คอลัมน์ แท็งก์ความคิด : 8 วิธี ‘คิดดี’

15.04.18 | 15:21 น.

ก่อนสงกรานต์มาถึง มีโอกาสแวะเวียนไปฟังธรรมที่พุทธิกสมาคม

กลับมาบ้านเปิดยูทูบฟังธรรมต่อด้วยความสบายใจ

เข้าใจเอาเองว่าเหตุที่เรารู้สึกสบายใจเพราะธรรมะทำให้เรา “คิดดี”

เมื่อคิดดี จิตใจก็ไม่มัวหมอง เมื่อจิตผ่องแผ้ว ใจก็สบาย

เรื่อง “คิดดี” นี้ มีปรากฏแนวทางในหนังสือชื่อ “พุทธธรรม”

Advertisement

แต่งโดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) สมัยที่ท่านเป็นพระพรหมคุณาภรณ์

ในหนังสือเล่มดังกล่าวมีคำอธิบายเรื่องแนวทางคิดอย่างถูกวิธี

คำพระเรียกว่า “โยนิโสมนสิการ”

“โยนิโส” แปลว่า เหตุ ต้นเค้า แหล่งเกิด ปัญญา อุบาย วิธี ทาง

“มนสิการ” แปลว่า การทำในใจ การคิด คำนึง นึกถึง ใส่ใจ พิจารณา

เมื่อรวมคำเป็น “โยนิโสมนสิการ” แปลว่า การทำในใจโดยแยบคาย

วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการตามที่หนังสือระบุว่า มีหลากหลายแบบให้ใช้

เป้าหมายก็เพื่อ “คิดเพื่อให้ได้รู้ความจริง” และ “คิดเพื่อลดตัณหา”

วิธีคิดแบบนี้มีตัวอย่างปรากฏให้ศึกษา

เนื่องในโอกาสวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลามงคล

จึงขอยกเอาวิธีคิดดีตามแนวทาง “โยนิโสมนสิการ” มาเผยแพร่แบบสรุป

เริ่มจาก วิธีคิดแบบ “สืบสาวหาเหตุปัจจัย” คือ เริ่มจากผลที่เกิดแล้วพิจารณาไปหาสาเหตุ

ตามถ้อยคำ “เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้จึงเกิด”

วิธีที่สอง คิด “แบบแยกแยะส่วนประกอบ”

วิธีนี้ให้มองสิ่งที่เกิดขึ้นโดยจำแนกองค์ประกอบตามขันธ์ 5

รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ

ว่ากันว่าหากมองด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราเข้าใจในความเป็น “อนัตตา”

วิธีที่สามคือ คิด “แบบสามัญลักษณ์” คือ แบบรู้เท่าทันธรรมดา คือ การยอมรับความจริง

เมื่อเข้าใจความจริงแล้วจึงหาวิธีจัดการกับความจริงที่เกิด

ในทางธรรมให้มองเห็นความจริงแล้วพิจารณาความจริงตามกฎไตรลักษณ์

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

วิธีที่สี่ คิด “แบบอริยสัจ” หรือคิดแบบแก้ปัญหา

เริ่มจากรู้สภาพปัญหา จากนั้นหาเหตุของปัญหา

ต่อมาต้องรู้สภาพการพ้นจากปัญหา

แล้วจึงสรรหาแนวทางปฏิบัติเพื่อนำไปสู่สภาพการพ้นจากปัญหา

วิธีนี้ก็คงจะคุ้นๆ กันแล้วจาก ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค

วิธีที่ห้า คิด “แบบอรรถธรรมสัมพันธ์” หนังสืออธิบายว่าเป็นการคิดโดยมีหลักการและมีจุดมุ่งหมาย

ต้องรู้ว่าเราทำไปเพื่ออะไร จุดหมายสุดท้ายเป็นเช่นไร

เป้าหมายนั้นเป็นความถูกต้องแบบไหน เป็นความดีงามแบบใด

วิธีที่หก คิด “แบบคุณโทษและทางออก” ซึ่งน่าจะเป็นข้อชี้แนะ “คิดให้ครบทุกมุม”

เมื่อเห็นด้านดี ก็ต้องเห็นด้านเสีย ทั้งดีและเสียจะเป็นข้อมูลให้เราตัดสินใจ

วิธีที่เจ็ด คิด “แบบคุณค่าแท้-คุณค่าเทียม” ใช้ในการสกัดหรือบรรเทาตัณหา

“คุณค่าแท้” หมายถึง คุณค่าหรือประโยชน์ที่จำเป็นต่อมนุษย์ เช่น อาหารหลัก 5 หมู่ที่มีคุณค่าต่อร่างกาย

ส่วน “คุณค่าเทียม” คือ คุณค่าหรือประโยชน์ที่มนุษย์พอกพูนให้มากขึ้น เช่น ความอร่อยของอาหารที่ทำให้เรากินมากเกินไป

เรื่องนี้คล้ายๆ กับหลัก “พอเพียง” ซึ่งตรงข้ามกับ “ฟุ่มเฟือย”

วิธีสุดท้ายคือ คิด “แบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรม” ซึ่งขอเรียกว่า “คิดดี”

หรือคิดแบบมีกุศลธรรม

วิธีนี้คงจะเปรียบเทียบได้ระหว่าง คนที่มองโลกในแง่ร้าย กับคนที่มองโลกในแง่ดี

มียกตัวอย่างในหนังสือ อ้างถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ท่านว่า กรณีอย่างเดียวกัน หากเราคิดอย่างหนึ่ง จะทำให้เกียจคร้าน

แต่ถ้าเราคิดไปอีกอย่างหนึ่ง ทำให้เกิดความเพียร

สรุปได้ว่า แล้วแต่ว่าเราจะคิดกับสิ่งนั้นๆ เช่นไร

รวมแนวคิดที่หนังสือชี้แจงได้ 8 วิธี

ทั้ง 8 วิธีที่มีบันทึกไว้ใน “พุทธธรรม” เป็นแนวทางโยนิโสมนสิการ ถ้าเรา-ท่านนำมาใช้ในชีวิต น่าจะเป็นคุณูปการต่อทุกคนที่ได้ใช้

ยิ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่หลายคนถือเป็นปีใหม่ไทย

น่าจะหาสิ่งดีๆ มาประดับชีวิต

ในบรรดาสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต หากมุ่งแต่ไปพึ่งพาให้คนอื่นทำให้ สิ่งที่ได้มาคงไม่มั่นคงยั่งยืน

สู้เรา-ท่านหาสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตด้วยตัวเองน่าจะยั่งยืนกว่า

และในบรรดาสิ่งดีๆ ในชีวิตเราที่เมื่อมีแล้วน่าจะยั่งยืนมากกว่าคนอื่นทำให้

นั่นคือความคิด หรือการคิดดี

ถ้าเรา “คิดดี” ก็ย่อม “พูดดี” และ “ทำดี” ตามมา

วิธีการ “คิดดี” นั้นหลายคนหลายท่านทราบถึงแนวทางว่ามีหลากหลาย

แต่ทั้งๆ ที่ทราบว่ามีหลากหลาย ก็ขอคัด 8 ข้อจากแนวทางของโยนิโสมนสิการมานำเสนอ

เสนอในฐานะแนวทางธรรมที่มีอธิบายไว้ใน “พุทธธรรม”

เผื่อใครที่อยากจะได้แนวทางความคิด อยากจะใช้ช่วงสงกรานต์เริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ

แนะนำอีกครั้งว่า ลองนำเอา 8 ข้อที่คัดมาไปเป็นแนวทาง

ได้ผลดี หรือประสบความสำเร็จเช่นไร เขียนมาบอกเล่าให้ฟังกันบ้างจักขอบพระคุณ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุข มีพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ร่ำรวย มั่งคั่ง

ทั้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ และเพลาหลังจากนี้ต่อไป

สวัสดีวันสงกรานต์