ราว 50 กว่าปีมาแล้ว สำราญ ทรัพย์นิรันดร์ เป็นผู้เปิดประตูเริ่มแรกสุดเข้าสู่โลกของหนังสือพิมพ์อันไพศาลอย่างหาขอบเขตมิได้ตราบจนทุกวันนี้ ให้แก่วัยรุ่นนอกคอกอย่างนอบน้อมที่กำลังหัวหกก้นขวิดเรียนหนังสือตกๆ หล่นๆ 3 คน ชื่อ เรืองชัย ทรัพย์ นิรันดร์, ขรรค์ชัย บุนปาน, สุจิตต์ วงษ์เทศ
สำราญ ทรัพย์นิรันดร์ ปัจจุบันอายุ 90 ปี เกิด พ.ศ. 2471 ที่ตลาดพลู คลองบางหลวง (คลองบางกอกใหญ่) จบจากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ และ ฯลฯ เข้าสู่อาชีพสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์ และวิทยุ, นักเขียนเรื่องสั้น และคอลัมน์ต่างๆ เช่น หมอดู เจ้าของนามปากกา “หลวงเมือง” และ “หมอทรัพย์ สวนพลู” ขณะนี้ยังเขียนประจำหนังสือในเครือมติชน
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561 ได้รับยกย่องจากคณะกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ว่าเป็นผู้มีผลงานทรงคุณค่าทางวรรณศิลป์
เหตุเกิดในสำนักเรียนวัดนวลนรดิศ
สำราญ ทรัพย์นิรันดร์ (เรียนจบชั้นมัธยมจากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ) มีหลานน้าในอุปการะชื่อ เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ อยู่ด้วยกันในตึกแถวใกล้ทางรถไฟตลาดพลู
พ.ศ. 2504 เรืองชัย เรียนชั้นมัธยมปลายโรงเรียนวัดนวลนรดิศ มีเพื่อนร่วมชั้นอีก 2 คน ชื่อ ขรรค์ชัย กับ สุจิตต์ ได้พร้อมใจกันสอบตกในครั้งนั้น ส่งผลให้เกิดเหตุต่อไปข้างหน้า
ช่อฟ้า วัดมหาธาตุ
พ.ศ. 2508 เรืองชัยบอกเพื่อน 2 คนว่าน้าราญให้ไปทำหนังสือช่อฟ้า นิตยสารรายเดือนของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุ วัดมหาธาตุ (เป็นงานของกิตติวุฒโฑ มอบหมายให้ สำราญ ทรัพย์นิรันดร์ เป็นบรรณาธิการ)
ขณะนั้นเรืองชัย (อยู่กับน้าราญที่ตลาดพลู) ขรรค์ชัย (อยู่กับแม่และพี่น้องที่บ้านหลังโรงพักบางขุนเทียน ริมคลองด่าน ใกล้ทางรถไฟสายมหาชัย) ทั้ง 2 คนเรียนครูที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา (ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ)
ส่วนผมเป็นเด็กวัด อาศัยข้าวก้นบาตรพระวัดเทพธิดาราม (ประตูผี สำราญราษฎร์) กำลังเรียนเป็นปีที่ 2 คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
ช่อฟ้า นิตยสารรายเดือน มีบรรณาธิการชื่อ สำราญ ทรัพย์นิรันดร์ มอบวัยรุ่นนอกคอก 3 คน ทำทั้งหมดอย่างเสรีโดยไม่มีแทรกแซงใดๆ เท่ากับเปิดประตูเริ่มแรกสุดเข้าสู่โลกของคนทำหนังสือ แล้วคืบคลานต่อไปสู่โลกของหนังสือพิมพ์อันไพศาล (กระทั่งขรรค์ชัยสร้างสรรค์เป็นเครือมติชนทุกวันนี้)
ราว 3-4 ปี ของช่อฟ้า ทำให้คับคั่งด้วยพี่น้องญาติมิตรสนิทสนมทางงานวรรณกรรมกับศิลปกรรม รวมกลุ่มเป็น “หนุ่มเหน้าสาวสวย” (ขรรค์ชัย ได้ถ้อยคำจากโคลงทวาทศมาส ยุคต้นอยุธยา)
หลังจากนั้นก็ต้องคืนช่อฟ้าให้ทางมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุ เอาไปทำเองในแนวเผยแพร่อภิธรรมตรงๆ ซึ่งเรา 3 คนไม่สันทัดทางธรรมอย่างนั้น เลยต้องถอนตัว
พ.ศ.2513 ขรรค์ชัย เป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน แล้วมีส่วนร่วมการปรับปรุงภายใน จึงเสนอผู้ใหญ่สมัยนั้นเชิญ สำราญ ทรัพย์นิรันดร์ เขียนคอลัมน์หมอดูชื่อ “ดวงใครดวงมัน” โดยขรรค์ชัยตั้งนามปากกาว่า “หมอทรัพย์ สวนพลู”
มรดกจากช่อฟ้า
ช่อฟ้า มีเนื้อหาส่วนมากหนักทางศิลปวรรณกรรม และประวัติศาสตร์โบราณคดี แล้วให้มีต้นฉบับธรรมะสอดแทรกบ้างไม่มาก
จากประสบการณ์นั้นจึงมีส่วนสำคัญให้ผมทำหนังสือแนวใกล้เคียงกันอีก 2 ชื่อ ได้แก่
1. โบราณคดี วารสารวิชาการ (ราย 3 เดือน) ของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เริ่มราว พ.ศ. 2510 โดย ศาสตราจารย์ ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล (คณบดีคณะโบราณคดี) เป็นบรรณาธิการ แล้วมอบหมายให้ผมทำแทนทั้งหมด (รวมทั้งค่าพิมพ์โดยหารายได้จากโฆษณาเป็นเล่มๆ ไป เพราะไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยสมัยนั้น)
2. ศิลปวัฒนธรรม นิตยสารรายเดือน (ฉบับแรก พฤศจิกายน 2522) ทำขึ้นจากประสบการณ์, ข้อมูล, ทรัพยากร ฯลฯ อันเป็นมรดกตกทอดจากช่อฟ้าและโบราณคดี
อ่านด้วยความเคารพ
“อ่านตำราเยอะๆ และตั้งใจทำด้วยความเคารพ” สำราญ ทรัพย์นิรันดร์ ย้ำหลายหนเมื่อสนทนาสั้นๆ กับผู้สื่อข่าวมติชนที่ถามข้อแนะนำทำงานของคนสาวหนุ่มสมัยปัจจุบัน (ฉบับวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2561 หน้า 14)
น้าราญ อ่านมากทั้งตำราและไม่ตำรา ขณะเดียวกันมีความทรงจำมหาศาลทั้งในตำราและนอกตำรา โดยเฉพาะเรื่องราวทางวรรณคดีเก่าๆ จนถึงวรรณกรรมร่วมสมัย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความรู้ในกลุ่มที่เรียกแต่ก่อนว่าศิลปศาสตร์ (หมายถึง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ ซึ่งไม่ Liberal Arts อย่างทุกวันนี้) ตรงกับปัจจุบันว่า มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ด้วยเหตุดังนี้เอง น้าราญจึงมีพลังสร้างสรรค์ไม่สิ้นสุด ถ้าอ่าน “เดินตามดาว” ในมติชน สุดสัปดาห์ จึงเหมือนอ่านงานวรรณกรรมสร้างสรรค์มีอารมณ์ขันทุกสัปดาห์ จนผมลืมคำทำนายทุกอาทิตย์
คลิกอ่าน สัมภาษณ์พิเศษ : สำราญ ทรัพย์นิรันดร์ นักเขียนรางวัลคึกฤทธิ์

