ฟังเสียงสะท้อนจาก ‘เยาวชนตัวน้อย’ มองการ ‘อนุรักษ์สัตว์-ป่า’ อย่างไร?

25.04.18 | 14:33 น.

กระแสการอนุรักษ์ป่าและสัตว์หายากกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง

หลังมีข่าวการล่าเสือดำเมื่อไม่นานมานี้ หน่วยงานต่างๆ ต่างจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ รวมไปถึง กลุ่มบริษัท นานมี ที่จัดร่วมกับ สวนสัตว์ดุสิต และ สวนสัตว์เขาเขียว จัดโครงการ “สวนสัตว์สู่ชุมชน” ที่โรงเรียนวัดเจ้ามูล จรัญสนิทวงศ์ 8 โดยมีเยาวชนเข้าร่วมโครงการ จำนวนกว่า 100 คน

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีใจเมตตา เกิดความรักและหวงแหนสัตว์ป่า ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านการเรียนรู้งานศิลปะ โดยเริ่มโครงการที่โรงเรียนวัดเจ้ามูลเขตบางกอกใหญ่

ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทนานมี บอกว่า เด็กทุกคนชอบไปสวนสัตว์เพื่อไปดูสัตว์ชนิดต่างๆ แต่ไม่ใช่เด็กทุกคนจะมีโอกาสเดินทางไปสวนสัตว์ เนื่องด้วยข้อจำกัดมากมาย ดังนั้นการนำสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์มาเล่าเป็นเรื่องราวให้แก่เด็กๆ ที่ไม่มีโอกาสไป จึงเป็นความตั้งใจที่ทำให้ผู้ใหญ่ใจดีอย่างนานมี, เขาดินและเขาเขียว จับมือร่วมกันทำโครงการนี้ขึ้นมา

“จากที่สังเกตเด็กเขามีความรักสัตว์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และสิ่งที่พี่ๆ จากสวนสัตว์ดุสิตและสวนสัตว์เขาเขียว มาเพื่อมาบอกและย้ำกับน้องๆ ว่า สัตว์ป่าก็เหมือนพวกเราทุกคนมีชีวิตและการดำรงชีวิตตามธรรมชาติ สัตว์มีสิทธิเป็นของตนเอง เราทุกคนจำเป็นต้องเคารพในสิทธิของสัตว์ ไม่ทำร้ายและทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมาน พร้อมทั้งให้ความรู้ในเรื่องสัตว์ป่า สัตว์แปลกและสัตว์หายาก ลักษณะทางกายภาพ จุดเด่น การดำรงชีวิต พื้นที่ที่อยู่อาศัย สอดแทรกเกร็ดความรู้อย่างสนุกสนาน พร้อมกันนี้ พี่ๆ จากนานมีได้สอนให้น้องๆ วาดและระบายสีรูปสัตว์ เป็นการสร้างความสุขและประสบการณ์ใหม่ให้เกิดแนวคิดและจินตนาการเรื่องสัตว์อย่างรอบด้าน” ปรีญาณีกล่าว

Advertisement

เมื่อหันมาทางเหล่าเด็กน้อยที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สนุกกับกิจกรรมนี้อย่างมากพร้อมทั้งได้ความรู้กลับบ้าน

ด.ช.ศิวฤทธิ์ สุนทรากร

ด.ช.ศิวฤทธิ์ สุนทรากร หรือน้องนัท อายุ 6 ขวบ เล่าประสบการณ์ในการร่วมกิจกรรมว่า “วันนี้สนุกมากครับ ผมได้รู้จักกับสัตว์หลากหลายชนิด บางชนิดเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งหมายถึงว่ามีจำนวนน้อยและหายากครับ โดยเฉพาะเจ้าเสือดำ ผมชอบเพราะเหมือนแมวสีดำตัวใหญ่ๆ ผมได้ลองระบายสีเสือดำด้วยครับ แต่พี่ๆ บอกว่าจริงๆ แล้วเสือดำไม่ได้มีสีดำตลอดทั้งตัว อาจจะมีสีอื่นรวมอยู่ด้วยครับ และบางตัวก็เป็นสีดำที่เข้มและอ่อนไม่เท่ากัน”

“ผมอยากให้สัตว์ป่าได้อยู่ที่ป่าซึ่งเป็นบ้านของมันอย่างสงบสุข ไม่อยากให้มีใครไปทำร้ายหรือรังแกมันครับ พวกมันจะได้เติบโตและอยู่อย่างแข็งแรงปลอดภัยในป่าใหญ่ครับ”

ด.ญ.ศิวนาถ ผานัด หรือน้องแตงโม อายุ 6 ขวบ บอกว่า วันนี้หนูได้รู้จักสัตว์หลายชนิดเลย ทั้งสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง แต่ที่หนูชอบที่สุดคือ หมูค่ะ พี่ๆ บอกว่าหมูมีชื่ออีกชื่อเรียกว่าสุกร หนูเคยเห็นหมูใกล้ๆ ด้วยค่ะ เพื่อนบ้านของยายที่อยู่ต่างจังหวัดเลี้ยงไว้ มันมีตัวที่อ้วนกลมน่ารัก มันกินจุมากๆ ด้วยค่ะ และที่ตลกมากคือมันชอบเอาตัวไปคลุกโคลนด้วย วันนี้หนูลองวาดรูปหมูตอนที่มันเพิ่งอาบน้ำตัวสะอาดมีสีชมพูสดใสน่ากอดค่ะ

ด.ญ.ศิวนาถ ผานัด

ขณะที่ ด.ช.ศิลกร สวนพิมาย หรือน้องเซฟ อายุ 6 ขวบ เล่าว่า ผมชอบเสือ เพราะดูมีความแข็งแกร่งเป็นผู้นำในป่า วันนี้ผมได้รู้จักเสือโคร่ง พี่ๆ บอกว่าลายของเสือโคร่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเสือแต่ละตัว เปรียบเสมือนเป็นลายนิ้วมือหรือบัตรประชาชน เสือแต่ละตัวที่เราเห็นว่ามันเหมือนกันจึงแตกต่างกันด้วยลายบนตัวนั่นเองครับ ตอนนี้ประเทศไทยมีเสือโคร่งเหลืออยู่ไม่มากใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว

ด.ช.ศิลกร สวนพิมาย

“ผมสงสารมันครับ มันก็รักชีวิตเหมือนกัน ผมไม่อยากให้มนุษย์จับมันมากินหรือเอาหนังหรือส่วนต่างๆ อยากให้มันได้เป็นผู้นำในป่าต่อไป อยากให้เราคนไทยช่วยดูแลป่า อย่าตัดต้นไม้ในป่า ดูแลสัตว์ป่าที่เป็นเหมือนบ้านของพวกมัน สัตว์ทั้งหลายจะได้มีความสุข ผมก็มีความสุขครับ”

หากเราสามารถกล่อมเกลาให้เด็กมีความรักและเมตตาต่อสัตว์ เมื่อพวกเขาเหล่านี้เติบโตขึ้นมาจะกลายเป็นคนที่รู้จักการแบ่งปัน และรู้จักเอื้ออารีและเคารพในสิทธิของทั้งมนุษย์และสัตว์ ไม่เบียดเบียนหรือทำร้าย เพื่อให้พวกเราอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุข

ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์