คาร์ล มาร์กซ์ ในปีที่ 200 ไทยเล่นจำอวด-หาอนาคต โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

14.05.18 | 16:08 น.

“คาร์ล มาร์กซ์” เป็นคำต้องห้ามในสังคมไทยที่ผมรู้จักคุ้นเคยเมื่อมากกว่า 50 ปีที่แล้ว ใครออกปากพูดชื่อนี้เท่ากับเป็นคอมมิวนิสต์ มีสิทธิ์ติดตะราง ถูกขังลืม เพราะถือเป็น “คนเลวร้ายมากๆ คิดทำลาย “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” (คาถาศักดิ์สิทธิ์ ใช้กำจัดฝ่ายตรงข้าม)

สถาบันการศึกษาทั่วไทยสมัยนั้นถูกครอบงำให้เชื่อว่า คาร์ล มาร์กซ์ เป็นชื่ออสุรกายทางการเมือง ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับมนุษยศาสตร์-สังคมศาสตร์ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์โบราณคดี

มหาวิทยาลัยที่ผมเข้าเรียนครั้งนั้น ในห้องสมุดไม่มีหนังสือ คาร์ล มาร์กซ์ รวมถึงครูบาอาจารย์ไม่เอ่ยชื่อ คาร์ล มาร์กซ์ และในการเรียนการสอนประวัติศาสตร์โบราณคดีไม่มีศึกษาวิเคราะห์แนวคิดทฤษฎีคาร์ล มาร์กซ์

หาอ่าน คาร์ล มาร์กซ์

ก่อนและหลัง 14 ตุลาคม 2516 มีหนังสือเกี่ยวกับคาร์ล มาร์กซ์ เป็นภาษาไทย ทยอยพิมพ์จำหน่ายจ่ายแจกสม่ำเสมอ

ผมหาอ่านอย่างกระหาย (ยิ่งห้าม ยิ่งอยากรู้) เพราะโง่มานานที่ไม่ได้อ่าน แต่อ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ส่วนมากหรือเกือบหมดอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะพื้นฐานไม่แข็งแรง ความรู้บกพร่องมากๆ จนยากจะเข้าใจสิ่งล้ำลึก เลยต้องพึ่งพาอาศัยนักเรียนนอกอย่าง ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, บัณฑร อ่อนดำ, อานันท์ กาญจนพันธุ์, ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ฯลฯ

Advertisement

หลังจากนั้นผมถึงเริ่มจับความได้บ้างอย่างกะพร่องกะแพร่ง โดยสรุปว่าหลักฐานวิชาการจำนวนหนึ่งที่มาร์กซ์ใช้มากเป็นพวกประวัติศาสตร์โบราณคดีโลก ในการนิยามคำอธิบายพัฒนาการทางสังคมและเศรษฐกิจการเมืองของโลกมนุษย์

แต่เฉพาะอุษาคเนย์ มาร์กซ์บอกไว้ในประเด็น วิถีการผลิตแบบเอเชีย หรือ “เอเชียติก โหมด ออฟ โปรดักชั่น” ซึ่งผมอ่านเท่าไรก็ยังไม่เข้าใจจนทุกวันนี้ แม้ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ส่งวิทยาทานเป็นคำอธิบายด้วยข้อเขียน, บทความ, และพ็อกเก็ตบุ๊กภาษาไทย ผมอ่านแล้วมึนยังไม่หาย

ถ้าจะเข้าใจง่ายไม่มะงุมมะหงาหรา ต้องอ่านข้อเขียนของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ อ้างถึงคาร์ล มาร์กซ์ จะยกตัวอย่างมาดังต่อไปนี้

เล่นจำอวด

คาร์ล มาร์กซ์ บอกว่า “ข้อเท็จจริงและบุคคลใหญ่ๆ ในประวัติศาสตร์มักเกิดขึ้นซ้ำสอง—-เกิดขึ้นครั้งแรกในฐานะโศกนาฏกรรม และเกิดอีกครั้งในฐานะจำอวด”

นิธิ เอียวศรีวงศ์ บอกต่อจากมาร์กซ์ (มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561 หน้า 16) ว่า “เมื่อเกิดอีกครั้งกลับเป็นจำอวด ก็เพราะเป็นการลอกเลียนข้อเท็จจริงและบุคคลในอดีตอย่างผิดฝาผิดตัว อย่างคำขวัญ ‘ไทยนิยม’ นั้นตลกดี เพราะไม่รู้จะให้นิยมอะไร ในที่สุดกลายเป็นนิยมเครื่องแต่งกาย, มารยาท, ภาษา ฯลฯ —-”

“ความเป็นไทยไม่ตอบปัญหาให้แก่ใครในปัจจุบันเสียแล้ว นอกจากสนุกดีเหมือนจำอวด”, “คำขวัญเดิม แต่นำมาใช้ใหม่ในบริบทที่เปลี่ยนไปจนสิ้นเชิงแล้ว จึงเป็นได้แค่จำอวด”, “ชาตินิยมที่ถูกใช้ใหม่โดยปราศจากความหมายใหม่จึงเป็นจำอวดอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก”

หาอนาคตในอดีต

คาร์ล มาร์กซ์ บอกว่า “ในยามที่สังคมกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ไม่มีใครรู้ว่าอะไรอยู่ในอนาคต ผู้คนก็มักจะหวนกลับไปหาอดีต เพื่อทำความเข้าใจอนาคตที่จะมาถึง หรือถึงไม่ทำให้เข้าใจก็ค้นหาเครื่องมือที่เคยใช้กันมาแล้วในอดีต เพื่อทำให้เข้าใจทั้งความสับสนของปัจจุบัน และสิ่งไม่รู้ข้างหน้า

แน่นอน ด้วยเหตุดังนั้นจึงย่อมผิดฝาผิดตัวเสมอ เพราะความเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ไม่ได้ซ้ำรอยเดิม แต่เป็นการผิดฝาผิดตัวที่ทำให้ได้เรียนรู้”

นิธิ เอียวศรีวงศ์ บอกต่อจากมาร์กซ์ (มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561 หน้า 16) ว่า “การเกิดขึ้นของอุบัติการณ์ทางประวัติศาสตร์หรือบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ครั้งที่สอง จึงเป็นได้ทั้งจำอวดสำหรับตลกโปกฮาไปวันๆ หรือเป็นได้ทั้งจำอวดที่อาจให้การเรียนรู้แก่ปัจจุบันและอนาคตด้วย”