คอลัมน์ ประสานักดูนก : นกหัวโตขายาว

16.04.18 | 14:50 น.

นกหัวโตขายาว เป็นนกชายเลน ในกลุ่มนกหัวโต หรือ Plover มีสถานภาพเป็นนกอพยพผ่านที่ในอดีต เมื่อโผล่มาในบ้านเราจะมาเร็วไปเร็ว ไม่เคยเกิน 1-3 วัน พบเห็นที่ไหน ก็จะเดินทางต่อไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนที่ตามไปดูแห้วกันไปทั้งบาง

รายงานส่วนใหญ่พบบนหาดทรายชายทะเล เช่น แหลมผักเบี้ย และมักพบในฤดูกาลอพยพผ่านปลายหนาว เมื่อนกอพยพจะเดินทางขึ้นเหนือกลับไปถิ่นอาศัยในฤดูผสมพันธุ์ จึงพบในช่วง 10 วันเดือนเมษายนก่อนสงกรานต์

แต่จริงๆ แล้วนกหัวโตชนิดนี้ทำรังบนทุ่งหญ้าสเต็ป ทะเลทรายแห้งๆ ที่ประเทศมองโกเลีย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน และไซบีเรียในประเทศรัสเซีย ดังนั้น ทุ่งหญ้าเลี้ยงวัวแห่งบ้านพุพลู อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ดูจะดึงดูดเจ้าหัวโตขายาวเป็นพิเศษ เพราะลักษณะภูมิประเทศคล้ายบ้านเกิดของเจ้าขายาวในฤดูผสมพันธุ์ บวกกับมีแมงขี้วัว หรือแมงกุดจี่ ที่พบจำนวนมาก กำลังช่วยย่อยสลายมูลวัวกลางทุ่ง ให้นกกินเป็นอาหารเพิ่มพลังงานเพื่อเดินทางไกลอีกอีกหลายพันกิโลเมตร

“นกหัวโตขายาว” เป็นนกอพยพระยะทางไกล จากไซบีเรียฝั่งใต้ และภูมิภาคเอเชียตะวันออก จึงเป็นที่มาของชื่อภาษาอังกฤษว่า Oriental Plover ตั้งตามภูมินาม หรือ Toponym นกบิน
ข้ามผืนแผ่นดินของประเทศจีนและอุษาคเนย์ มีบางตัวที่ลัดเลาะชายฝั่งทะเล เนื่องจากพบนกที่ฮ่องกงด้วย ไปอาศัยในฤดูหนาวที่ทวีปออสเตรเลียมากกว่า 1 แสนตัว มีบ้างบางตัวไปอยู่บนเกาะของอินโดนีเซีย

หัวโตขายาวแห่งทุ่งพุพลูไม่ใช่นกใหม่ของคนเขียน เพราะเคยตามไปดูเป็น นกใหม่ lifer ลำดับที่ #804 แล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ.2560 มีนกหัวโตขายาวอีกตัว แสดงอาการขาเจ็บที่ชายหาดปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ตัวนั้นอยู่นานเกิน 3 วัน หลายคนจึงสมหวังกับนกอพยพผ่านหายากชนิดนี้ แต่ตัวนั้นเป็นนกวัยรุ่นปีสอง สีจืดชืด ไม่ชวนมองตามแบบนกชายเลนชุดขนนอกฤดูผสมพันธุ์

Advertisement

เมื่อเจ้าพุพลู 3 ตัวโผล่มาสร้างแรงกระเพื่อมในวงการดูนก มีนก 2 ตัวกำลังผลัดขนเข้าสู่ชุดขนฤดูผสมพันธุ์หรือขนเจ้าชู้ ด้วยแถบสีน้ำตาลแดงสลับดำคาดอก ทั้งน่าดู ทั้งยากจะพบเห็นชุดขนเจ้าชู้ลักษณะนี้ในเมืองไทย (แม้จะเคยเห็นแล้วในทริปมองโกเลีย พ.ศ.2558) จึงอดไม่ได้ ต้องตามไปดูอีกครั้งให้สาแก่ใจ ประจวบกับมีแผนจะลงใต้ไปดูนกเงือก 2 ชนิด คือ กาเขา และนกเงือกหัวหงอก รวมทั้งนกหว้า พญาระกาแห่งป่าเขาสกอยู่แล้วด้วย ทุ่งพุพลูจึงเป็นทางผ่านที่ต้องออกนอกเส้นทางปักษ์ใต้ แค่หันพวงมาลัยเบี่ยงขวาอีกนิดเดียว

รถ 1 คันพาคนดูนก 4 คนไล่อายุตั้งแต่ยุค Baby boomer, Gen X และ Gen Z มาถึงทุ่งพุพลูพร้อมฝนโปรย ฟ้าคำรามเปรี้ยงปร้าง ขนาดเดินไปยังไม่ได้วางขาตั้งกล้องบนพื้นดินก็เปียกโชกทั้งคนทั้งเลนส์

จึงได้ภาพหยาดฝน หล่นกระจายบนหัวของนกหัวโตขายาว เข้ากับเพลง .. Rain keeps falling on my head จริงๆ ครับ