ปีจอ หมา ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เครื่องดนตรีเก่าแก่หลายพันปี ‘มิวเซียมหูเป่ย’ ของมณฑลหูเป่ย ในจีน เพื่อมวลชน เข้าชมฟรี

26.04.18 | 21:17 น.

มิวเซียมหูเป่ย เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่เขตอู่จาง นครอู่ฮั่น เสมือนประตูหน้าต่างของมณฑลหูเป่ย ตัวอาคารมิวเซียมหูเป่ยออกแบบด้วยศิลปะแบบสมัยอาณาจักรฌ้อ (ฉู่)

(นครอู่ฮั่น แบ่งเขตเมืองเป็น 3 เขตใหญ่ เนื่องจากเป็นเมืองที่แม่น้ำแยงซีเกียงไหลมาบรรจบกับแม่น้ำฮั่นสุย จำเป็นต้องแบ่งออกเป็น 3 เขต ตามกายภาพภูมิศาสตร์ คือ ฮั่น หยาง ฮั่นโข่ว และอู่จาง)

มณฑลหูเป่ย ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศจีนทางเหนือของทะเลสาบต้งถิง อยู่ทางตอนกลางของแม่น้ำแยงซีเกียง (ฉางเจียง) จึงได้ชื่อว่า “หูเป่ย” ซึ่งแปลว่า ทะเลสาบเหนือ หรือดินแดนพันทะเลสาบ

เดิมทีบริเวณแถบนี้เป็นเขตปกครองของอาณาจักรฌ้อ (ฉู่) เป็นชื่ออาณาจักรยุคเลียดก๊ก ก่อนล่มสลายภายหลังรัฐฉิน (นำโดย ฉินซีฮ่องเต้) รวบรวมแผ่นดินจีน

Advertisement
วิถีชีวิตคนในอดีตที่เกี่ยวกับหมาในชีวิตประจำวัน เช่น พิธีกรรมอย่างหนึ่งของชนเผ่าม้ง ที่ตั้งอยู่ทางมณฑลกุ้ยโจว ภาคใต้ของประเทศจีน ในภาษาไทยเรียกว่า “พิธีแห่หมา” เล่าขานกันมาตามความเชื่อดั้งเดิมที่ว่า สุนัขเป็นสัตว์ที่นำพาชาวบ้านไปเจอกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำให้ชาวบ้านรอดพ้นจากความแห้งแล้ง

กำเนิดบ๊ะจ่าง

ในยุคนี้เองเป็นต้นกำเนิดประเพณีไหว้ขนมบ๊ะจ่าง เริ่มจาก ซียวน (340-278 ปีก่อนคริสต์ศักราช) กวีผู้รักชาติแห่งรัฐฌ้อ (ฉู่) เป็นขุนนางที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ยึดถือคุณธรรม กล้าพูดกล้าทำ ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ถูกเหล่าขุนนางกังฉินกลั่นแกล้งจนถูกปลดและเนรเทศออกจากรัฐฌ้อ (ฉู่) หลังจากนั้นไม่นานรัฐฉินก็บุกล้มล้างรัฐฌ้อ (ฉู่) ได้สำเร็จ

ซียวนผู้รักแผ่นดินทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ทนดูการล่มสลายของชาติ จึงกระโดดแม่น้ำเสียชีวิตล้างความอัปยศของแผ่นดินตนเอง

ด้วยความดีที่เขาสั่งสมมาชาวบ้านจึงออกเรือตามหาร่างของเขา พร้อมกับเตรียมข้าวปลาอาหารโปรยลงแม่น้ำเพื่อล่อสัตว์น้ำไม่ให้ไปกัดกินศพของซียวน

เมื่อถึงครบรอบวันตายของเขาทุกปี ชาวบ้านจะเอาอาหารมาโปรยลงแม่น้ำ จนมีชาวบ้านคนหนึ่งแนะนำให้ชาวบ้านเอาอาหารห่อด้วยใบไผ่จนกลายเป็นประเพณีไหว้ขนมบ๊ะจ่าง/เทศกาลตวนอู่เจี๋ยในวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งตรงกับวันมรณกรรมของ “ซียวน” ผู้รักชาติยิ่งชีพ

ที่จุดสำคัญจึงมีรูปปั้นของกวีซียวน เช่น ถนนคนเดินริมแม่น้ำฌ้อ, รูปปั้นขนาดใหญ่หัวมุมกำแพงเมืองโบราณจิงโจว/เกงจิว คนละด้านกับกวนอู หรือรูปปั้นจัดแสดงในมิวเซียมศิลปะแห่งอู่ฮั่นและที่ทะเลสาบตงหู เป็นต้น

ซ้าย – รูปปั้นหมาจากดินเผาและหินอ่อนในสมัยต่างๆ ที่ขุดพบในประเทศจีน, ขวา – ตราประทับรูปหมา ซึ่งพบในสุสานหลายแห่งของประเทศจีน

เครื่องดนตรีเก่าแก่หลายพันปี

มิวเซียมหูเป่ย เป็นหน้าต่างของมณฑลหูเป่ย เพราะเป็นสถานที่จัดแสดงสมบัติอันล้ำค่าของมณฑลหูเป่ยกว่า 200,000 ชิ้น รวมทั้งห้องประวัติศาสตร์พัฒนาการของมณฑลนี้ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ตัวอาคารกลาง มีทั้งหมด 3 ชั้น มีห้องจัดแสดง 7 ห้อง ภายในแต่ละห้องจัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่า ส่วนมากเป็นเครื่องทองสำริด เช่น ระฆังราว เสื้อหยก กลองสำริด โถ จอกเหล้า ตะเกียง เครื่องประดับ โล่ขนาดมหึมา และเครื่องสำริดอื่นๆ และนิทรรศการหมุนเวียนในฝั่งขวาของชั้น 1 ซึ่งปีนี้เป็นเรื่องวิวัฒนาการเรื่องชา และการค้าขายชา

โดยเฉพาะห้องชั้น 1 เป็นนิทรรศการถาวร ชื่อห้อง เปียนจง ซึ่งเป็นห้องจัดเก็บโบราณวัตถุซึ่งขุดพบเมื่อ ค.ศ. 1978 จากสุสานของสุสานเฉิงโฮ่วอี้ ในยุคเลียดก๊ก

หนึ่งในโบราณวัตถุ นอกจากเครื่องสำริดต่างๆ ภายในหลุมศพขนาดใหญ่ ยังมีเครื่องดนตรีโบราณ เปียนจง ?? หรือระฆังราวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในประเทศจีน มีทั้งหมด 65 ใบ แบ่งเป็น 3 แถว และยังใช้การได้จริง มีสภาพดีมากทั้งรูปทรงวัสดุและระดับเสียง (โครมาติก) ที่ใช้บรรเลง โดยจัดแสดงเมื่อครั้งประเทศต้อนรับเกาะฮ่องกงกลับสู่มาตุภูมิ

เปียนจง เป็นเครื่องดนตรีโบราณประเภทเครื่องตี นำเอาระฆังหลายขนาดหลายระดับเสียงมาเรียงแขวนไว้เป็นแถวบนคานไม้ยาว บรรเลงโดยการใช้ไม้ตีเพื่อให้เกิดเสียง บนระฆังมีลวดลายประณีตงดงามในสมัยโบราณ เครื่องดนตรีชนิดนี้จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่เครื่องดนตรีเท่านั้น แต่เป็นสิ่งแสดงสถานภาพ ฐานะ หรือตำแหน่ง

บางครั้งใช้คู่กับติ่ง ? ภาชนะสามขาใช้บรรจุอาหาร เหล้า ใช้ในการบวงสรวง หรือใช้ใส่อาหารตามปกติ

บุคคลที่สามารถมีเปียนจงไว้ในครอบครองจะต้องเป็นผู้มีฐานันดรชั้นสูงระดับราชโอรส หรือเสนาบดีระดับสูงเท่านั้น

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เครื่องดนตรีเปียนจงมักใช้ในพิธีบวงสรวงสำคัญที่ประกอบพิธีโดยจักรพรรดิ งานเลี้ยงรื่นเริงในราชสำนักก็มีการบรรเลงเปียนจงเช่นกันแต่ไม่มากนัก

อาคารด้านขวาเป็นห้องแสดงโชว์การเล่นเครื่องดนตรีโบราณ ในส่วนนี้ความพิเศษอยู่ที่ความไพเราะของ ระฆังราว หรือชื่อภาษาจีนว่า เปียนจง เครื่องดนตรีที่แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ และมีการแสดงที่นี่แห่งเดียวในประเทศไทย!!

ภาพจำลองรูปหมา แตกต่างกันไปจากภาพเขียนสีหน้าผาฮวาซาน (ผาลาย) ไห และลายกลองมโหระทึก และเรื่องราวของหมา ที่อยู่ในตำนานของชาวจ้วงเรื่องหมาเก้าหาง

ปีจอ หมา

ส่วนอาคารด้านซ้ายเป็นนิทรรศการหมุนเวียน โดยปีนี้เป็นปีจอ ทางมิวเซียมจึงจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ หมา เล่าเรื่องผ่านภาพโบราณว่าด้วยความผูกพันระหว่างหมากับคน ความเชื่อ นิทาน ตำนาน ผ่านภาพเขียนโบราณ ภาพผนังหน้าผา และรูปลายฉลุสมัยใหม่

มิวเซียมเข้าชมฟรี

มิวเซียมทุกแห่งในประเทศจีน ส่วนมากเข้าชมฟรี ทั้งคนในประเทศและชาวต่างชาติ โดยกำหนดให้วันละ 2,000 คน ซึ่งประตูทางเข้าจะมีเจ้าหน้าที่ของมิวเซียม แจกบัตรให้บริการนักท่องเที่ยว

นครอู่ฮั่น ยังมีมิวเซียมอีกหลายแห่ง เช่น มิวเซียมการปฏิวัติของ ดร. ซุนยัต เซ็น, มิวเซียมการเดินทางทำงานของคนต่าง จนทำให้อู่ฮั่นถูกขนานนามว่าเป็นชิคาโก แห่งจีน

รวมทั้งมิวเซียมสำริดขนาดใหญ่อยู่ที่เมืองจิวโจว หรือเมืองเกงจิว ที่กวนอูเคยปกครองในยุคสามก๊ก มิวเซียมที่ว่าด้วยเครื่องสำริดโบราณ ตำราเรียนกฎหมายจากอักษรไม้ไผ่ ยุคต้นราชวงศ์ฮั่น มัมมี่ มัมมี่ที่มีการขุดค้นพบอยู่ในโลงไม้ฝังไว้ใต้ดินแบบหลายชั้น รวมทั้งเครื่องมือ เสื้อผ้า ของใช้ที่มีอายุนานกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันมัมมี่นี้ดูแลเก็บรักษาไว้อย่างดีในโลงแก้วสุญญากาศ

มณฑลหูเป่ย มีอะไรให้น่าค้นหาหลากหลาย มากกว่ามาชมอิงฮัว/ซากูระขาวบาน ก็ตรงที่ไปชมสิ่งอื่น น่าจะเข้ามาเรียนรู้ผ่านมิวเซียมที่รัฐบาลจีนบริการความรู้ฟรี

ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ มนุษย์เริ่มบริโภคเนื้อสัตว์ หมาเป็นอาหารชนิดหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนวิธีการกินเป็นสัตว์อื่นๆ แล้วหมาค่อยๆ กลายเป็นสัตว์เลี้ยงและเป็นเพื่อนเล่นของคน
เครื่องดนตรีเปียงจงที่มีอายุกว่า 2,500 ปี
ห้องแสดงดนตรีเปียนจง มีวันละ 4 รอบ เสียค่าเข้าชมคนละ 20 หยวน