ความเจริญพัฒนาอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจลาว ที่ GDP เติบโตเฉลี่ย 7% มาต่อเนื่องกันกว่าสิบปี ทำให้ประเทศลาวต้องการแรงงานจำนวนมากเพื่อตอบสนองการขยายตัวของเมืองและการค้าการลงทุน เราจะพบได้ว่า แรงงานข้ามชาติชาวลาวที่เคยมาประกอบอาชีพในเมืองใหญ่ของไทยหายากขึ้น และต้องการตัวเลือกมากขึ้นกว่าเดิมจนถึงขั้นเรียกได้ว่าเกิดความขาดแคลน ต่างจากแรงงานสัญชาติเมียนมาและกัมพูชาที่ยังพบเห็นได้จำนวนมากทั่วไป
จากสถิติล่าสุดเมื่อสิ้นปี 2560 แรงงานลาวที่เข้ามาทำงานในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายแบ่งเป็น แรงงานตามมาตรา 59 (พิสูจน์สัญชาติเดิม) 80,220 คน และมาตรา 59 (นำเข้าตาม MOU) 90,947 คน รวมเป็น 171,167 คน ซึ่งน้อยที่สุดในบรรดาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน และมีแนวโน้มลดลงจากปีก่อนๆ
ปัจจัยสำคัญหนึ่งในการหายไปของแรงงานลาว คือฐานประชากรของลาวนั้นอยู่ในระดับต่ำ และเมื่อตำแหน่งงานในประเทศของตนเองมีมากขึ้น การกลับไปทำงานในบ้านเกิดที่ถึงแม้จะได้รายได้ต่ำกว่าในไทย แต่ค่าใช้จ่ายและความปลอดภัยมีมากกว่า ก็เป็นตัวเลือกที่ดีและคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการที่ต้องเสี่ยงกับตำรวจรีดไถ หรือปัญหานายจ้างที่ยุ่งยากหลายอย่าง
ลักษณะของงานที่แรงงานชาวลาวยังทำงานอยู่ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน งานภาคการเกษตรหรืองานคนรับใช้ในบ้านไม่สามารถดึงดูดให้ลูกจ้างชาวลาวอยู่ด้วยมากเท่าใดนัก
เดิมทีการรับจ้างตัดอ้อย เก็บพริก ใบยาสูบ มะเขือเทศ หรือเกี่ยวข้าว สามารถหาลูกจ้างแรงงานลาวมาทำงานได้ในราคาต่ำกว่าแรงงานไทย แต่ในปัจจุบันแรงงานลาวมักปฏิเสธ หรือรับจ้างงานในอัตราค่าแรงที่สูงขึ้นไม่ต่างจากแรงงานไทยที่ขาดแคลนอยู่เช่นกัน
โดยแรงงานลาวหันไปหางานลูกจ้างตามร้านค้าหรืองานกึ่งฝึกอาชีพ เช่น ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ ร้านขนม โดยมองว่างานเหล่านี้แม้จะให้รายได้ไม่แตกต่างจากงานกรรมกรและเกษตร แต่ทำให้ได้ความรู้และแนวทาง สามารถนำกลับไปเปิดกิจการของตนเองในเมืองบ้านเกิดได้
โดยข้อได้เปรียบของแรงงานลาวเมื่อเทียบกับแรงงานเมียนมาหรือกัมพูชาในการเรียนรู้ทักษะอาชีพเหล่านี้ คือความเข้าใจในภาษาไทยหรือภาษาอีสานที่นายจ้างใช้สั่งงานและสื่อสารอย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทำให้ร่นระยะเวลาการฝึกฝนและทำความเข้าใจในวิชาความรู้ด้านต่างๆ เพื่อไปประกอบอาชีพเองได้เร็วกว่า
หากข้ามไปยังเมืองใหญ่ของลาว ไม่ว่าจะเป็นนครหลวงเวียงจันทน์ นครหลวงพระบาง หรือจำปาสัก จะพบร้านค้าธุรกิจของคนลาวขนาดเล็กเปิดมากขึ้น รวมถึงธุรกิจโรงแรมและงานบริการต่างๆ เมื่อทักทายพูดคุยก็มักจะพบว่าผู้เป็นเจ้าของ ผู้จัดการ หรือหัวหน้าพนักงานเคยทำงานในประเทศไทยมาก่อน ซึ่งส่วนมากผู้ประกอบการและผู้จัดการเหล่านี้จะมีทัศนคติที่ดีต่อคนไทยและประเทศไทยไม่น้อย เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์อันดี และโดยมากก็จะสั่งสินค้า วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์แบบเดียวกับที่เคยใช้ตอนที่ทำงานในไทยไปใช้ต่อในร้านค้าของตัวเองด้วย
ความเปลี่ยนแปลงเมื่อแรงงานลาวทยอยเดินทางกลับประเทศของตนดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน แต่ก็ยังเป็นช่องโอกาสให้นักลงทุนหรือผู้แทนการค้า สามารถหาโอกาสจากการกลับคืนถิ่น โดยแสวงหาแรงงานลาวที่มีความสามารถและความสัมพันธ์กับไทย ใช้ภาษาไทยได้ดี มีความคุ้นชินกับทั้งวัฒนธรรมไทย-ลาว ร่วมกัน เป็นโอกาสในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าไทยที่แรงงานลาวเหล่านั้นใช้เป็นประจำในขณะที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย เพื่อขยายพื้นที่การตลาดไปยังเมืองและแขวงห่างไกลที่สื่อไทยยังเข้าไปไม่ถึง
นอกจากนี้ แรงงานคืนถิ่นเหล่านั้นยังสามารถเป็นตัวแทน ผู้ร่วมทุน หรือนายหน้าในการติดต่อค้าขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการติดต่อกับหน่วยงานเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เป็นกำแพงสำคัญในการค้าการลงทุนให้สะดวกยิ่งขึ้น

