ในผืนแผ่นดินที่คนไทยเรียกว่า “กรุงเทพมหานคร” และทั่วโลกเรียกว่า “แบ็งคอก” ซึ่งมาจากคำว่า “บางกอก” นั้น แม้ว่าจะได้รับการสถาปนาเป็นราชธานีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ พ.ศ.2325 ทว่า ก่อนหน้านั้น หาใช่เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ไร้ซึ่งผู้คน หากแต่มีชุมชนอิงอาศัยมาแต่ยุคต้นกรุงศรีอยุธยา ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี โดยเฉพาะวัดวาอารามที่มีเค้าลางของความเก่าแก่ย้อนหลังไปนานนับร้อยๆ ปี
“รายการขรรค์ชัย บุนปาน-สุจิตต์ วงษ์เทศ ทอดน่องท่องเที่ยว” ประจำเดือนเมษายนนี้ จะชวนไปลัดเลาะเรือกสวนฝั่งธนบุรีที่มีความเป็นมาอันยาวนาน โดยชักชวน “ผศ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร” อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร เจ้าของหนังสือ “วัดร้างในบางกอก” อันลือลั่น รวมถึงผลงานล่าสุดอย่าง “อยุธยาในย่านกรุงเทพฯ” ที่ทำให้มองเห็นภาพในอดีตที่ทับซ้อนอยู่กับความร่วมสมัยในศตวรรษนี้

เลาะคลองบางหลวง สำรวจบันทึกความทรงจำ
ย้อนเวลากลับไปในยุคแรกๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ระบุว่า คลองบางหลวงก็คือคลองด่าน คาดว่าเรียกกันมาแล้วตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยาในนิราศเมืองเพชรของสุนทรภู่ ซึ่งแต่งขึ้นในช่วงปลายแผ่นดินรัชกาลที่ 3 ยังเรียกคลองด่านว่าคลองบางหลวงความตอนหนึ่งว่า
“ถึงบางหลวงล่วงล่องเข้าคลองเล็ก ล้วนบ้านเจ๊กขายหมูอยู่อักโข”
ย่านที่กล่าวถึงในนิราศเรื่องนี้ ในอดีตคือย่านคนจีนที่มีอาชีพเลี้ยงหมู เมื่อสร้างวัด จึงเรียก “วัดหมู” แต่บ้างก็ว่า สร้างโดยคหบดีจีน ชื่อ “อู๋” แล้วเพี้ยนเป็นหมู ในภายหลังมีการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 เปลี่ยนนามเป็น “วัดอัปสรสวรรค์”
ถามว่าเหตุใด จึงเรียกคลองด่านว่าคลองบางหลวง?
มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่า อาจเพราะบริเวณนั้น ตั้งแต่ปากคลองด่านถึงวัดบางยี่เรือ เป็นตลิ่งเวิ้งน้ำกว้างใหญ่ แต่พ้นไปเป็นท้องแม่น้ำทั้งหมด ต่อมา คลองบางหลวงกลายเป็นอีกชื่อหนึ่งของ “คลองบางกอกใหญ่” ตามความเข้าใจทั่วไปของคนปัจจุบัน
ทีมงาน “มติชนทีวี” ได้ไปเก็บภาพมุมสูงเพื่อถ่ายทอดภูมิทัศน์อันงดงามกว้างไกล พร้อมเผยแพร่ในรายการให้ชมอย่างเต็มอิ่ม

เปิดหลักฐาน “บางเชือกหนัง-บางจาก” ชุมชนดั้งเดิมก่อนมี “บางกอก”
ขรรค์ชัยและสุจิตต์ (อดีต) สองกุมารสยาม พร้อมด้วย ผศ.ดร.ประภัสสร์ จะพาเลาะลัดไปยังพื้นที่หัวแหวนก่อน พ.ศ.2000 คือ ยุคต้นกรุงศรีอยุธยาที่อยู่ลึกเข้าไปในลำคลองและเรือกสวนร่มรื่น
ช่วงเวลานั้น มีชุมชนต่อเนื่อง 3 บาง ได้แก่ บางระมาด, บางเชือกหนัง และบางจาก
สองฝั่งคลองบางกอกน้อย-คลองชักพระ-คลองบางกอกใหญ่ ซึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม มีแนวไหลคดโค้งรูปเกือกม้ามากมายไปด้วยบ้านเรือนและวัดวาอาราม เพลานั้น ยังไม่มีเมืองบางกอก เพราะยังไม่ได้มีการขุดแม่น้ำเจ้าพระยาสายใหม่ที่ไหลผ่านตั้งแต่โรงพยาบาลศิริราช ปากคลองบางกอกน้อย ถึงพระราชวังเดิม ปากคลองบางกอกใหญ่
วิทยากรทั้ง 3 จะชวนสำรวจหลักฐานอันเป็นสักขีพยานความเก่าแก่ของชุมชนเดิมก่อนมีบางกอกบนแผนที่โลก โดยปักหมุดเช็กอินที่ “วัดกำแพงบางจาก” ริมคลองบางหลวง ปัจจุบันอยู่ในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ชวนคุยเรื่องราวมากมายที่จะช่วยคลายปมปริศนา ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรมโบราณอย่าง “กำสรวลสมุทร” และศิลปกรรมล้ำค่าที่ตกทอดมาจวบจนทุกวันนี้

กำสรวลสมุทร เป็นพระราชนิพนธ์ของเจ้านายยุคต้นอยุธยา แต่งด้วยโคลงดั้น เนื้อหาสั่งลาคนรัก โดยมีการกล่าวถึงชื่อบ้านนามเมือง ตั้งแต่อยุธยาออกอ่าวไทย เมื่อผ่านโค้งเกือกม้าของแม่น้ำสายเดิม ได้ระบุถึงบางระมาด บางเชือกหนังและบางจาก โดยพรรณนาด้วยโคลงดั้นต่อเนื่อง 3 บท เล่าถึงข้าวของที่ขายอยู่ในย่านนั้น ได้แก่ ขนม มะพร้าว และหมากสุก
ตัวอย่างในตอนที่พรรณาถึงบางจาก มีดังนี้
“มลักเห็นน้ำหน้าไน่ นัยน์ตา พี่แม่
เรียมตากตนติงกาย น่าน้อง
ลันลุงพี่แลมา “บางจาก”
เจียรจากตีอกร้อง เรียกนางหานางฯ?

พระพุทธรูปหินทราย ศิลปกรรมล้ำค่ายุคต้นกรุงศรีอยุธยา
อีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่จะมีการชี้ชวนชมให้ประจักษ์สายตา ก็คือพระพุทธรูปมากมายในวัดวาอารามแห่งย่านเก่าแก่ โดยเฉพาะพระพุทธรูปหินทราย อันเป็นเอกลักษณ์ของงานช่างยุคต้นกรุงศรีอยุธยา ซึ่งละลานตาทั้งในวัดร้างและอารามที่ยังมีชีวิตสืบเนื่องยาวนาน
นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูปสำคัญอย่างพระประธานในพระอุโบสถวัดคูหาสวรรค์ ซึ่งมีชื่อเดิมว่า “วัดศาลาสี่หน้า” ริมคลองบางกอกใหญ่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้อัญเชิญไปประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ย่านท่าเตียน จนถึงทุกวันนี้ นับเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าชุมชนในย่านดังกล่าวตั้งแต่ยุคต้นกรุงศรีอยุธยามีคหบดี หรือผู้มีอำนาจตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน เนื่องด้วยการหล่อสัมฤทธิ์ในยุคนั้น นับเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง การจะทำให้งดงามสมบูรณ์ ไม่ใช่เรื่องง่าย

ผศ.ดร.ประภัสสร์ เกริ่นว่า ในรายการจะเล่าเรื่องราวหลากหลาย โดยเฉพาะศิลปกรรมตามแนวถนัดในวัดกำแพงบางจาก
“ย่านบางจากเป็นจุดสำคัญในอดีตเพราะมีชื่อในโคลงกำสรวลสมุทร ในอดีตตรงบางจากนี้เป็นที่แยกของคลองบางจากออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่า มีวัดสำคัญๆ กระจุกตัวหลายวัด เช่น วัดคูหาสวรรค์ วัดกำแพง วัดสุวรรณคีรี (ร้าง) วัดโบสถ์อินทรสารเพชร วัดยางบางจาก ลึกเข้าไปในคลองมีวัดจันทร์ประดิษฐารามซึ่งพบพระพุทธรูปหินทรายสมัยอยุธยาตอนต้น ส่วนวัดกำแพงบางจากคงเป็นวัดมีมาแต่อยุธยาตอนปลายเป็นอย่างน้อย อุโบสถมีเค้าของอาคารสมัยอยุธยาปลายแต่ถูกบูรณะสมัยรัตนโกสินทร์หมดแล้ว โดยตำแหน่งที่ตั้งวัดกำแพงก็มีความสำคัญ เพราะชื่อบางจากปรากฏในกำสรวลสมุทรอย่างที่กล่าวไปแล้ว” ผศ.ดร.ประภัสสร์กล่าว

กำเนิดเมืองบางกอก
ประเด็นสำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือการก่อเกิดของเมืองบางกอกอย่างที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาสายใหม่ เกิดจากขุดคลองลัดบางจาก ในราว พ.ศ.2100 ทำให้น้ำไหลตรงลงคลองลัด จนขยายกลายเป็นแม่น้ำ
“คลองลัดบางกอก” หมายถึง บริเวณขุดคลองลัดที่แต่เดิมเรียกบางมะกอก มีคลองบางมะกอกหนาแน่นด้วยต้นมะกอกน้ำ ปากคลองอยู่บริเวณวัดมะกอก แต่ภายหลังกร่อนเหลือ โดยไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิมตรงโค้งบางหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นปากคลองบางกอกใหญ่
นับแต่นั้นเป็นต้นมา เมืองบางกอกก็สำคัญขึ้นแทนที่ชุมชนย่านบางเชือกหนัง และบางจาก ในขณะเดียวกันแม่น้ำสายเดิมก็ลดบทบาท แล้วค่อยๆ แคบกลายเป็นคลอง เรียกต่อมาว่า คลองบางกอกน้อย-คลองชักพระ-คลองบางกอกใหญ่ อย่างไรก็ตาม ชุมชนเมืองยังหนาแน่นที่บางเชือกหนัง-บางจาก และปริมณฑล เพราะเป็นถิ่นฐานของคนดั้งเดิมและเครือญาติเจ้านายสมัยหลัง ดังจะเห็นได้จากการบูรณปฏิสังขณ์วัดวาอารามในคลองเหล่านั้นสืบเนื่องมาจนถึงกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์นั่นเอง
ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงน้ำจิ้มถ้วยเล็กๆ ก่อนถึงวันถ่ายทอดรายการสดที่แฟนๆ พลาดไม่ได้แม้เพียงเสี้ยววินาที!

รับชมรายการ “ขรรค์ชัย บุนปาน-สุจิตต์ วงษ์เทศ ทอดน่องท่องเที่ยว” ตอน “ชุมชนเมืองยุคต้นอยุธยา 500 ปี ที่กรุงเทพฯ คลองบางหลวง” ผ่านทางเฟซบุ๊ก “มติชนออนไลน์” ถ่ายทอดสดในวันอังคารที่ 24 เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป พร้อมตอบคำถามชิงรางวัล
พบวิทยากรพิเศษร่วมเดินทาง ผศ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร เจ้าของหนังสือ “วัดร้างในบางกอก” และผลงานล่าสุด “อยุธยาในย่านกรุงเทพฯ”



