั่วคราว และขีดความสามารถในการรองรับการใช้งานบริเวณจุดจัดงานเทศกาลสงกรานต์บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ทุกภูมิภาค เช่น งานสงกรานต์กรุงเก่า อยุธยา, งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง สมุทรปราการ, งานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่, สถานที่จัดงานสงกรานต์ทั่วกรุงเทพมหานคร เป็นต้น
รวมไปถึงบริเวณสถานีขนส่งมวลชน และเส้นทางหลวงทั่วประเทศพร้อมเสริมทีมวิศวกรในการดูแลเครือข่าย ทีมคอลเซ็นเตอร์ 1175 และโซเชียลมีเดีย
ทุกช่องทางพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยย้ำว่าต้องทำให้การติดต่อสื่อสาร, การแชร์บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ทั่วไทยผ่านโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการใช้จ่ายผ่าน E-Wallet เป็นไปอย่างราบรื่น
ทุกค่ายเตรียมพร้อมกันเต็มที่เพื่อให้ทุกพื้นที่ที่มีคนหนาแน่นใช้งานได้ไม่ติดขัด
จากรายงานของสำนักงาน กสทช.พบว่าในปี 2560 ที่ผ่านมา มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้งานอยู่ทั้งสิ้น 121.53 ล้านเลขหมาย มากเกินกว่านประชากรในประเทศ เพราะคนส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งเบอร์ แบ่งเป็นของกลุ่มบริษัทเอไอเอส จำนวน 53.05 ล้านเลขหมาย คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 43.65
รองลงมาคือกลุ่มทรู จำนวน 36.05 ล้านเลขหมาย คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด ร้อยละ 29.66 และกลุ่มบริษัทดีแทค จำนวน 30 ล้านเลขหมาย คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 24.69 ส่วนกลุ่มแคท และกลุ่มทีโอที มี 2.32 ล้านเลขหมาย และ 0.11 ล้านเลขหมาย ตามลำดับ
สำหรับข้อมูลปริมาณการใช้บริการเสียงของทั้งโอเปอเรเตอร์หลัก 3 ราย คือ เอไอเอส ทรู และดีแทค
ระหว่างปี 2557-2560 มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยในปี 2557 ปริมาณการใช้งานบริการเสียงมีจำนวน 70,720.42 ล้านนาที ปี 2528 ลดลงเหลือ 62,851.09 ล้านนาที ปี 2559 ลดลงเหลือ 51,021.48 ล้านนาที และปี 2560 มีปริมาณการใช้งานบริการเสียง อยู่ที่ 43,460.84 ล้านนาที
โดย “เอไอเอส” มีการใช้บริการเสียงสูงสุดในแต่ละปีตามด้วย ดีแทค และทรู จนกระทั่งในปี 2559 และ 2560 ที่ “ทรู” มีปริมาณการใช้งานบริการเสียงมากกว่า “ดีแทค”
หากคิดเป็นรายคนต่อวันจะพบว่าในปี 2560คนไทยใช้บริการเสียงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเฉลี่ย 2 นาที ต่อคนต่อวัน ลดลงจากเดิมในปี 2557 มากถึงครึ่งต่อครั้ง จากที่เคยใช้งานเฉลี่ย 4 นาที ต่อคนต่อวัน
สวนทางกับความนิยมในการใช้งาน “ดาต้า” ที่มีแต่จะเพิ่มขึ้น
ในส่วนของข้อมูลปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ สำนักงาน กสทช.เปิดเผยว่า ปริมาณการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อน (โมบายอินเตอร์เน็ต) เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในสิ้นปี 2560 ทั้ง 3 บริษัทรวมกันมีการใช้งานสูงถึง 3,294,325,000 กิกะไบต์ หรือ 3 ล้านเทราไบต์ เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2557 มากกว่า 6 เท่าตัว ภายใน 4 ปี
ถือเป็นการเติบโตที่สูงมาก คิดเป็นปริมาณการใช้งานดาต้า โดยเฉลี่ย 4.11 กิกะไบต์ต่อคนต่อเดือน แสดงให้เห็นว่าในปี 2560 ใน 1 วันแต่ละคนมีการใช้ดาต้าเฉลี่ย 0.14 กิกะไบต์ หรือ 140 เมกะไบต์
สำหรับปีนี้มีแนวโน้มว่าปริมาณการใช้ดาต้าจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก เพราะแค่เทศกาลสงกรานต์ช่วงเดียวยังประเมินกันว่าเทียบกับปีที่แล้วการใช้งานจะสูงขึ้นถึง 2.5-3 เท่า ถ้าไม่เพิ่มความสามารถของระบบโครงข่ายให้พร้อมมีหวังโดนลูกค้าบ่นตึมแน่นอน
การใช้งาน โดยเฉพาะ “ดาต้า” ที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนี้เองที่ผลักดันให้ค่ายมือถือสู้กันอย่างดุเดือดในยามที่มีการเปิดประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งยังต้องรอลุ้นกันว่า “กสทช.” ชุดใหม่ที่จะเข้ามารับหน้าที่ต่อจากชุดเดิมจะจัดให้มีการประมูลคลื่นทันกับจังหวะที่สัมปทานคลื่น 1800MHz ของ “ดีแทค” จะหมดอายุในเดือน ก.ย.นี้หรือไม่
โปรดติดตาม…

