ชื่อการแสดงละครใบ้ “Underduck Quack! Quack! เสียงคำรามเบาๆ ในลำคอของเป็ดรองบ่อน” พร้อมรูปหัวเป็ดบนโปสเตอร์ชวนให้นึกถึงความสนุกสนานอันเป็นหัวใจเมื่อคนส่วนใหญ่นึกถึงละครใบ้
“ชื่องานมาจากคำว่า Underdog เป็นสแลงฝรั่งที่พูดถึงคนที่อยู่ในสถานการณ์ต่ำหรือด้อยกว่า เป็นไก่รองบ่อนที่ถูกมองว่าต่ำ”
วสุ วรรลยางกูร อธิบายถึงงานที่เขากำกับและแสดงร่วมกับ ภักดิ์ ศักดาอภินันท์
เขาเลือกใช้คำว่า “Underduck” มาจากเป็ดที่มีลักษณะถึงคนที่ทำได้หลายอย่าง แต่ถูกมองเป็นเป็ดขี้เหร่ ไม่มีโอกาสแสดงศักยภาพออกมา
“Underduck” สำหรับเขามีความหมายนัยถึงคนที่ถูกบีบบังคับให้ทำอะไรสักอย่าง
“ทั้งเนื้อเรื่องในการแสดงและสถานการณ์ในชีวิตจริงที่สะท้อนออกมา คือ สภาวะที่ถูกบีบบังคับโดยสังคม ให้มีพื้นที่จำกัด จนสถานการณ์ถึงเวลาบีบบังคับให้เราต้องตะโกนสิ่งที่เราคิดออกมาให้คนอื่นรับรู้”
Underduck Quack! Quack! เป็นการแสดงละครใบ้ผสมกับบีตบ็อก ซึ่งวสุเผยว่าทั้งคู่เป็นศาสตร์ที่มีเวทีแยกจากกัน แม้จะมีนักแสดงละครใบ้ในต่างประเทศที่นำสองสิ่งนี้มาผสานกันจนโด่งดัง แต่ในไทยแล้วก็ยังถือว่าใหม่
“ละครใบ้ปกติเสนอโดยไร้เสียง ใช้ภาพในการเล่า ส่วนบีตบ็อกเข้ามาเพิ่มรสชาติ บรรยากาศ และการเล่าให้ออกรสยิ่งขึ้น ทั้งเสียงเอฟเฟ็กต์ เสียงบรรยากาศหรือจังหวะ นำไปสู่คนดูได้ง่ายขึ้น เพิ่มอรรถรสให้ผู้ชม”
วสุมองว่า บีตบ็อกเป็นความมหัศจรรย์ที่มนุษย์สามารถทำให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องดนตรีได้ และบีตบ็อกที่นำมาใช้ในการแสดงก็ไม่ได้เป็นแค่ดนตรีประกอบ แต่เป็นเหมือนนักแสดงอีกคนที่มาช่วยเล่าเรื่อง
จากประสบการณ์ในวงการละครใบ้ราวสิบปี วสุเล่าว่าก่อนนี้เขาเคยคุยกับ ไพฑูรย์ ไหลสกุล หรือ “อั๋น คนหน้าขาว” ผู้เป็นครู ว่าอยากทำการแสดงเดี่ยวละครใบ้ของตัวเอง โดยไพฑูรย์ตั้งใจว่าจะช่วยกำกับให้
แต่ไพฑูรย์ได้เสียชีวิตลงเมื่อปลายปีที่ผ่านมา วสุไม่อยากเลิกล้มความตั้งใจ จึงชวน “ภักดิ์” เพื่อนร่วมสำนักคนหน้าขาวมาทำงานร่วมกัน
“ผมกับภักดิ์เริ่มฝึกละครใบ้ในกลุ่มคนหน้าขาว ร่วมงานด้วยกันมา และภักดิ์อยู่ในกลุ่มบีตบ็อก พร้อมกับเล่นละครใบ้ จึงชวนมาร่วมกันทำงานนี้ ให้เพื่อนมาช่วยกันเล่าเรื่อง คิดว่าน่าจะสนุกดี” วสุกล่าว

Underduck Quack! Quack! ประกอบด้วยละครใบ้ 4 เรื่อง มีทั้งงานเก่าที่มาตีความใหม่เพิ่มองค์ประกอบ และงานใหม่ ภายใต้ธีมที่พูดถึงการต่อสู้
1.Cow boy vs Samurai พูดถึงการต่อสู้ของสองวัฒนธรรม มีคนเจ็บ คนพ่ายแพ้ นำไปสู่คำถามว่าสู้กันเพื่ออะไร
2.Escape เรื่องของคนที่ฝันร้ายซ้ำๆ ต้องเจอกับสิ่งเลวร้ายซ้ำๆ วสุบอกว่าเขานึกถึงคนในประเทศนี้ ทั้งตัวเขาเองหรือใครก็ตามที่อยู่ภายใต้ระบบที่เหมือนฝันร้ายซ้ำๆ เป็นลูปวังวนความทุกข์ยาก
3.Underduck พูดถึงความฝันของเป็ดสองตัวที่ทำงานในออฟฟิศ อยากหาทางหลุดพ้นจากความเบื่อหน่าย โดยพยายามมองหา เสรีภาพ สันติภาพ และอิสรภาพของตัวเอง
4.Last egg ตัวตลกที่มาเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้คนฟัง เป็นเรื่องของอัศวินที่ต่อสู้กับมังกรที่ชอบกินนกพิราบ สงครามยาวนานจนนกพิราบบินหนีไปหมด เหลือเพียงไข่ที่ถูกทิ้งไว้ใบหนึ่ง แม้หัวหน้าอัศวินต้องลี้ภัยไปที่แสนไกลแล้ว อัศวินที่เหลือก็ยังคงต่อสู้และเฝ้ารอวันที่ไข่ฟัก
“Last egg คล้ายเรื่องที่เป็นธีมในการแสดงนี้ เราตั้งคำถามว่าสุดท้ายแล้วไข่จะฟักออกมาเป็นอะไร คล้ายชะตากรรมตัวเราเองและคนในประเทศนี้ด้วย เหมือนเป็นนิทานบทหนึ่ง ที่สุดท้ายต้องมีความหวังเหลืออยู่บ้างในชีวิต แม้จะมีเผด็จการ มีสงคราม มีการสูญเสีย ถ้ามนุษย์หรือคนในพื้นที่นี้ยังมีความหวัง ก็ยังควรค่าจะมีชีวิตต่อไป เพื่อค้นหาความหมายของไข่ที่เราเก็บรักษา” วสุกล่าว
ฟังดูเนื้อเรื่องขึงขังจริงจัง แต่วสุยืนยันว่า “โหดเศร้าเหงาฮา” ครบรส ไม่ต้องก่ายหน้าผากหรือปีนบันไดดู
“งานนี้จะใช้เทคนิคและทักษะบีตบ็อกกับละครใบ้นำเด่นขึ้นมาในช่วงแรก แล้วจึงตามมาด้วยเรื่องที่เราเล่า เกี่ยวพันกับชีวิตของคนสร้างงานศิลปะ เล่าด้วยน้ำเสียงร่าเริงให้ความหวัง ไม่ได้พูดเรื่องการเมืองแบบจริงจังจนเครียด เพราะเครื่องเคียงของละครใบ้ที่ดีที่สุด คือ เสียงหัวเราะ ที่จะเข้าถึงใจคนได้ง่ายกว่า
“ถามว่าทำไมสังคมนี้ต้องมาดูละครใบ้ เพราะว่าละครใบ้เป็นภาพไร้สำเนียงเสียงพูด ละครใบ้ให้พื้นที่แก่ผู้ชมได้คิด จินตนาการ และตีความ เราไม่ได้ตัดสินผู้ชม เป็นสิ่งที่สังคมนี้ให้เราไม่ได้ เพราะเราถูกบอกทุกอย่างว่าต้องทำอะไร ถูกจำกัดสิทธิทุกอย่าง ตัวเลือกในการดำเนินชีวิตไม่ได้มีเยอะ ทั้งการใช้ชีวิต การศึกษา หรือการเลือกจะมีชีวิตแบบไหน ยิ่งจนยิ่งมีตัวเลือกน้อย ละครใบ้เป็นตัวเลือกที่มีอิสระสำหรับผู้ชมว่าจะชมเราไหม จะตีความยังไง ละครใบ้เล่าโดยไม่มีเสียง สิทธิในการเชื่อ สิทธิในการคิดเป็นของผู้ชม เราไม่ตัดสินกันว่า สุดท้ายคุณต้องเชื่อหรือเห็นด้วยกับเรา แต่คุณรู้สึกร่วมไปกับเราได้ ร่วมยินดี ร่วมร้องไห้กับเราได้ เป็นพื้นที่ที่เราใช้ร่วมกัน เป็นทางเลือกที่เรามอบให้ผู้ชม” วสุกล่าว
การแสดงจัดขึ้นในวันที่ 17-20 พฤษภาคม เวลา 19.30 น. ที่ Democrazy Theatre Studio รายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้าอีเวนต์เฟซบุ๊ก “Underduck Quack! Quack! เสียงคำรามเบาเบาในลำคอของเป็ดรองบ่อน”


