คอลัมน์ แท็งก์ความคิด : คุณสมบัติคน

6.05.18 | 16:29 น.

วันก่อนจู่ๆ youtube ก็ปรากฏคลิปดูดวงจากลายมือขึ้นมาโชว์ เลยคลิกเข้าไปชม

แล้วตั้งแต่วันนั้นก็หลงติดอยู่ในวังวนของการดูเส้น

เส้นลายมือนี่แหละ

เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ ทักษะการพูดของหมอดูลายมือแต่ละท่านในคลิปนั้น ชวนติดตาม

ยิ่งเป็นเรื่องของลายมือที่อยู่ใกล้ตัว ยิ่งรู้สึกสนใจ

Advertisement

แล้วยังเคยได้อ่าน เคยได้ฟังมาบ้างเป็นพื้นฐาน เลยทำให้ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งไปกับ “ลายมือ”

ลายมือที่มีเส้นหลักคือ เส้นชีวิต เส้นสมอง เส้นใจ

เส้นชีวิต มีจุดเริ่มจากง่ามมือระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ แล้วลากโค้งลงไปที่ข้อมือ

บางเส้นสั้น บางเส้นยาว บางเส้นลึกชัด บางเส้นขาด

บางเส้นลากโค้งไปถึงข้อมือทางซีกนิ้วโป้ง บางเส้นเบนออกไปห่างจากนิ้วโป้ง

แต่ละเส้นที่แตกต่าง ทำให้มีคำทำนายที่แตกต่าง

แต่เส้นชีวิตนี้ไม่ได้บ่งบอกถึงอายุสั้นหรืออายุยาวนะ

เส้นชีวิตจะบอกถึงการดำเนินชีวิตว่า ราบรื่นไหม สุขภาพเป็นเช่นไร จะต้องโยกย้าย ห่างจากบ้านหรือเปล่า

ขณะที่ เส้นสมอง มีจุดกำเนิด ณ ที่แห่งเดียวกับเส้นชีวิต แต่เส้นผ่ากลางฝ่ามือไปทางสันมือ

เส้นยาว เส้นสั้น เส้นคมชัด เส้นบาง ก็มีคำทำนายแตกต่างกันเช่นกัน

ส่วนเส้นใจ มีจุดเริ่มต้นจากสันมือแล้วลากยาวย้อนกลับไปทางนิ้วชี้

ลักษณะการดูหลักๆ ก็คล้ายกัน

เส้นสั้น เส้นยาว คมชัด บางเบา รวมไปถึงทิศทาง ล้วนมีความหมาย

นอกจากเส้นหลักแล้ว ยังมีเส้นรอง เส้นเด่นๆ คือ เส้นวาสนา ที่บ่งบอกถึงการงาน การเงิน

และมี เส้นอาทิตย์ เส้นพุธ เส้นเนื้อคู่ เส้นคุ้มครอง ฯลฯ

เมื่อรู้เรื่องเส้นก็ต้องรู้เรื่องเครื่องหมายบนฝ่ามือ

เครื่องหมายบวก เครื่องหมายกากบาท เครื่องหมายสี่เหลี่ยม เครื่องหมายสามเหลี่ยม

บ้างก็พบว่ามีสัญลักษณ์เป็นดอกจัน เป็นเกาะเล็ก เป็นเกาะใหญ่

ยังมีเป็นจุดดำ จุดแดง และอื่นๆ

เอาเป็นว่าเปิดคลิปนั้นดูคลิปนี้แล้วสนุก พอดูไปสักพักก็เริ่มควานหาหนังสืออ่าน

รู้เรื่องเครื่องหมายบนฝ่ามือแล้วก็ต้องรู้เรื่องเนิน

เนินพฤหัส เนินอังคาร เนินพระศุกร์ เนินพระเสาร์ เนินพระอาทิตย์ เนินพุธ เนินจันทร์ ที่ราบลำบาก

พอรู้ทั้งหมดก็พอจะเข้าใจภาษาหมอดูลายมือ พอจะรู้ว่าสิ่งที่กำลังถ่ายทอดนั้น หมายถึงอะไร

ฟังและอ่านแล้วรู้สึกสนุกดี

หลายครั้ง ลองเหลียวมามองดูลายมือตัวเอง อืม! ใช้ได้เหมือนกันนะ

แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า คนที่เส้นลายมือไม่ดี ชีวิตเขาจะค้างคากันอยู่อย่างนั้นไปจนตายเลยล่ะหรือ

เมื่อสงสัย ต้องค้นหาคำตอบ

ค้นไปค้นมาสุดท้ายได้รับคำตอบจากพระธรรม

คำเทศนาของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ที่อยู่ในคลิปเหมือนกันได้ให้คำตอบ

ไม่ได้ตอบตรงๆ แต่ฟังแล้ว ชี้ทางสว่างให้ได้คิด

สามารถค้นหาคำตอบต่อไปได้

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ท่านยกคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าขึ้นมาบอกเล่า

ท่านว่า พระพุทธองค์บ่งบอก มนุษย์มีความแตกต่างจากสัตว์ เพราะมนุษย์เป็นผู้ที่ฝึกตนให้ประเสริฐได้

มนุษย์ไม่ใช่สัตว์ประเสริฐ แต่เป็นผู้ที่ประเสริฐได้ด้วยการฝึก

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มีแนวทางฝึกมนุษย์

มนุษย์ที่สามารถฝึกฝนตนเองให้คิดดี พูดดี ทำดี ย่อมรับมือกับอุปสรรคต่างๆ ได้

จากคำสอนในคลิป หันไปพลิกหาคำตอบเพิ่มเติมจากหนังสือพุทธธรรม ท่านว่า ลิขิตชีวิตนั้นเป็นแค่เรื่องเก่าที่ผ่านมาแล้ว

ส่วนสำคัญคือปัจจุบัน เพราะจะทำให้เกิดเรื่องใหม่ในอนาคตได้

ดังนั้น ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ล้วนขึ้นอยู่กับการกระทำของเรา

น้อมนำคำชี้แนะมาคิดต่อ น่าจะใช่ดังท่านว่าไว้

เพราะคนที่ดวงชะตาดีเลิศ แต่หลงตัวเอง มีพฤติกรรมเหลิง สุดท้ายชีวิตก็แย่

เรื่องเช่นนี้มีตัวอย่างให้เห็นอยู่ทั่วไป

ขณะที่คนที่ดวงชะตาไม่ดี แต่ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท

มองอุปสรรคเป็นอุปกรณ์ในการพัฒนาชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้า

มีสติคุมตัวให้คิดดี พูดดี ทำดี

ฝึกตนทำตัวเช่นนี้ได้ ชีวิตที่ดำเนินไปย่อมอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง

อนาคตย่อมมีแต่เฮง เฮง ยิ่งๆ ขึ้นไป

มองจากมุมนี้แล้วจะพบว่า ดวงชะตาเป็นเพียงแค่คำเตือน

ถ้าดวงดีก็เตือนว่าอย่าเหลิงจนหลง แล้วพาให้ชีวิตก้าวไปสู่จุดเสื่อม

ถ้าดวงร้ายก็เตือนว่าอย่าประมาท แต่ต้องระมัดระวังในการก้าวย่างในชีวิต

ไม่ว่าดวงดี หรือดวงร้าย สุดท้ายทุกคนก็ต้องฝึกฝนตนเอง

ฝึกฝนให้เป็นผู้ประเสริฐ มิเช่นนี้ชีวิตอาจพลาดพลั้งก้าวสู่ทางวิบาก

ดังนั้น ไม่ว่าคนเราจะยากดีมีจน ทุกคนต้องรู้จักฝึกฝนตนเอง

ต้องร่ำเรียนเขียนอ่าน ต้องฝึกหัดทางอาชีวะ เพื่อประกอบอาชีพอย่างสุจริต

ต้องพบกับความสำเร็จ แต่ไม่เหลิง

ต้องพบกับความล้มเหลว แต่ไม่ท้อ

ฝึกตัว ฝึกตน ฝึกจิตใจ

อย่าลืมว่า มนุษย์ทุกคนล้วนมีความสามารถพิเศษ

นั่นคือ ความสามารถในการฝึกตน

ฝึกตนให้ประเสริฐได้ตามวิถีแห่งพุทธธรรม