คอลัมน์ฟรีสไตล์เรื่องบ้าน บ้าน : อยู่กับลิฟต์

21.04.18 | 15:45 น.

จ้องจะชวนคุยเรื่องนี้มานานแล้ว ลิฟต์ที่ใช้ในคอนโดมิเนียม

สบโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าตลาดเบอร์ 2 ยี่ห้อฮิตาชิ ผู้บริหาร ?คุณไมก์-ไมเคิล ถัง? ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอลิ

เวเตอร์ (ประเทศไทย) เขาอยู่ในตลาดเมืองไทยมา 30 กว่าปี

ข้อมูลพื้นฐาน ลิฟต์ 1 ตัว ตามปกติมีอายุการใช้งาน 20-25 ปี หลังจากนั้น เจ้าของตึกได้เวลาทบทวนว่าจะทำยังไงต่อไป ระหว่างเปลี่ยนใหม่เลยหรือซ่อมบำรุงตามสภาพ

ราคาลิฟต์เฉลี่ยตัวละ 1.2 ล้านบาท บวกลบสำหรับตึกเตี้ยหรือคอนโดโลว์ไรส์ (หมายถึง

Advertisement

คอนโดสูงไม่เกิน 8 ชั้น)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ราคาลิฟต์ขึ้นกับออปชั่นที่ต้องการ เช่น ต้องการให้วิ่งเร็วปรู๊ดปร๊าด หรือเป็นลิฟต์ที่ใช้กับตึกสูงมากๆ อาจจะ 50-70 ชั้น เขาก็มีขาย ซึ่งแน่นอนว่าราคาต้องคูณขึ้นไปทุกชั้น ทำให้ราคาสุดท้ายสำหรับตึกสูงไม่หนีตัวละ 10-15 ล้านบาทขึ้นไป

สถิติของค่ายฮิตาชิ เป็นเจ้าของลิฟต์ที่ติดตั้งในตึกสูงที่สุดในเมืองกวางเจา ประเทศจีน ณ ความเร็วสูงที่สุดในโลกขณะนี้คือ 1,260 เมตร/นาที หารด้วย 60 วินาทีเท่ากับวิ่งด้วยความเร็ว 21 เมตร/วินาที

แต่ช้าก่อน ในโลกแห่งความเป็นจริงความเร็วของลิฟต์ก็เหมือนความเร็วรถยนต์

ให้นึกภาพเวลาเราขับรถมาถึงทางโค้ง ทางแยก ทางเลี้ยว โดยธรรมชาติถึงแม้วิ่งมาด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ถ้าต้องเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา รถยนต์ก็ต้องชะลอความเร็วลงมาอยู่ระดับปลอดภัยไม่ให้แหกโค้งอยู่ดี

ความเร็วของลิฟต์ก็เช่นเดียวกัน แม้มีขีดความสามารถขึ้น-ลงด้วยความเร็ว 1,260 เมตร/นาที แต่การใช้งานจริงพอวิ่งปรู๊ดปร๊าดขึ้นไปถึงชั้น 60 ก็ต้องเริ่มชะลอความเร็วเพื่อเตรียมจอดบนชั้น 70 อะไรประมาณนี้

ในเมืองไทยเห็นบอกว่าตลาดหลักจริงๆ เป็นตึกเตี้ย 8-10 ชั้น โดยติดตั้งกันที่ระดับความเร็ว 100 เมตร/นาที หรือเฉลี่ย 1.6 เมตร/วินาที แต่ถ้าเป็นตึกสูง 20-30 ชั้น ลิฟต์มักจะติดตั้งด้วยความเร็ว 180-200 เมตร/นาที

สำหรับมนุษย์คอนโดทั้งหลาย กูรูลิฟต์

ทั่นบอกว่าถ้าเป็นคอนโดเตี้ยส่วนใหญ่ติดตั้งตึกละ 2 ตัว ปกติเมื่อติดตั้งแล้วมักพ่วงกับบริการหลังการขาย ทำสัญญากันครั้งละ 3 ปี

บัญชีบำรุงรักษาหรือ job description ถ้าอยากรู้ลึกๆ สามารถไปสอบถามได้จากนิติบุคคลอาคารชุดที่พักอาศัยอยู่ โดยทั่วไปการบำรุงรักษาลิฟต์ระบบมาตรฐานก็มีเรื่องการทำความสะอาด หยอดน้ำมันหล่อลื่น ฯลฯ

ในแง่อะไหล่ ถ้าใช้งานไปเรื่อยๆ แล้วมีอุปกรณ์ชำรุดหรือเสื่อม ซึ่งปกติเกิดขึ้นหลังการใช้งานแล้ว 3-4 ปีก็ต้องเปลี่ยนไปตามเรื่อง วัสดุสิ้นเปลือง เช่น ประตู ฟังก์ชั่นควบคุมงานทั้งหลาย ส่วนใหญ่ก็พวกอิเล็กทรอนิกส์โน่น-นี่

อะไหล่สำคัญอีกตัวคือลวดสะลิง ดีที่สุดคือ 6 ปี ควรเปลี่ยนได้แล้ว คำถามคือ ถ้าใช้ลิฟต์จนหนำใจ 20-25 ปี จนน่าจะหมดอายุขัยหรือ Life Time ของเขาล่ะ ข้อกังวลหนีไม่พ้นเรื่องค่าใช้จ่ายสูง ปรากฏว่าทางเจ้าของสินค้าก็มีออปชั่นตั้งแต่แพงไปหาถูก

แบบถูกๆ ก็คือเปลี่ยนอะไหล่และบำรุงรักษาตามสภาพ เช่น เปลี่ยนอุปกรณ์ควบคุม เปลี่ยนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางรายการ ใช้เวลาไม่นาน 2-3 สัปดาห์ก็เสร็จแล้ว อันนี้เรียกว่าซ่อมเล็ก

กับอีกแบบคือซ่อมใหญ่ ภาษาธุรกิจลิฟต์เขาเรียกว่าโมเดิร์นไนเซชั่น (modernization) เรียกว่าเปลี่ยนใหม่หมดยกพวง แบบนี้จะนานหน่อยใช้เวลา 3-4 เดือน เพราะตึกเก่าส่วนใหญ่มีคนใช้ตึกค่อนข้างเต็ม ช่วงเวลาในการทำงานจึงมีข้อจำกัดมากกว่าการติดตั้งใน

ตึกใหม่นั่นเอง

สงสัยว่าลิฟต์ในบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮาส์ล่ะ เขามีเหมือนกันแต่คนละระบบกับลิฟต์ในตึกสูง และต้องนำเข้ามาจากญี่ปุ่นก็เลยแพง เห็นบอกว่าบ้านที่จะติดตั้งลิฟต์ส่วนใหญ่ขายกันที่ 30-50 ล้านบาทขึ้นไป

กรณีบ้านเก่าต้องการติดตั้งเพิ่มทีหลังเพื่อให้ผู้สูงวัยในบ้านได้ใช้สอยสามารถทำได้ มีเงื่อนไขคือต้องสร้างปล่องลิฟต์ขึ้นมา 1 ปล่อง

ประเด็นคือปล่องลิฟต์กินพื้นที่ 5-6 ตารางเมตร ข้อแนะนำจึงออกมาว่าควรสร้างปล่องลิฟต์ไว้นอกตัวบ้านจะสะดวกกว่าทำในตัวบ้าน เพราะถือว่ากินเนื้อที่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ ค่าใช้จ่ายเตรียมใจไว้ได้เลย งบประมาณไม่ต่ำกว่า 1 ล้านขึ้นไป (ราคาเทคโนโลยีญี่ปุ่นอ่ะค่ะ)

ฟังแล้วผู้สูงวัยตาดำๆ ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ อยากเชียร์รัฐบาล คสช.ทำประชานิยมลิฟต์ในบ้านจังวุ้ย